[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
08 กุมภาพันธ์ 2566 01:55:39 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำอย่างไรจึงจะรักษาศีล ๕ ตลอดชีวิตได้  (อ่าน 6426 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sometime
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:14:35 »


<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae1"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva1"><script type="text/javascript"><!-- // --><![CDATA[ var oldLoad = window.onload; window.onload = function() { if (typeof(oldLoad) == "function") oldLoad(); if (typeof(aevacopy) == "function") aevacopy(); } // ]]></script><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/09.%20Track%209.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/09.%20Track%209.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/09.%20Track%209.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc1"></td></tr></table>


...................................คำอนุโมทนา.............................


คำแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศลแด่ดวงวิญญาณไร้ญาติ…...................................…….
สัพเพสัตตา(สพสตตา)สัตว์ ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์เกิด - แก่ เจ็บตายด้วยกันทั้งสิ้น อเวรา จงเป็นสุขเป็นสุขเถิดอย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย ข้าแต่..............องค์สัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระไต้ฮงกง องค์พระโพธิสัตว์กวนอิม องค์ยมบาล ท่านยี่กอฮง
ข้าพเจ้า ..........................................................................................
(นึกถึงชื่อตัวเองครอบครัว)
ขออุทิศส่วนบุญกุศลแด่ดวงวิญญาณไร้ญาติขาดมิตร ผู้ล่วงลับและเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายขอบารมีจากทุกพระองค์จงบันดาลให้เกิดผล เป็นเนื้อนาบุญหนุนเนื่องต่อตัวข้าพเจ้าเพื่อประโยชน์และความสุขตลอดจนถึง ครอบครัววงศ์ตระกูลญาติสนิทมิตรสหาย ครูบาอาจารย์ จงประสบแต่ความโชคดีมีสุขคิดสิ่งใดขอให้สมมาดปรารถณา ขอให้พบพานแต่สิ่งที่ดีชีวิตมีแต่ความสว่างรุ่งโรจน์ รุ่งเรือง เจริญในหน้าที่การงานชื่อเสียงลาภยศ สรรเสริญ ศัตรูคิดร้ายขอให้พ่ายแพ้เป็นมิตรทำมาค้าขึ้นร่ำรวยเงินทองอยู่เย็นเป็นสุข โรคภัยไม่เบียดเบียนแคล้วคลาดปลอดภัยจากภยันตรายทั้งหลาย - ทั้งปวงด้วยเทอญ



สาธุ..............สาธุ..............สาธุ


หนังสืออีเล็คโทรนิคชุดนี้จัดทำขึ้นสำหรับผู้ที่สนใจใฝ่หาศึกษาธรรมถ้าผู้ใดได้ไปกรุณาพิมพ์แจกต่อ ๆ ไปเพื่อเป็นธรรมทานและเป็นการสร้างกุศลบารมีขออนุโมทนาด้วย ณ........................โอกาสนี้


http://yoawarat.blogspot.com/2010/04/6.html


http://www.buddhayan.com/board.php?subject_id=763&ss=


ศีลห้า เป็นศีลของมนุษย์ ผู้ที่เกิดมาเป็นมนุษย์จะต้องมีศีลห้าบริบูรณ์ ศีลห้าจึงเป็นศีลของมนุษย์
มีคำถามถามว่า มีใครรักษาศีลห้าได้ครบถ้วนตลอดชีวิตบ้าง ?โปรดยกมือขึ้น จะเห็นได้ว่าไม่มีคนยกมือ นี่ก็แสดงว่าลำพังแต่ศีลเพียงห้า

ข้อก็รักษากันไว้ไม่ได้เสียแล้ว !

พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ว่า ให้รักษาใจตัวเดียว ดังในสมัยพุทธกาล ภิกษุรูปหนึ่งในจำนวน ๕๐๐ รูปผู้บวชใหม่ เมื่อบวชแล้วได้ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเพื่อขอลาสิกขา โดยกล่าวว่า ศีลของภิกษุมากเหลือเกิน ปฏิบัติไม่ไหว จึงขอลาสิกขา พระพุทธองค์จึงให้ภิกษุรูปนั้นรักษาศีลเพียงข้อเดียว คือให้รักษาใจ พระภิกษุรูปนั้นจึงรับถือศีลข้อเดียวจนได้สำเร็จอริยบุคคล

หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ตอบคำถามที่ว่า ทราบว่าท่านรักษาศีลเพียงข้อเดียว มิได้รักษาทั้ง ๒๒๗ ข้อ เหมือนพระทั้งหลายที่รักษากันใช่ไหม ?

