[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
17 พฤษภาคม 2565 19:05:16 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า:  1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง  (อ่าน 27330 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:01:32 »

[ โดย อ.มดเอ็กซ์ ]



 
 
เสียงตด คือ เสียงพุทธะ
 
 
 
พระรูปหนึ่งถามอาจารย์โถจื่อว่า
" ในพระสูตรบอกว่า เสียงของสรรพสิ่งคือเสียงพุทธะ จริงอย่างนั้นหรือครับ "
อาจารย์ตอบว่า " ก็จริงสิ "
 
 
 
พระรูปนี้ถามอีกว่า " ถ้าอย่างนั้น เสียงที่ออกมาจากท้องน้อยหรือเสียงผายลม
ก็เป็นเสียงพุทธะด้วยสิครับ "
 
 
อาจารย์จึงตีพระรูปนี้ไป
 
 
เขายังถามต่ออีกว่า " ในพระสูตรบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นคำหยาบหรือคำสุภาพ
ก็เข้าหลักพุทธธรรม เป็นอย่างนั้นจริงหรือครับ "
อาจารย์ตอบว่า " จริงซี "
 
 
 
เขาถามอีกว่า " ถ้าอย่างนั้น เราพูดว่า แกมันไอ้พวกห้าร้อย ! นี่ก็เข้าหลัก
พุทธธรรมน่ะซีครับ "
 
 
 
อาจารย์ตีเขาไปอีกที
 
 
( คัดเรื่องจากปี้เอี๋ยนลู่ )
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
 
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #21 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:07:14 »


 
 
กระ ZEN กระสาย


หมอหนุ่ม คาสุดะ ถามเพื่อนของเขาว่า "เซนคืออะไร?"
"ฉันไม่สามารถบอกท่านได้ แต่ฉันรู้อย่างหนึ่ง
หากท่านเข้าใจเซน ท่านจะไม่กลัวตาย"

"มีอาจารย์เซนท่านใดที่สามารถสอนฉันได้"
"ทำไมท่านไม่ลองไปหาอาจารย์นันอินเล่า?"

เขาซ่อนมีดยาวเก้านิ้วครึ่งเล่มหนึ่งไปด้วย เพื่อทดสอบว่าอาจารย์กลัวตายจริงหรือไม่ ราวกับรู้ทัน เมื่ออาจารย์นันอินเห็นหมอ ก็เอ่ยดักคอว่า

"เป็นไงเพื่อน ? เราไม่ได้เจอหน้ากันนาน"
หมอเอ่ย"เราไม่เคยพบกันมาก่อน"
"จริง อาตมาเข้าใจผิดไปเองว่าท่าน
เป็นหมออีกคนหนึ่งที่กำลังเรียนอยู่ที่นี่"

หมอหมดโอกาสทดสอบอาจารย์ (หรืออาจเปลี่ยนใจไม่ทดสอบ !)
เขาถามอาจารย์ว่า เขาจะขอเรียนวิชาเซนได้หรือไม่
อาจารย์นันอินบอกหมอคาสุดะ

"เซนไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร ในเมื่อเธอเป็นหมอ
ก็จงรักษาคนไข้ของเธออย่างกรุณา นั่นก็คือเซน"

คาสุดะไปหาอาจารย์สามครั้ง ทุกครั้งอาจารย์ก็บอกอย่างเดียวกัน

"เป็นหมอก็ไม่ควรเสียเวลาแถวนี้
ไปรักษาคนไข้ของเธอเถอะ"

ครั้งที่สี่ ที่เขาไปหาอาจารย์ เขาบอก
"เพื่อนฉันบอกว่า หากเข้าใจเซน จะไม่กลัวตาย
ทุกครั้งฉันมาที่นี่ อาจารย์บอกให้ฉันรักษาคนไข้ของฉัน
ฉันรู้จักเซนเพียงแค่นั้น ถ้านั่นคือสิ่งที่ท่านเรียกว่าเซน
ฉันก็ไม่ต้องมาหาอาจารย์อีก"

อาจารย์ยิ้ม ตบไหล่หมอ
"อาตมาอาจเคร่งกับเธอมากหน่อย
ให้อาตมาลองให้เธอศึกษาโกอานหน่อย"

โกอานที่ให้ศึกษาคือเรื่อง หมาของเจ้าโจว
และงานของอู๋เหมินฮุ่ยคาย
หมอศึกษาโกอานบทนี้นานสองปี
ทุกครั้งที่ไปหาอาจารย์ ท่านบอก
"เธอยังไปไม่ถูกทาง"

หมอครุ่นคิดอีกปี และอีกครึ่งปี
จิตของเขานิ่ง เขาเข้าใจปัญหา
เข้าใจความจริงของความไม่มี

เมื่อนั้นเขาก็พบความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
เขาดูแลคนไข้ของเขาอย่างดี และพบว่าเขาไม่แยแสกับความเกิด
ความตาย เมื่อนั้นเขาจึงเข้าใจความหมายของเซนและความตาย

ในวันสุดท้ายของชีวิต ทันซันเขียนจดหมายหกสิบฉบับส่งไปยังหลายคน
และสั่งให้เด็กส่งจดหมายเหล่านั้นไป
จดหมายเขียนว่า :


อาตมากำลังลาจากโลกนี้ไป
นี่คือคำประกาศครั้งสุดท้ายของอาตมา

ทันซัน
27 กรกฎาคม 1892


จากคอลัมน์ มังกรเซน
โดย วินทร์ เรียววาริณ
มติชนสุดสัปดาห์ หน้า 50
ฉบับที่ 1509 วันที่ 17-23 กรกฎาคม 2552
ขอขอบคุณ
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:07:24 »



