[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
01 ธันวาคม 2565 19:48:29 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ความอ่อนโยนต่อชีวิต และความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ  (อ่าน 2238 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7855


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 12 มิถุนายน 2553 14:59:40 »

[ โดย อ.มดเอ็กซ์ บอร์ดเก่า ]



http://i170.photobucket.com/albums/u277/saviska/prism.jpg
ความอ่อนโยนต่อชีวิต และความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ

 
 
ความอ่อนโยนต่อชีวิต และความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์

กลุ่มจิตวิวัฒน์
ตีพิมพ์ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๗

มนุษย์ในทุกวัฒนธรรมมีความพยายามที่จะทำความเข้าใจและอธิบายการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง ทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับโลกและจักรวาลจึงถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้อธิบายว่าสรรพสิ่งมีความเป็นมาอย่างไร ดำรงความเป็นอยู่ด้วยกฎเกณฑ์อะไร และจะมีความเป็นไปอย่างไรในอนาคต สังคมต่างวัฒนธรรมมักมีวิธีคิดที่ใช้อธิบายจักรวาล (หรือที่เรียกว่า จักรวาลวิทยา) แตกต่างกัน บางวัฒนธรรมถือว่าโลกและจักรภพมีกำเนิดมาจากพระผู้สร้าง ซึ่งอาจเรียกขานต่าง ๆ กันไปในนามของ พระเจ้า พระพรหม หรือ พญาแถน ในขณะที่บางวัฒนธรรมความคิดอธิบายว่าโลกและจักรภพนั้นเกิดจากการระเบิดครั้งใหญ่ที่เรียกกันว่า บิ๊กแบง (Big Bang) ทฤษฎีเกี่ยวกับจักรวาลหรือจักรวาลวิทยาที่แตกต่างกันเหล่านี้ อธิบายกฎเกณฑ์การดำรงอยู่ของโลกและจักรวาลไม่เหมือนกัน บ้างถือว่าสรรพสิ่งเป็นไปตามเจตจำนงของพระผู้เป็นเจ้า บ้างว่าสรรพสิ่งเป็นไปตามกรรม บ้างก็ว่าผีหรืออำนาจศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้กำหนดให้สิ่งต่าง ๆ เป็นไปอย่างที่มันเป็น ทัศนะเกี่ยวกับจักรวาลนี้ หากดูเผิน ๆ อาจเห็นเป็นเรื่องไกลตัวหรือไม่เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน แต่แท้ที่จริงแล้ว คำอธิบายชุดใหญ่เกี่ยวกับจักรวาลนี้เป็นกรอบอ้างอิงสำหรับสร้างคำอธิบายชุดเล็ก ๆ ที่ใช้ทำความเข้าใจโลกในชีวิตประจำวัน เช่น จักรวาลทัศน์ตามคติพื้นบ้านอีสานนั้นถือว่าสรรพสิ่งไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ป่าเขา หรือลำธารล้วนมีผีหรืออำนาจศักดิ์สิทธิ์ดูแลรักษา ชาวบ้านอีสานจึงมีความเคารพยำเกรงต่อธรรมชาติ จะเข้าป่าหาสมุนไพร หรือล่าสัตว์ ตัดไม้ ก็ต้องขออนุญาตจากอำนาจศักดิ์สิทธิ์ เรียกว่า ต้องนอบน้อมขอเอาจากท่านก่อน ไม่ใช่นึกจะฆ่า จะฟัน จะตัด จะโค่น ก็เอากันเลย อย่างนี้ ไม่ได้

หรืออย่างในยุโรป คติพื้นบ้านดั้งเดิมนั้นถือว่าสรรพสิ่งมีเทพคุ้มครอง โลกคือพระแม่ธรณีที่อุ้มชูหล่อเลี้ยงมนุษย์ แร่ธาตุ โลหะ หรืออัญมณีเป็นสิ่งมีค่าที่เกิดขึ้นและถูกบ่มจนสุกอยู่ในมดลูกของพระแม่ธรณี ผู้ที่จะเข้าไปขุดแร่ในเหมืองจึงต้องถือศีลและประพฤติพรหมจรรย์ให้ร่างกายและจิตใจบริสุทธิ์ไร้มลทินเป็นเวลาสามวันห้าวัน ก่อนที่จะรุกล้ำเข้าไปในมดลูกของพระแม่เพื่อขุดแต่งเอาสินแร่เหล่านั้นมาใช้ประโยชน์ ในจักรวาลทัศน์พื้นบ้าน การทำลายล้างธรรมชาติขนานใหญ่ หรือแม้แต่การละเมิดธรรมชาติในชีวิตประจำวันจึงเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรมจรรยา เพราะจักรวาลและสรรพสิ่งถูกรับรู้และเข้าใจในฐานะของสิ่งมีชีวิต คนไทยสมัยก่อนจึงเคารพนบนอบต่อข้าว ซึ่งไม่ใช่มีแค่คาร์โบไฮเดรต แต่มีพระแม่โพสพดูแลรักษาอยู่ เราจึงไม่เดินเหยียบและไม่ก้าวข้ามข้าวสารหรือข้าวเปลือกที่หกหรือตกหล่นอยู่ตามพื้น แต่เดินอ้อม และไม่ใช้ไม้กวาดขยะมาปัดกวาด แต่ใช้มือของเรากอบเอาจากพื้น เป็นการแสดงความเคารพอ่อนน้อมต่อพระแม่โพสพที่หล่อเลี้ยงโอบอุ้มชีวิตเรามา ทัศนะต่อจักรวาล (หรือจักรวาลทัศน์) จึงกำหนดท่าทีของมนุษย์ต่อชีวิตและธรรมชาติ