หลวงปู่ ฯ ตอบว่า ใช่ อาตมารักษาเพียงอันเดียว คือใจ อาตมารักษาใจ ไม่ให้คิดพูดทำในทางผิด อันเป็นการล่วงเกินข้อห้ามที่ทรงบัญญัติไว้จะเป็น๒๒๗ ข้อ หรือมากกว่านั้นก็ตาม บรรดาที่เป็นข้อทรงบัญญัติห้าม อาตมาก็ใจเย็นว่าตนมิได้ทำผิดต่อพุทธบัญญัติ ส่วนท่านผู้ใดจะว่าอาตมา
รักษาศีล ๒๒๗หรือไม่นั้น สุดแต่ผู้นั้นจะคิด จะพูดเอาตามความคิดของตน เฉพาะอาตมาได้รักษาใจอันเป็นประธานของกาย วาจา
อย่างเข้มงวดกวดขันมาตลอด นับแต่เริ่มอุปสมบท ฯลฯกลิ่น ศีลหอมทวนลม



http://img50.imageshack.us/img50/9048/7dfsfs.jpg
ทำอย่างไรจึงจะรักษาศีล ๕ ตลอดชีวิตได้

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 11:45:16 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:28:24 »





.............................ทำอย่างไรจึงจะรักษาศีล ๕ ตลอดชีวิตได้ ?............................


การรักษาศีล คือ การมีเจตนางดเว้นจากการทำความชั่วดังคำพุทธพจน์รับรองว่า

เจตนาหัง ภิกขะเว สีลัง วะทามิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลายเรากล่าวว่าเจตนาเป็นเครื่องงดเว้นนั่นแหละคือ ศีล การงดเว้นมีอยู่ ๓ ประการ คือ

๑. สมาทานวิรัติ คือ การงดเว้นด้วยการสมาทาน เช่น สมาทานศีลกับพระ

๒. สัมปัตตวิรัติ คือ การงดเว้นเมื่อมีเหตุบังเกิดขึ้นเฉพาะหน้าแม้ไม่สมาทาน

แต่เมื่อมีเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งที่จะผิดศีลและตั้งใจงดเว้นขึ้นในขณะนั้น ถือว่าเป็นศีลเพราะตั้งใจงดเว้นเอาเอง

๓. สมุจเฉทวิรัติ คือ การงดเว้นโดยเด็ดขาด นั่นคือศีลของพระอริยะบุคคลซึ่งเป็นโลกุตตระศีล

เป็นศีลขั้นสูง เช่น พระโสดาบันรักษาสิกขาบท๕ หรือ

ศีล ๕ นี้ได้ตลอดชีวิต เป็นศีลที่รักษาได้โดยอัตโนมัติคืองดเว้นโดยเด็ดขาด โดยไม่ต้องสมาทานและไม่ต้องตั้งเจตนา

ศีลนี้.......หากใครรักษาดีแล้ว ย่อมอำนวยประโยชน์แก่ผู้นั้นมากมายเป็นประโยชน์ในชาตินี้ คือ มีความเย็นใจไม่เดือดร้อนเพราะเป็นผู้มีศีล

ประโยชน์ในชาติหน้าพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงสรุปผลของศีลไว้ ๓ ประการว่า..............................................

สีเลนะสุคะติง ยันติ บุคคลจะไปสู่สุคติได้ก็เพราะศีล

สีเลนะโภคะ สัมปะทา บุคคลจะมีโภคะได้ก็เพราะศีล

สีเลนะ นิพพุติง ยันติ บุคคลจะบรรลุพระนิพพานได้ก็เพราะศีล



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:10:12 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:31:36 »





อริยทรัพย์ ๗ ประการสำคัญที่สุด ชาวพุทธควรมีไว้ประดับใจเป็น ทรัพย์ภายในได้แก่........