ผู้กลืนกินจักรวาล

วันหนึ่ง ท่านอาจารย์อันมอน กล่าวขึ้นท่ามกลางศิษย์ว่า

" ไม้เท้าของฉันอันนี้ สามารถแปลงร่างเป็นมังกรเป็นมังกรใหญ่และกลืนกินจักรวาล
ไว้ทั้งหมดได้ โอ ! โอ้แล้วแม่น้ำ ภูเขา แผ่นดินอยู่ตรงใหนล่ะ "

ปริศนาธรรมจากเรื่องนี้มุ่งจะแสดงให้เห็นความสำคัญของการรวมความสนใจทั้งหมด
ไว้ที่จุดเดียว ซึ่งเป็นอำนาจสมาธิจิตอย่างหนึ่ง

เรื่องนี้ท่านอาจารย์อันมอน แสดงให้เห็นท่ามกลางศิษย์ ด้วยการยกไม้เท้าขึ้นสูงเหนือ
ระดับสายตา ด้วยการยกไม้เท้าขึ้นสูงเหนือระดับสายตาศิษย์ทั้งหมด พลางพูดเหมือน
กับว่าท่านกำลังจับพญามังกรที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ

ความสนใจของศิษย์ทั้งหมดย่อมรวมจุดแน่วแน่อยู่ที่ไม้เท้า นั่นคือท่านอาจารย์อันมอน
กำลังควบคุมผู้ฟังไว้ด้วยไม้เท้า จนดูเหมือนว่านอกจากไม้เท้าแล้วก็ไม่มีอะไรอื่นอีก

ไม้เท้าได้ กลืนกิน จักรวาลทั้งหมดไว้แล้วโดยแท้ เพราะมันได้กลืนความสนใจของคนทั้ง
หมดไว้มันได้ระงับดับความคิดปรุงแต่งทั้งปวงไว้ ณ ที่นั้นในขณะแห่งนาทีนั้นแล้ว

ก็เมื่อความคิดปรุงแต่ง ถูกระงับลงเสียได้อะไรอะไรจะเหลืออยู่อีกเล่า จักรวาลนั้นไม่ใช่
อะไรอื่นมันก็คือ โลกแห่งความคิดปรุงแต่งขึ้นมาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้มากด้วยความ
หมาย มากด้วยสมมุติบัญญัติ เท่าที่แรงแห่งความไม่รู้แจ้งเห็นจริงจะปรุงไปต่าง ๆ นานา
ตามอำนาจของกิเลส

ในทางเซนจะพูดว่า " จิตเกิด สรรพสิ่งเกิด จิตดับ สรรพสิ่งสิ่งดับ " จักรวาลตั้งอยู่ในจิต
เพราะจิตสร้างจักรวาลขึ้นมา

จิตในที่นี้เขาหมายถึง " สังขารจิต " คือจิตปรุงแต่งขึ้นมา หรือสิ่งที่ปรุงเป็นจิตขึ้นมานั่นเอง

จิตในความหมายนี้จึงขึ้นต่อสรรพสิ่ง หรือถูกกำหนดโดยสรรพสิ่งอยู่ตลอดเวลา

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเอ่ยคำว่า " ข้าว " ขึ้นมาหลายคนอาจพูดต่อทันทีว่า " ชักหิวเสียแล้ว
ซี ไปกินกันที่ใหนดีล่ะ " ขณะที่คำเดียวกันนี้ ถ้าไปเอ่ยปากกับชาวนา เขากลับพูดว่า " เออ
ปีนี้มันแย่จริง น้ำท่วม นาล่มหมด "

ถ้าไปเอ่ยกับพ่อค้าเขาก็อาจพูดว่า " ปีนี้ผลิตได้มากก็จริง แต่มันล้นตลาดโลกเสียแล้ว ราคา
แย่ลงอีกตามเคย "

เห็นใหมคำว่า " ข้าว " คำเดียวกัน มันได้เปลี่ยนความหมายไปถึงสามความหมาย คนหนึ่ง
นึกถึงเม็ดข้าวในจาน คนหนึ่งนึกถึงข้าวเป็นรวงในนา คนหนึ่งนึกถึงข้าวเป็นกระสอบในโกดัง

ความหมายทั้งหลายนี้ เกิดจากอะไร ตอบว่าเกิดจากความคิดที่ไม่เหมือนกัน ถามต่อไปว่า
ทำไมความคิดจึงไม่เหมือนกัน ตอบว่าเพราะจิตมันปรุงแต่งขึ้นมาไม่เหมือนกัน

ถามว่าไฉนจิตจึงปรุงแต่งไม่เหมือนกัน ก็ตอบได้ว่าเพราะสิ่งที่มาสัมผัสหรือกระทบจิต มัน
ต่างกัน อ้าวก็ได้ยินคำว่า " ข้าว " คำเดียวกันไม่ใช่หรือ ตอบว่าใช่แล้วแต่ " นัยประหวัด "
ของคำเดียวกันนี้ต่างมีไม่เหมือนกัน

นั่นคือ ประสบการณ์ของแต่ละคนทำให้ " นัยประหวัด " ของคำ ๆ เดียวกันนั้นกลับแตกต่าง
กันไป ประสบการณ์ก็คือสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับบุคคลนั้น ๆ นั่นเอง

เห็นไหมว่าความคิดหรือจิต ที่ปรุงเป็นความคิด ( สังขาร ) นั้น มันไม่ได้เกิดขึ้น ลอย ๆ มันเกิด
ขึ้นจากเหตุแวดล้อมภายนอก คือสรรพสิ่งนั่นเองบวกกับความลับรู้ ตามธรรมชาติ " รู้ " ( วิญญาณ )
ภายในของเราเป็นปัจจัยจึงก่อให้เกิด " จิต " ขึ้นมา