ในสังคมสมัยใหม่ วัฒนธรรมความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ได้นำเสนอจักวาลวิทยาอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากคติพื้นบ้านอย่างสิ้นเชิง สำหรับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่นั้น จักรวาลเป็นเพียงจักรกลที่เคลื่อนไหวไปตามกฎแห่งสสารและพลังงาน

จักรวาลในทัศนะเช่นนี้จึงไม่มีที่ทางสำหรับความศักดิ์สิทธิ์หรือจิตวิญญาณ เพราะทุกสิ่งถูกลดทอนลงมาอธิบายด้วยคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ของสสาร จักรวาลจึงไม่ได้เป็นอย่างคติพื้นบ้านที่ว่า มีเขาพระสุเมรุ เขาไกรลาส และป่าหิมพานต์ จากสวรรค์ลดหลั่นลงมาเป็นโลกมนุษย์และนรกภูมิ ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ถูกกำกับไว้ด้วยกฎเกณฑ์ของการเวียนว่ายตายเกิดและกรรมดี กรรมชั่ว ที่ลิขิตชะตาชีวิตของผู้คน จักรวาลในทัศนะสมัยใหม่นั้นไม่มีเมขลาที่ร่ายรำกับดวงแก้วจนเกิดเป็นแสงระยิบระยับของฟ้าแลบ หรือรามสูรที่ขว้างขวานไปปะทะโคนเขาไกรลาสจนเกิดฟ้าร้องดังลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั้งไตรภพ หากแต่ฟ้าแลบและฟ้าร้อง เกิดขึ้นตามคุณสมบัติทางกายภาพและทางเคมีของน้ำที่ระเหยกลายเป็นไอ และจับตัวกันเป็นก้อนเมฆเมื่อไอน้ำลอยขึ้นไปกระทบกับความเย็นในชั้นบรรยากาศ เมื่อก้อนเมฆเสียดสีกับอณูของอากาศ ก็เกิดประจุไฟฟ้า ฟ้าผ่าจึงเกิดจากการที่ประจุไฟฟ้าวิ่งแหวกอณูของอากาศจนเกิดเป็นประกายแสงและเสียงที่ดังสนั่นหวั่นไหว ส่วนสาเหตุที่เราเห็นฟ้าแลบก่อนได้ยินเสียงฟ้าร้องก็เพราะแสงเดินทางได้เร็วกว่าเสียงในตัวกลางที่เป็นอากาศ จักรวาลทัศน์เช่นนี้ไม่มีเทพเทวดาให้ต้องบูชากราบไหว้ ไม่มีนรกสวรรค์ และที่สำคัญไม่มีกรรมดีกรรมชั่ว ที่จะตัดสินให้มนุษย์ต้องตกไปอยู่เพื่อชดใช้ผลกรรมที่ได้ทำมาในภพภูมิต่าง ๆ มีแต่สสารและพลังงานที่มนุษย์สามารถควบคุมได้ เพราะมนุษย์สามารถรู้ถึงกฎเกณฑ์ที่กำกับความเป็นไปของสสารและพลังงานเหล่านี้ ในจักรวาลทัศน์แบบวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีความผิดถูก ชั่วดี และสรรพสิ่งถูกลดทอนให้เป็นเพียงวัตถุธรรมนี้ ธรรมชาติและชีวิตถูกทำให้หมดความศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างจึงเป็นเพียงวัตถุที่เคลื่อนไหวไปตามกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์เคมีอย่างเครื่องยนต์กลไก

และชีวิตก็ไม่มีมิติของความดี ความงาม หรือความเป็นมนุษย์ เพราะสิ่งเหล่านี้หากจะมีอยู่ ก็เป็นเพียงปฏิกิริยาทางชีวเคมีในโครงสร้างสมองของมนุษย์เท่านั้น ธรรมชาติที่เคยถือกันว่ายิ่งใหญ่จึงหมดสิ้นความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเอาเข้าจริง ๆ ก็เป็นแค่ปรากฏการณ์ที่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ไม่กี่ข้อ ที่สำคัญ กฎเกณฑ์เหล่านี้ มนุษย์สมัยใหม่รู้ได้ เข้าใจได้ และยังสามารถใช้จัดการกับสรรพสิ่งได้ตามใจมนุษย์อีกด้วย มนุษย์สมัยใหม่ในวัฒนธรรมความคิดเช่นนี้ จึงมีความอหังการ มมังการ และสิ่งที่เหือดหายไปจากจักรวาลทัศน์แบบวัตถุนิยมกลไกนี้ ก็คือ

ความอ่อนโยนต่อชีวิตและความอ่อนน้อมต่อธรรมชาติ

โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์

กลุ่มจิตวิวัฒน์

โครงการจิตวิวัฒน์ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์

สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

NewConsciousness@thainhf.org

ตีพิมพ์ใน มติชนรายวัน ๑๙ มิถุนายน ๒๕๔๗



Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
คำค้น: อ่อนโยน ชีวิต อ่อนน้อม ธรรมชาติ 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.375 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 04 พฤศจิกายน 2565 08:29:30