๑. ทรัพย์คือศรัทธา ความเชื่อที่มีเหตุผล

๒. ทรัพย์คือศีล การรักษากาย วาจาให้เรียบร้อย

๓. ทรัพย์คือหิริ การละอายใจต่อการทำความชั่ว

๔. ทรัพย์คือโอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อความชั่ว

๕. ทรัพย์คือพาหุสัจจะ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก

๖. ทรัพย์คือจาคะ ความเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

๗. ทรัพย์คือปัญญา ความรู้ความเข้าใจถ่องแท้ในเหตุผลอริยทรัพย์นี้เป็นทรัพย์อันประเสริฐอยู่ในจิตใจ




อานิสงส์ของการรักษาศีลชาดกนิทานเรื่อง นายติณปาลพราหมณ์ถือศีลตาย



ในสมัยพุทธกาล นายติณปาลเป็นคนใช้ทำไร่หญ้าของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเช้าก็ออกไปทำงานที่ไร่หญ้าทุกวัน เย็นวันหนึ่งหลังจากนายติณปาลกลับจากทำงานกลับเข้าบ้านเศรษฐีก็จะไปรับ ประทานอาหารเย็น แต่ไม่พบเห็นใคร เลยสงสัยว่าเขาไปทำอะไรที่ไหนกันหมด ก็ได้รับคำตอบจากคนครัวว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถศีลทุกคนรับศีลอุโบสถกันหมด จึงไม่มีใครรับประทานมื้อเย็น นายติณปาลจึงเข้าไปถามท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี ขอถือศีลด้วยแม้จะไม่ได้สมาทานศีลตั้งแต่ตอนเช้าก็ตามเศรษฐีก็ว่า ตามแต่ติณปาลก็แล้วกัน ติณปาลตั้งใจถือศีลไม่รับประทานอาหารมื้อนั้นอยู่ต่อมาประมาณหนึ่งชั่วโมง นายติณปาลมีอาการเป็นลมเพราะอดข้าวเย็น เนื่องด้วยไม่เคยอดอาหารเศรษฐีขอร้องให้นายติณปาลเลิกล้มความตั้งใจและให้ รับประทานอาหารแต่นายติณปาลไม่เลิกล้มความตั้งใจเพราะทุกคนต่างถือศีลกันได้ ตั้งหลายชั่วโมงตนเองเพิ่งถือศีลได้เพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้นเอง
ชั่วโมงต่อมานายติณปาลได้ถึงกาลกิริยาได้ไปบังเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:10:58 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:36:21 »




...............................ชาดกนิทานเรื่องนางวิสาขาถืออุโบสถศีล........................



พระพุทธองค์ได้ตรัสเรื่องนี้กับนางวิสาขาว่าดูก่อนวิสาขา อานิสงส์ที่บุคคลรักษาอุโบสถศีล ชั่ววันหนึ่งกับคืนหนึ่งนี้ เมื่อเอาอานิสงส์แห่งการรักษาศีลอุโบสถนี้มาแบ่งออกเป็น ๑๖ ส่วน เอาออกเสีย ๑๕ ส่วน เหลืออยู่อีกส่วนหนึ่ง เอามาแบ่งออกเป็น ๑๖ เสี้ยวแล้วเอาออกเสีย ๑๕ เสี้ยวเหลืออยู่ ๑ เสี้ยว ยังมากกว่าสมบัติใน ๑๖ มหานคร แล้วพระองค์ได้ทรงพรรณนาถึงสมบัติใน ๑๖ มหานคร ในชมพูทวีปนั้นว่า สมบัติของมนุษย์ทั้ง ๑๖ มหานครนั้นยังน้อยกว่าผลของอานิสงส์ของการรักษาศีลอุโบสถเพียงเสี้ยวหนึ่ง เท่านั้นเพราะอานิสงส์แห่งการรักษาศีลอุโบสถเพียงเสี้ยวหนึ่งนั้นเป็นเหตุให้ผู้นั้นได้รับทิพยสมบัติในสวรรค์ การไปเกิดบนสวรรค์ได้รับทิพยสมบัติแม้เพียงชั่ววันหนึ่ง คืนหนึ่งของสวรรค์ชั้นนั้น ๆ ก็ยังประเสริฐกว่าสมบัติในเมืองมนุษย์ทั้ง
๑๖มหานคร เพราะว่าทิพยสมบัติเป็นของละเอียดอ่อน ประณีต ไปเกิดอยู่เพียงชั่ววันหนึ่ง คืนหนึ่งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ก็เท่ากับการเสวยมนุษยสมบัติในช่วงเวลาร้อยปีในเมืองมนุษย์เพราะว่าร้อยปีใน เมืองมนุษย์นี้เท่ากับวันหนึ่งคืนหนึ่งของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์