ดังนั้น ในลักษณะนี้ " จักรวาลก็คือจิต จิตก็คือจักรวาล "

เซนมุ่งที่จะเพิกหรือถอน " จิต " ในลักษณะนี้ออกมาโดยมีคำเรียกใหม่ว่า " จิตเดิมแท้ " ซึ่ง
เป็นจิตในลักษณะ ที่เปี่ยมอยู่ด้วย " ปัญญา " คือ ความรู้เท่าทันต่อสรรพสิ่ง ที่มากระทบ
อบ่างถูกต้องตามเป็นจริง

มิใช่จิตที่ถูกกำหนด โดยสรรพสิ่งสถานเดียว หากเป็นจิตที่สามารถจะกำหนดสรรพสิ่งได้ด้วย

เมื่อท่านอาจารยือันมอน ยกไม้เท้าขึ้นมากำหนดจิต ท่านต้องการให้ศิษย์ทุกคนเอาจิตกำหนด
ไม้เท้านั้นได้ด้วย

จิตที่สามารถกำหนดสิ่งอื่นได้นี่แหละที่ท่านอุปมาอุปมัยว่าเป็นเหมือนพญามังกร ที่จะกลืนกิน
จักรวาลได้ ผันแม่น้ำ ผลีกภูเขา พลิกแผ่นดิน ก็ได้ด้วย

ขอเพียงแต่เข้าใจ และรู้เคล็ดลับของการกำหนดซึ่งกันและกันนี้ให้ได้เท่านั้น
 
จากหนังสือ มุมที่ไม่มีเหลี่ยม ของ ท่านเนารัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ใครๆ ก็รู้ว่าในเชิงกวี เขาคือมืออันดับหนึ่ง
แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าในเชิงปรัชญาเซน เขามิได้เป็นมือสองรองใคร
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #23 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:07:33 »


 
"ฟ้าดินล่มสลายแล้ว"
 
 
อาจารย์เซนจากจีนท่านหนึ่ง ได้ตั้งปริศนาธรรมถามซามูไรคนหนึ่งที่ชื่อ เรียวซานที่มาฝึกเซนกับท่านว่า

"ถ้าเธอกำลังเข้าไปอาบน้ำในห้องอาบน้ำ ขณะที่ร่างกายเธอเปลือยเปล่าอยู่ เธอถูกรายล้อมด้วยศัตรูจำนวนหนึ่งร้อยคนใส่เสื้อเกราะ มีทั้งธนู และดาบครบครัน เธอจะเผชิญหน้ากับพวกเขาอย่างไร? เธอจะคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตจากพวกเขาหรือ? หรือเธอจะแสดงความกล้าหาญแบบนักรบด้วยการยอมตายในการสู้รบกับพวกเขา? หรือจะมีหนทางอื่นใดอีก เรียวซานตอบว่า "ข้าอยากชนะโดยไม่ต้องยอมจำนน และไม่ต้องสู้รบ"

นี่คือ ปริศนาธรรมที่ว่าด้วย "ชัยชนะในท่ามกลางศัตรูนับร้อย ที่บันทึกอยู่ใน โคอานสำหรับนักรบ หรือ ซามูไรเซน ที่มีชื่อว่า โชนันคัตโตโรคุ ซึ่งเป็นบันทึกเก่าแก่ของวัดเค็นโจญิที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายนัก แม้ในสมัยนี้

ปริศนาธรรมว่าด้วย "ชัยชนะในท่ามกลางศัตรูนับร้อย ข้อนี้ที่กระตุ้นให้นักรบผู้ศึกษาเซนครุ่นคิด วิธีจัดการเอาชนะวิกฤตโดยที่ไม่ต้องยอมจำนน และไม่ต้องสู้รบให้เสียเลือดเนื้อ เป็นปริศนาธรรมที่ไม่ล้าสมัยเลย ผู้บริหารไทยในปัจจุบันที่เป็นนักกลยุทธ์ย่อมสามารถนำไปปรับใช้ด้วยการตั้งปริศนาธรรมสำหรับตนเองที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้อย่างไม่ยากนัก ที่สำคัญก็คือ ผู้บริหารพึงตระหนักและเห็นความสำคัญ ความจำเป็นในการเชื่อมโยง หลักของเซนเข้ากับการแก้ปัญหาการบริหารการจัดการที่นับวันก็ยิ่งทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

ผู้เขียนจะขอยกปริศนาธรรมอีกข้อหนึ่งจากโชนันคัตโตโรคุ ที่บันทึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในปี ค.ศ. 1331 ทาดะมาสะ เป็นซามูไรชั้นผู้ใหญ่ในสังกัดของโฮโจ ทากะโทคิ เขาเป็นนักรบที่หมั่นเพียรในการเข้ามาฝึกเซน และนั่งสมาธิแบบเซนอย่างต่อเนื่องที่วัดเค็นโจญิมากว่ายี่สิบปีแล้ว ในปี ค.ศ. 1331 เกิดสงครามสู้รบทุกหย่อมหญ้า ทาดะมาสะได้รับบาดเจ็บสาหัสในการสู้รบครั้งหนึ่ง แต่แทนที่เขาจะไปรักษาบาดแผล เขากลับตรงดิ่งไปที่วัดเค็นโจญิ เพื่อพบอาจารย์เซนของเขาที่ชื่อ โซซาน ซึ่งเป็นอาจารย์เซนจากจีนคนที่ 27 ที่มาประจำที่วัดนี้

ขณะนั้น อาจารย์เซนกำลังอยู่ในพิธีชงชา เมื่อท่านแลเห็นศิษย์ซามูไรในชุดเสื้อเกราะอาบเลือดมาหา ท่านก็ยื่นถ้วยชาไปวางเบื้องหน้าเขา และถามเขาว่า "ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?"