............................กิริยาส่อเชื้อชาติมารยาทส่อสกุล..............................


ก้านบัวบอกลึกตื้นชลธาร

มารยาทส่อสันดาน ชาติเชื้อ

โฉดฉลาดเพราะคำขานควรทราบ

หย่อมหญ้าเหี่ยวแห้งเรื้อบอกร้ายแสลงดิน



..............................โคลงโลกนิติ...........................



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:12:28 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:41:10 »



..................................ศีลห้ากับกุศลกรรมบทสิบ..........................


ศีลห้าข้อ เมื่อประมวลลงแล้วขยายความออกได้เป็นกุศลกรรมบท ๑๐ คือ กายกรรม ๓ วจีกรรม ๔ และมโนกรรม ๓ ดังนี้.....

กายกรรม ๓ ได้แก่..................................

ศีลข้อที่ ๑. ปาณาติปาตาเวรมณี

ศีลข้อที่ ๒. อทินนาทานาเวรมณี

ศีลข้อที่ ๓. กาเมสุมิฉาจาราเวรมณี



วจีกรรม ๔ ได้แก่ ศีลข้อที่ ๔. มุสาวาทาเวรมณี คือ ไม่พูดวจีกรรม ทุจริต ได้แก่



๑. มุสาวาทะ การไม่พูดปด

๒. สัมผัปลาปะวาทะ การไม่พูดเพ้อเจ้อไม่เป็นประโยชน์แม้จะเป็นความจริง

๓. ปิสุณวาทะ การไม่พูดส่อเสียดให้เสียหายให้เขาเจ็บใจ

๔. ผรุสวาจา การไม่พูดคำหยาบคาย

มโนกรรม ๓ ได้แก่ ศีลข้อที่ ๕ สุราเมรยะมัชชะปมาทัฏฐานาเวรมณี คือการเว้นจากการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท มีสติสัมปชัญญะ มั่นคง
ไม่เพ่งเล็งอยากได้(อภิชฌาหรืออโลภะ)การไม่คิดพยาบาทปองร้าย(อพยาปาทะหรืออโทสะ)และการไม่หลงเห็นผิดทำนองคลองธรรม
ละจากมิจฉาทิฏฐิเป็นสัมมาทิฏฐิ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:13:37 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:46:15 »



พระไตรปิฎกกล่าวถึงเรื่องลักษณะของวาจาสุภาษิตลักษณะ ๕ ของวาจาสุภาษิต


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! วาจาที่ประกอบด้วยองค์ ๕ นับเป็นสุภาษิตไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มีโทษ อันผู้รู้ติไม่ได้คือ...............

๑. วาจาที่กล่าว(ถูกต้อง)ตามกาล

๒. วาจาที่กล่าวเป็น ความจริง

๓. วาจาที่กล่าว อ่อนหวาน

๔. วาจาที่กล่าว ประกอบด้วยประโยชน์

๕. วาจาที่กล่าวด้วยจิตประกอบด้วยเมตตา

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! วาจาที่ประกอบด้วยองค์ ๕ เหล่านี้แลนับเป็นสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มีโทษ อันผู้รู้ติไม่ได้ ปัญจกนิบาต (อังคุตตรนิกาย ๒๒/๒๗๑)คนที่เกิด มีขวานเกิดมาในปากด้วย
คนที่เกิดมาแล้ว มีขวานเกิดมาในปากด้วย คนพาลเมื่อกล่าวคำชั่วชื่อว่าใช้ขวานนั้นฟันตนเองผู้ใดสรรเสริญคนที่ควรติ ติคนที่ควรสรรเสริญผู้นั้นชื่อ
ว่าใช้ปากเลือกเก็บความชั่วไว้ จะไม่ได้ประสบสุขเพราะความชั่วนั้น
(จากหลักนิบาตอังคุตตรนิกาย ๒๔/๑๘๕)



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:14:24 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:49:51 »




................................พูดดี..........................