ซามูไรเหยียบถ้วยชาตรงหน้าแตกกระจาย และตอบว่า

"ฟ้าดินล่มสลายแล้ว"

อาจารย์เซน ถามต่ออีกว่า

"เมื่อฟ้าดินล่มสลายแล้ว ตัวเธอเป็นอย่างไรบ้าง?"

ซามูไรยืนนิ่งเอามือกุมอก เขาตอบไม่ถูก อาจารย์เซนจึงตีเขา และเขาเผลอครางออกมาด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลโดยไม่ได้ตั้งใจ

อาจารย์เซน กล่าวทันทีว่า

"ดูเหมือนว่า ฟ้าดินยังไม่ได้ล่มสลายจริง" ทันใดนั้น เสียงกลองที่ดังจากป้อมค่ายเรียกตัวให้ทาดะมาสะต้องเผ่นกลับไปที่ป้อมค่ายเพื่อทำสงครามต่อ แต่ในเย็นวันต่อมา เขาก็มาหาอาจารย์เซนของเขาอีก และโชกเลือดเหมือนเดิม ท่านอาจารย์ก็ถามเขาด้วยคำถามเดิมอีกว่า

"เมื่อฟ้าดินล่มสลายแล้ว ตัวเธอเป็นอย่างไรบ้าง?" คราวนี้ซามูไรใช้ดาบที่อาบเลือดของเขายืนค้ำตัวแล้วร้องเสียงก้องกังวานว่า "คัทสุ!" เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะยืนสิ้นใจเบื้องหน้าครูของเขา...นี่คือ ปริศนาธรรมที่ว่าด้วย "เมื่อฟ้าดินล่มสลาย" ซึ่งเตือนใจพวกเราให้คำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาว่า เมื่อเจอภัยพิบัติที่รุนแรงราวกับฟ้าดินกำลังล่มสลายอย่างแผ่นดินไหว หรือคลื่นยักษ์สึนามิแล้ว พวกเราควรมีสภาวะจิตอย่างไร หรือตอนที่ความตายกำลังมาเยือนตรงหน้า หรือตอนที่ธาตุทั้งสี่ในร่างกายกำลังแยกสลายขณะสิ้นใจ เราควรทำจิตแบบเซนได้อย่างไร เป็นต้น ซึ่งจะทำให้เรามีความกล้าหาญอย่างไม่กลัวความยากลำบากและอุปสรรคใดๆ ในขณะที่ยังมีชีวิต มีลมหายใจอยู่...ตั้งแต่ผู้เขียนได้อ่านหนังสือแนวเซนมาเป็นจำนวนมาก ก็มีบันทึกโชนันคัตโตโรคุนี้แหละที่มีเนื้อหาที่เข้มข้น เหมาะสำหรับนักรบและนักกลยุทธ์ที่ต้องการฝึกจิตแนวเซนเป็นที่สุด


จาก เว็บ ผู้จัดการ เขียน โดย อ. สุวินัย
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #24 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:07:47 »


 
 
ฉันอยากเป็นบุคคลที่สวยงาม
 
ผู้คนส่วนมากมักไม่ตระหนักว่าใบหน้าและและร่างกายของตนเองนั้นสามารถเปิดเผยอย่างล่อนจ้อนถึงรายรับรายจ่ายของชีวิตที่ผ่านมาทั้งหมด การเผยโฉมออกมาอย่างเปลือยเปล่าเช่นนี้ช่างเป็นเรื่องที่น่ากลัวและน่าอาย
 
ทั้งหมดที่เราคิด พูด และทำมาตั้งแต่เกิด ล้วนเป็นตัวสรรสร้างและปั้นแต่งใบหน้า ร่างกายและบุคลิกของเราขึ้นมา เพียงแค่แวบเดียว บุคคลที่มีดวงตาเห็นได้ชัดแจ้งจะสามารถรับรู้ประวัติความเป็นมาของเราได้ตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว
 
น่าจะเป็นลินคอล์นที่เคยกล่าวเอาไว้ว่า มนุษย์นั้นต้องรับผิดชอบต่อหน้าตาของตนเองเมื่ออายุสี่สิบปีไปแล้ว ใบหน้าและร่างกายที่ดูเสมือนว่าได้รับการแกะสลัก ขัดเกลา และปรับแต่งอย่างต่อเนื่องมาตลอดตั้งแต่เกิดโดยสิ่วที่มองไม่เห็นนั้น เมื่ออายุเข้าสู่ช่วงวัยสี่สิบ ใบหน้าและร่างกายก็จะเผยความสวยงามและความน่าเกลียดทั้งมวลออกมาโดยที่ไม่สามารถอำพรางซ่อนเร้นได้โดยเครื่องสำอางหรือเครื่องนุ่งห่มใดๆ
 
ยาอิจิ อะอิสุ กวีญี่ปุ่นรุ่นใหม่และศิลปินนักเขียนอักษรศิลป์๒ เคยเขียนถึงคนสนิทไว้ว่า “เพื่อนของฉัน การที่เราดำรงสติในทุก ๆ สิ่งที่คิดและทำ และมีหัวใจที่สงบและสันตินั้น ฉันหวังว่าฉันจะกลายเป็นบุคคลที่สวยงาม” ข้าพเจ้ารู้สึกว่าตนเองต้องการจะแก่เฒ่าด้วยหนทางเช่นนี้ด้วยเช่นกัน
 
 
 
 
สายลมแห่งสวรรค์
 
ข้าพเจ้าวางมือจากการทำสวนเพื่อที่จะมองไปยังนกเล็กๆ ตัวหนึ่งที่อยู่เหนือหัวข้าพเจ้าขึ้นไป ทั้งนี้เพราะเสียงร้องของมันได้ทำลายความเงียบลง สายลมอันสดชื่นที่พัดโบกโบยลงมาจากเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นทำให้เหงื่อบนหน้าผากของข้าพเจ้าเหือดแห้งไป สิ่งที่กำลังพวยพุ่งวิ่งพล่านอยู่เต็มกายของข้าพเจ้าในตอนนี้กลับคือความสุขกับชีวิต และความสนุกกับงานที่กำลังทำอยู่
 
“วันนี้ลมเย็นจังเลยเนอะ ว่าไหม” หญิงชราคนหนึ่งเดินผ่านมาทักทาย
“บ้านของใครกันจะไม่ต้อนรับพระจันทร์สวย ๆ และสายลมที่ร่าเริงสดชื่นเหล่านี้ได้”
 
ในหนังสือชื่อเฮกิงัน โรกุ (Hekigan –roku) หรือบันทึกจากผาสีฟ้าได้ถามคำถามนี้เอาไว้
พระจันทร์ที่สดใสนั้นส่องประกายเข้าไปในบ้านทุก ๆ หลัง และบ้านทุก ๆ หลังก็ล้วนอยู่ในเส้นทางที่สายลมอันสดชื่นและร่าเริงพัดผ่าน ข้าพเจ้าอยากรู้ว่าแต่ละคนนั้นจะรู้สึกถึงสายลมว่าเป็นสายลมที่แสนสดชื่นหรือเป็นสายลมหนาวที่ไร้ปรานีกันแน่ ความแตกต่างนั้นไม่ได้อยู่ที่สายลม แต่อยู่ที่คนๆ นั้นซึ่งเป็นผู้รับรู้ต่างหาก เคยมีใครบางคนกล่าวแก่ข้าพเจ้าว่าสายลมเช่นนี้เรียกว่า “สายลมแห่งสวรรค์”
 
ศตวรรษที่แล้ว อาจารย์เซนจ้าวโจว (หรือโจชู ในภาษาญี่ปุ่น) ได้ถามอาจารย์หนาน
ฉวน (หรือนันเซ็น ในภาษาญี่ปุ่น) ผู้อาจารย์ว่าเขาควรแสวงหาทาง ๓ หรือไม่ อาจารย์หนานฉวนตอบว่า “ถ้าเธอพยายามหามัน เธอจะอยู่แยกจากมัน”
 
สิ่งที่เราเรียกว่าสวรรค์ ความสุข ธรรมะ หรือการรู้แจ้งนั้นไม่สามารถแสวงหาได้ภายนอกตัวของเรา หากแต่จะพบได้ก็ต่อเมื่อเราสังเกตเห็นอย่างแท้จริงเท่านั้นว่ามันเป็นหนึ่งเดียวกับเราอยู่แล้วตามธรรมชาติ
 
 

 
http://review.semsikkha.org/content/view/56/137/
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:07:57 »

วิปัสสนาแห่งเซ็น
(แปลและเรียบเรียงโดย ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์ )

http://i271.photobucket.com/albums/jj152/SweetNeem/Back%20to%20the%20Nature/Allflowers/J2272750-44.jpg
นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง

วิปัสสนาแห่งเซ็น
เมโห

การนั่งวิปัสสนาของเซ็นเป็นหนทางแห่งความสงบสันติอันสมบูรณ์

โดยภายในแล้ว มิใช่เป็นเพียงเงาของความรู้สึกนึกคิด

โดยภายนอกแล้ว ก็มิใช่เป็นเพียงเงาของความแตกต่างระหว่างสรรพสิ่ง

อย่าได้คิดถึงการบรรลุ การตรัสรู้

อย่าได้คิดถึงการละทิ้งสิ่งอันเป็นมายา


เธอเปรียบเหมือนนกที่กำลังบิน ซึ่งไม่มีจิตจะคิดถึงการส่งเสียงร้อง

เหมือนกับภูเขาที่ไม่รับรู้ต่อภูเขาลูกอื่นที่อยู่รอบข้าง

การนั่งวิปัสสนาของเซ็นไม่มีอะไรที่จะต้องทำเกี่ยวกับการรักษาศีล

การปฏิบัติสมาธิ การเข้าถึงปัญญา

เธอก็เหมือนกับปลาที่ไม่ได้มีความมุ่งหมายอันเฉพาะเจาะจงใด ๆ

ในการอยู่ในท้องทะเล


http://i271.photobucket.com/albums/jj152/SweetNeem/Back%20to%20the%20Nature/pic15.jpg
นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง


จงเฝ้าดูตัวของเธอเองจากความนึกคิดอันเคยชินว่า “สิ่งนี้ดี สิ่งนั้นเลว”
สิ่งที่เธอควรจะใส่ใจแต่เพียงประการเดียวก็คือการถามตัวเองอยู่เสมอว่า

“อะไรคือสิ่งที่อยู่เหนือความเป็นคู่ทั้งสอง”

ธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะอันสมบูรณ์ดุจพระจันทร์เต็มดวง
อยู่ในขณะแห่งการวิปัสสนาแบบเซ็นของเธอแล้ว


วิถีชีวิตแห่งความหมดจดงดงามของพระพุทธเจ้านั้นมิใช่หนึ่งหรือหลากหลาย

มิใช่สิ่งนี้หรือสิ่งนั้น มิใช่ภาวะหรืออภาวะ

อย่าได้ยึดมั่นถือมั่นในการตรัสรู้หรือความลวงหลอก
จงทำใจให้เป็นอิสระจากความชอบหรือความไม่ชอบ

อย่าได้ยึดติดในความคิดอันฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นในจิตของเธอ
และมันจะผ่านออกไปโดยปราศจากร่องรอยดุจเงาในกระจกฉะนั้น


http://img88.imageshack.us/img88/3684/bd2938fe59dd19e2d9380b9yx2.jpg
นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง

ศีลห้า ศีลแปด ศีลสองร้อยห้าสิบ
วินัยแห่งสงฆ์สามพันข้อ ธรรมชาติแห่งความเป็นพุทธะ
ความเป็นโพธิสัตว์ และวงล้อแห่งธรรม
ทั้งหมดนี้มีอยู่ในการนั่งวิปัสสนาแห่งเซ็นและปรากฏออกมาจากสิ่งนี้ทั้งสิ้น
ในการประพฤติปฏิบัติทั้งหมดนั้น “ซาเซ็น” จะต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
เพราะว่าอานิสงส์ของบุคคลที่ได้ปฏิบัติซาเซ็น
อยู่เหนือการสร้างโบสถ์วิหารอันวิจิตรพิสดารมากนัก

http://i170.photobucket.com/albums/u277/saviska/4014.jpg
นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง

ไม่ว่าเธอจะเป็นนักศึกษาที่เพิ่งเริ่มต้นหรือที่ได้ปฏิบัติมานานแล้ว

ไม่ว่าเธอจะเป็นผู้คงแก่เรียนหรือผู้ที่ไม่มีความรู้

หากเธอปฏิบัติซาเซ็น

สิ่งที่เธอทำ สิ่งที่เธอรู้สึก และสิ่งที่เธอคิดทั้งหมด

ก็จะเป็นส่วนหนึ่งแห่ง “ความเป็นเช่นนั้น” อันมหัศจรรย์และยิ่งใหญ่


คัดจาก "บทเพลงแห่งเซ็น" หน้า ๒๘-๓๑
แปลและเรียบเรียง
โดย
ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์


http://i271.photobucket.com/albums/jj152/SweetNeem/Back%20to%20the%20Nature/Godspainting05.jpg
นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง

(ขอบคุณภาพประกอบจากฟอร์เวิดเมล์ค่ะ)




[COLOR=mediumturquoise]Pics by [/COLOR]Google


ขอบพระคุณที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #26 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:08:07 »


 
 
 
นักศึกษาวิชาเซนคนหนึ่ง ไปคำนับท่านอาจารย์บันไก พร้อมกับยิงปุจฉาว่า
 
"ท่านอาจารย์ครับ ผมเป็นคนขี้โมโห โกรธขึ้นมาแล้ว ห้ามไม่ค่อยได้ ทำอย่างไร ผมจะระงับความโกรธได้ล่ะครับ"
 
"เธอมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตัวมากนี่ ไหนลองนำมันออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ"
 
"ผมเอามันออกมาให้ท่านอาจารย์ดูตอนนี้ ไม่ได้หรอกครับ"
 
"อ้าว ! แล้วเมื่อไรเธอจะนำมันออกมาให้ฉันดูได้ล่ะ"
 
"ก็ไม่รู้สิครับ เพราะมันเกิดขึ้นไม่เป็นเวลาน่ะครับ"
 
"ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า มันไม่ใช่ธาตุแท้ของเธอมาแต่เดิมนะสิ เพราะถ้ามันเป็นของเธออยู่แล้ว เธอต้องนำมันออกมาให้ดูได้ตลอดเวลา และนี่ก็แสดงว่า มันไม่ได้ติดตัวเธอมาแต่กำเนิด พ่อแม่ของเธอก็มิได้มอบให้เธอมา - - จริงมั้ย ?"
 

ขอบคุณที่มา
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #27 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:08:18 »

ความว่างเปล่า และความป่วยของเซน

 
บรรยายธรรมโดยอนุตราจารย์ชิงไห่
การเข้าฌานนานาชาติทวีปยุโรปสามวัน
ฮัมบูกร์ เยอรมัน วันที่ 25-27 สิงหาคม 2538
(ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ) วีดีโอเทป #49
 
ครั้ง หนึ่งลูกศิษย์ถามท่านอาจารย์เซน โจชัว “อาจารย์ ถ้าผมไม่มีอะไรเลยในใจตอนนี้ ผมควรจะทำอะไร” เขาหมายถึงจิตใจของเขาได้ว่างเปล่าแล้ว ผ่อนคลายและปราศจากความปรารถนา ความทะเยอทะยาน หรือความต้องการอะไรก็ตามอีกต่อไป และอาจารย์ตอบ “โยนมันออกไป!”
 
แต่ลูกศิษย์ยืนกรานพูดว่า “ผมไม่มีอะไร อาจารย์! แล้วผมจะโยนมันไปได้อย่างไร”และอาจารย์ตอบว่า “ตกลง งั้น เก็บมันไว้!” (ท่านอาจารย์และทุกคนหัวเราะ)ลูกศิษย์บอกว่าเขาไม่มีอะไรเลยแต่แล้วเขายืน กรานอย่างเดียวกันนั้น ดังนั้นอาจารย์กล่าว “ตกลง งั้น เก็บมันไว้!” เขามีมากเกินกว่าจะโยนมันไป

ผู้คนมากมายคิดว่าพวกเขาว่างเปล่าและนั่นพวกเขาได้บรรลุเต๋าหรือตระหนักถึง พุทธภาวะและอะไรทำนองนั้น พวกเขาคิดว่าพวกเขาไม่มีความปรารถนาอะไรเลย ไม่มี ไม่มี ไม่มีและนั่นเป็นเพราะพวกเขาใส่เสื้อผ้าที่พองโป่งและโกนหัว พวกเขาใช้ได้หมายถึงพวกเขาทั้งหมดว่างเปล่า

แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่ ความว่างเปล่าไม่ใช่มาจากภายนอกมันมาจากภายใน ดังนั้นทันทีที่เธอสำนึกว่าเธอว่างเปล่า เธอไม่ได้เป็นอย่างนั้นเพราะมันยังคงมีสำนึกที่นั่น และกลิ่นของเซนรุนแรงมาก ผู้คนเรียก“ความป่วยของเซน” ดังนั้นในกรณีที่มีสิ่งนั้น เธอควรจะไปพบแพทย์และเอามันออกไป

เมื่อเราเป็นเพียงคนธรรมดา เราไม่รู้มากและเรารู้ว่า เราไม่รู้ แต่ทันทีที่เรานั่งสมาธิเพียงแค่เวลาสั้น ๆ เราคิดว่าเรารู้ แต่หลังจากนั้นเมื่อใช้เวลามากขึ้น เรารู้ว่าเราไม่รู้อีก ดังนั้นนั่นเป็นเวลาที่ดีที่สุด เมื่อเราไม่รู้ นั่นเป็นเวลาเมื่อเรารู้ดีที่สุด เพราะว่าถ้าเรายังคงเต็มไปด้วยความรู้และการรู้และเป็นเช่นนั้นต่อไป มันหมายถึงเรายังคงสำนึกครึ่งทางเท่านั้นจริง ๆ

จริง ๆ แล้ว ทั้งหมดที่ฉันกำลังบอกก็คือเธอทำให้ตัวเธอรื่นรมย์สุขสำราญ และใช้เวลาด้วยกัน ดังนั้นเมื่อเธอกลับบ้าน เธอรู้สึกว่าอารมณ์ของเธอ จิตใจและหัวใจที่เป็นมนุษย์ของเธอได้รับบางสิ่งจากอาจารย์ แต่ทั้งหมดนี้เป็นขยะ:ไม่ว่าจะเป็นขยะที่สวยงามหรือขยะที่ไม่ดี มันเป็นขยะทั้งหมด สิ่งที่เธอสำนึกอยู่ภายในไม่ใช่จากคำพูดของฉัน แน่นอนคำพูดที่ให้กำลังใจและย้ำเตือนของฉันบางทีอาจช่วยทำให้เธอสบายใจในบาง สถานการณ์และช่วยเปลี่ยนอุปนิสัยส่วนตัวที่ไม่พึงปรารถนาบางอย่าง แต่นั้นไม่ใช่การรู้แจ้ง

การรู้แจ้งไม่ต้องทำอะไรเลยกับบุคลิก ดีหรือไม่ดี มีศีลธรรมดีหรือมีข้อผิดพลาด การรู้แจ้งเป็นแค่ตัวเองที่บริสุทธิ์ ไม่เคยเปลี่ยน ไม่เคยกลายเป็นดีกว่า ไม่เคยกลายเป็นเแย่ลง ไม่เคยเป็นอวิชาและไม่ต้องกลายเป็นรู้แจ้งอีก มันอยู่อย่างนั้นเสมอ มันเป็นอย่างนั้นเสมอ มันจะเป็นอย่างนั้นเสมอและมันคือปัจจุบัน

เรื่อง ราวและการอธิบายเหล่านี้ และที่เรียกว่าความรู้ทางโลกทั้งหมดของฉันเป็นเพียงเพื่อการทำให้เพลิดเพลิน จนกระทั่งเรามีการติดต่อกันและกันในระดับส่วนตัวและจนกระทั่งเรามีความสุข ร่วมกัน แต่อย่าพกขยะกับเธอมากเกินไป สิ่งนั้นไม่ใช่คำสอนที่ถูกต้อง คำสอนที่ถูกต้องจะปราศจากภาษาเสมอ และเธอรู้มันเสมอ เธอรู้มันภายใน:อย่างชัดเจน อย่างสมบรูณ์แบบโดยไม่มีการอธิบายใด ๆ และโดยไม่มีคำพูดโต้ตอบ แต่ในระหว่างนั้นเราทั้งคู่ต้องเสแสร้ง เราต้องการสิ่งนี้ทั้งหมดจนกระทั่งฉันมีงานทำ จนกระทั่งเธอมีเหตุผลที่จะมาและเธอมีความทรงจำที่ดีบางอย่างจะนำบ้านมาสู่ เธอ นั่นคือทั้งหมด
 
ขอบคุณที่มา : http://magazine.godsdirectcontact.net/thai/178/st_57.htm
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #28 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 12:08:29 »


 
ภายในกับภายนอก
 
เรื่องราวที่เกี่ยวกับความยึดมั่นถือมั่น เป็นที่เล่าขานกันมากที่สุด คือเรื่องนี้
 
พระสองรูปกำลังโต้เถียงกันเรื่องธง
พระรูปหนึ่ง พูดว่า " ธงกำลังไหว "
พระอีกรูปหนึ่ง พูดว่า " ลมต่างหากที่กำลังไหว "
พระสังฆปรินายกองค์ที่หกคือ ท่านเว่ยหลางได้ยินเข้า ก็เลยพูดกับพระทั้งสองว่า
" ลมไม่ได้ไหว ธงก็ไม่ไหว จิตของเธอต่างหากที่กำลังไหว "
 
ข้อสังเกตของท่านเว่ยหลางตรงนี้ มีความหมายเป็นสองนัย ประเด็นแรก
ท่านเว่ยหลาง ต้องการขจัดความคิดยึดมั่นถือมั่นต่อสิ่งภายนอกของพระ
สองรูป ที่ยึดเอาธงกับลมเท่านั้น ว่าเป็นตัวกำหนดความเคลื่อนไหวโดย
ท่านเว่ยหลางชี้ไปที่จิต ซึ่งเป็นสิ่งอยู่ภายในอันตรงข้ามกับสิ่งภายนอกนั้น
ว่า จิตต่างหากที่กำลังถูกสั่นไหว
 