หลักของการพูดดีมีอยู่สาม

หนึ่งพูดตามเป็นจริงทุกสิ่งสรรพ์

สองพูดดีมีประโยชน์ไร้โทษทัณฑ์

สามสิ่งนั้นน่าฟังทั้งไพเราะ

แม้เรื่องจริงน่าฟังไม่ขวางโลก

แต่พูดไปไร้ประโยชน์ก็ไม่เหมาะ

แม้พูดเรื่องสัจจริงทั้งพริ้งเพราะ

มีประโยชน์เหมาะเจาะควรพูดเอย

อันรสปากหากหวานก็หวานเด็ดบรเพ็ดขมไม่มากเหมือนปากขม

ถึงคมมีดคมไม่มากเหมือนปากคม รสหวานขมก็ไม่มากเหมือนปากคนฯ

ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต

แม้นพูดชั่วตัวตายทำลายมิตรให้ชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา ฯ



.......................พระสุนทรโวหาร(ภู่)...........................


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:15:44 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:53:52 »





.....................................คิดก่อนพูด.............................


เป็นคนคิดแล้วจึ่งเจรจา

อย่านอนหลับตาแต่ได้

เลือกสรรหมั่นปัญญาตรองตรึก

สติริรอบให้ถูกแล้วจึงทำ



.....................................วาจาต่อหน้าชุมชน...................................



ท่ามกลางกล่าวถ้อยแต่ พอควร

เห็นท่านสรวลอย่าสรวลตอบเต้า

ใช้คำแต่น้ำนวลนฤโทษ

เห็นท่านเศร้าทำเศร้าโศกหน้าตาตรม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:16:31 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 15 กรกฎาคม 2553 09:59:44 »





.............................สุภาษิตาจะยาวาจา..................................


ม้โฉมเฉิดเฉกไท้เทพา

อีกอิสริยยศถากอร์ปด้วย

บุรุษถ่อยทุษฐวาจาพาก

นับว่าผู้นั้นม้วยหมดสิ้นสิ่งงาม

คำพูดที่สมควร

ไป่ถามปราชญ์บ่พร้องพาที

เปรียบดั่งเภรีตีจึ่งครื้น

คนพาลพวกอวดดีจักกล่าว

ถามบ่ถามมันฟื้นเฟื่องถ้อยเกินถาม(โคลงโลกนิติ)

ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย

อยู่คนเดียวให้ระวังความคิดอยู่กับมิตรให้ระวังวาจา

คำสอนเรื่องหน้าที่ ๑๒ สถานะของคนในเรื่องทิศทั้งหกในส่วนของหน้าที่บ่าว(ลูกน้อง)ที่มีต่อนาย(ผู้บังคับบัญชา) มีอยู่ข้อหนึ่งว่า บ่าวพึงพูดสรรเสริญนายหรือ นำเกียรติคุณของนายไปเผยแพร่ดังนี้จะเห็นได้ว่าคำพูดของบ่าวหรือลูกน้อง ไม่พึงพูดนินทาว่าร้าย หรือกล่าวเรื่องไม่ดีของนาย ให้พึงระมัดระวังเพราะนั่นคือ โอษฐภัย นั่นเอง



สุภาษิตา จะยาวาจา เอตัมมังคลมุตตะมัง วาจาเป็นสุภาษิตเป็นมงคลยิ่ง


http://foruma.212cafe.com/boxser/


http://img50.imageshack.us/img50/9048/7dfsfs.jpg
ทำอย่างไรจึงจะรักษาศีล ๕ ตลอดชีวิตได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 กรกฎาคม 2553 10:33:21 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
คำค้น: เหลือ อยู่ บางครั้ง ธรรมมะ เวลา สุข ทุกข์ ขณะ เจาะใจ dhamma แนวทาง โลกธรรม 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.35 วินาที กับ 29 คำสั่ง

Google visited last this page 23 มกราคม 2566 02:53:31