ประเด็นนี้ ท่านประสงค์เพียงชี้ให้เห็นความผิดพลาดของทรรศนะการมองโลก
ที่ยึดแต่ภายนอกเพียงด้านเดียว โดยละเลยอีกด้านหนึ่งคือ ด้านที่เป็นภายใน
 
ตรงนี้ขอขยายความหน่อยหนึ่งว่า " ภายนอก " ในที่นี้ก็คือทุกสิ่งไม่ยกเว้นอะไร
เลย นอกจาก " จิต " และภายในก็คือ " จิต " เท่านั้น
 
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งมีนัยลุ่มลึกพิสดารนัก เคยมีเรื่องเล่าอีกเรื่องหนึ่งที่พยายาม
อธิบาย คำพูดของท่านเว่ยหลางประโยคนี้ด้วยเรื่องว่า
 
มีแม่ชีรูปหนึ่ง ครั้นได้ฟังพระสองรูปเล่าถึงเรื่องนี้นางก็กล่าวกับ พระทั้งสองรูปนั้นว่า
 
" ธงไม่ไหว ลมไม่ไหว จิตก็ไม่ไหว "
 
ตรงนี้แหละสำคัญนัก เพราะตรงเป็าหมายของความไม่ยึดมั่นถือมั่นอย่างถึงที่สุด
คือนอกจากไม่ให้ยึดภายนอกแล้วก็ยังไม่ให้ยึดภายในด้วย
 
เป็นการ " ปล่อยวาง " อย่างแท้จริง
 
วิธีสอนแบบเซนต้องไม่อธิบาย ปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ ทั้งหลายปรากฏตามสภาพความ
เป็นจริง ยิ่งให้คำอธิบายยิ่งพรรณาถึงสิ่งนั้น ๆ หรือยิ่งวิเคราะห์ ยิ่งปรุงแต่งก็ยิ่งผิด
ความหมายที่แท้จริงของสิ่งนั้น ๆ มากยิ่งขึ้นไปทุกที
 
ธงก็ตาม ลมก็ตาม จิตก็ตาม ล้วนเป็นสภาพอันปรากฏอยู่เช่นนั้น ย่อมเป็นไปตามเหตุ
ปัจจัยให้ดำเนินให้เป็นไปนั้น ๆ จิตคือสภาพที่รับรู้สภาพอันเป็นจริงอยู่นั้นไม่มีอะไรอื่น
นอกจากนี้
 
จากเรื่องข้างต้น จิตเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดจากภายนอกกล่าวคือ เพราะลมไหวธงจึงไหว
จิตถูกลมและธงกำหนดให้ไหวตามไปด้วย
 
นี่เป็นเบื้องต้นของวิธีมองโลกแบบเซน คือขจัดความคิดปรุงแต่ง ๆ ปล่อยให้ภายนอก
กับภายใน ได้สัมผัสกันอย่างแท้จริง โดยปกติธรรมดาที่สุดตามธรรมชาติที่ควรเป็นไป
ของมัน
 
เซน ถือว่า นี่เป็นวิธีเดียว ที่เราจะประจักษ์ต่อสิ่งทั้งหลายทั้งปวงอย่างถูกต้องตามเป็น
จริงที่สุด
 
เรามักมองสิ่งต่าง ๆ ด้วยรูปลักษณ์นานาแตกต่างกันไปตามความยึดมั่นถือมั่นด้วยกัน
ทั้งสิ้น
 
 
 
 
 
จากหนังสือ มุมที่ไม่มีเหลี่ยม ของ ท่านเนารัตน์ พงษ์ไพบูลย์
ใครๆ ก็รู้ว่าในเชิงกวี เขาคือมืออันดับหนึ่ง
แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าในเชิงปรัชญาเซน เขามิได้เป็นมือสองรองใคร
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #29 เมื่อ: 13 มิถุนายน 2553 13:48:18 »





http://img2.imageshack.us/img2/2305/7fa0e3b9879bccf807df542.gif
นิทานเซน ฉบับ เทพยาจก เก็บตกตามทาง

พักตาก่อนค่ะน้องแม๊ค เรามีผู้ใจดีมาช่วยแล้วว..
ดีใจๆๆๆ
บันทึกการเข้า
หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7798


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 2.0.157.2 Chrome 2.0.157.2


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #30 เมื่อ: 29 พฤศจิกายน 2553 02:06:16 »

รูปน่ารักมากครับ

กระทู้ดี ๆ แบบนี้ตกหน้าซะแล้ว

มาช่วยดัน 5555+
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
คำค้น: นิทานเซน เซน เทพยาจก 
หน้า:  1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
ใครฆ่าพระเจ้าตาก ฉบับ ภิกษุณีโพธิสัตว์ วรมัย กบิลสิงห์
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 3 10690 กระทู้ล่าสุด 16 มกราคม 2554 09:35:50
โดย เจ้าทึ่ม
นิทานเซน : ขอทานซื้อขนมเปี๊ยะ
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
เงาฝัน 1 2616 กระทู้ล่าสุด 10 พฤศจิกายน 2553 19:57:58
โดย หมีงงในพงหญ้า
นิราศบรมบรรพต ฉบับ 2
สุขใจ ไปเที่ยว
時々๛कभी कभी๛ 2 3629 กระทู้ล่าสุด 15 พฤศจิกายน 2553 19:03:39
โดย 時々๛कभी कभी๛
นิทานเซน : อาจารย์เซนทำนายฝัน
ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน
sati 2 2543 กระทู้ล่าสุด 17 ธันวาคม 2553 23:27:53
โดย หมีงงในพงหญ้า
นิทานเซน : ไม่เปียกปอนหนึ่งคน
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
เงาฝัน 0 2672 กระทู้ล่าสุด 06 มกราคม 2554 10:45:48
โดย เงาฝัน
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 2.028 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 10 มีนาคม 2565 17:11:10