[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
24 มกราคม 2563 06:51:32 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เพลงผีบอก ที่มาของเพลง ” น้ำตาแสงไต้ ”  (อ่าน 2294 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7614


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 3.0.195.33 Chrome 3.0.195.33


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 13 มกราคม 2553 21:37:21 »

เรื่องราวที่จะได้อ่านต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับครูสง่า อารัมภีร หรือ ครูแจ๋ว ที่ลูกศิษย์และเพื่อน
พ้องในวงการเรียกกัน นอกจากที่ครูแจ๋วมีความสามารถในการแต่งเพลงซึ่งเป็นงานที่ถือได้ว่าครูเป็นเอกทาง
ด้านดนตรี ท่านแต่งเพลงไว้ให้เราได้ฟังกันร่วมๆ 2,000 เพลง เพลงเอกอาทิ ; เรือนแพ, ดาวประดับใจ, เพื่อ
เธอเพื่อเธอ, น้ำตาแสงไต้, หนึ่งในร้อย ฯลฯ เพลงแต่ละเพลงที่ครูแจ๋วแต่งล้วนแต่เพราะๆ และโด่งดังเป็นที่
รู้จักไม่เฉพาะคนรุ่นเก่า คนรุ่นใหม่ยังซาบซึ้งไปกับบทเพลงของท่านกันไปทั่ว นอกจากนั้นแล้วครูมีความ
สามารถในงานเขียนเช่นกัน โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่อง ” ผี ” ท่านเขียนได้อย่างมีเอกลักษณ์อย่างเฉพาะตัว
ท่านเขียนเรื่องไว้ประมาณ 60 เรื่อง ใช้นามปากกาว่า แจ๋ว วรจักร, จ้อน บางกระสอ เริ่องผีเรื่องแรกๆ ที่
เขียนลงพิมพ์ในเพลินจิตต์รายสัปดาห์ เมื่อปี พ. ศ. 2489 จากนี้ขอให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับงานเขียนและ
ที่มาของเพลง “ น้ำตาแสงไต้ “ เพลงแห่งความหลัง ครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ ปี 2531
สาขาศิลปะการแสดง ( เพลงไทยสากล )



ผมเองเป็นผู้เขียนขึ้นเมื่อปี 2493 เพื่อลงพิมพ์ในสูจิบัตรละครเรื่อง “กุลปราโมทย์” เป็นละครลำดับที่ 68 ของ
คณะศิวารมณ์ มันก็หลายปีมาแล้ว แต่ก็ทำให้รำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งเก่าก่อนได้ดีอยู่ เปียโนตัวที่จะกล่าว
ถึงนั้น เวลานี้ก็ดูเหมือนยังอยู่ที่ห้องเล็กศาลาเฉลิมกรุง เมื่อสองสามปีก่อนผมขึ้นไปบนห้องเล็กยังลูบคลำ
อยู่เลย มันเก่ามากแล้ว และเสียงบางเสียงก็เพี้ยนเพราะไม่มีใครดูแล แต่เมื่อผมไปลูบคลำ วิญญาณของผม
และมันยังผสานกันเหมือนเมื่อเก่าก่อน แต่เดี๋ยวนี้มันจะยังอยู่ หรือถูกขายไปก็ไม่ทราบ ว่างๆว่าจะไปเยี่ยมมัน
อีกครั้ง

ข้าพเจ้าจำได้แม่นยำว่าวันนั้นในราวเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๘๘ ศิวารมณ์กำลังซ้อมละครเรื่อง “ พัน
ท้ายนรสิงห์ ” อยูที่ห้องเล็ก ศาลาเฉลิมกรุง ดูเหมือนจะเข้าโปรแกรมวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ซ้อมกันอย่างหนัก
เพราะเป็นสมัยที่เริ่มงานใหม่ๆ ตอนนั้นข้าพเจ้ามีหน้าที่ดีดเปียโนให้นาฏศิลป์เขาซ้อมและต่อเพลงให้นักร้อง
เท่านั้น ผู้ที่แต่งเพลงให้ศิวารมณ์สมันนั้นคือ ประกิจ วาทยกร และ โพธิ์ ชูประดิษฐ์ ข้าพเจ้าเป็นนักดนตรี
ใหม่ๆ ยังไม่ถึงปี สุรสิทธิ์ , จอก , สมพงษ์ และทุกๆ คน มาซ้อมละครกันตั้งแต่เย็น ส่วน เนรมิต , มารุต สมัย
โน้นเข้าคู่กันคร่ำเครียดกับบทและวางคาแร็คเตอร์ตัวละคร นาฏศิลป์ซ้อมกัน เต้นกัน นักร้องก็ร้องเพลงกัน
เหลือเวลา ๕ วันละครจะเริ่มแสดงแล้ว เพลงเอกของเรื่องคือ “ น้ำตาแสงไต้ “ ทำนองยังไม่เสร็จ
คุณประกิจและคุณโพธิ์แต่งส่งมาคนละเพลงสองเพลงยังไม่เป็นที่ไม่พอใจแก่เจ้าของเรื่องและผู้กำกับ ทั้ง
เจ้าของเรื่องและผูกำกับต้องการให้เพลงมีสำเนียงเป็นไทยแท้ มีรสและวิญญาณไปในทาง ” หวานเย็นและ
เศร้า “



Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7614


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 3.0.195.33 Chrome 3.0.195.33


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 13 มกราคม 2553 21:38:12 »

เย็นนั้นเมื่อเลิกซ้อมแล้ว ข้าพเจ้าพลอยอึดอัดไปกับเขาด้วย ข้าพเจ้าลงมายืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าเฉลิมกรุง
ไม่รู้จะไปไหนดี ได้ยินเสียงเรียก ” หง่า หง่า ” คุณทองอิน บุณยเสนา ถามว่า ” ราบรื่นเรียบร้อยหรือไฉน ”
ข้าพเจ้าอ่ยถึงเพลง ” น้ำตาแสงไต้ ” ที่ยังแต่งกันไม่เสร็จ พี่อินฟังแล้วพูดว่า ” เพลงไทยนั้นมีเยอะ แต่ไอ้รส
หวานเย็นและเศร้าที่หง่าว่ามันมีน้อย อั๊วชอบมาก และรู้สึกว่าหวานเย็นเศร้ามีแต่ เขมรไทรโยคและลาวครวญ
เท่านั้น คุยกันสักพักข้าพเจ้ารู้สึกง่วงนอนปุ๊บหลับปั๊บจะหลับไปนานเท่าไรไม่รู้


ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจมาก ที่ใครมาเล่นเปียโนที่ห้องเล็กก่อนข้าพเจ้า ปกติ ๘.๐๐ น. กว่าๆ ข้าพเจ้า
เห็นคนอยู่ ๔ คน ชาย ๓ หญิง ๑ แต่งกายแปลกมาก ชายแต่งกายเหมือนนักรบโบราณ เขาถอดหมวกวางไว้
บนเปียโน คนเล่นผิวค่อนข้างขาว หน้าคมคาย อีกคนหนึ่งผิวคล้ำ นั่งอยู่ทางขวาของเปียโน คนที่ ๓ อายุ
มากกว่าสองคนแรก ผมหงอกประปราย ท่าทางเป็นผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ หน้าตาอิ่มเอิบ ส่วนผู้หญิงนั้นสวย
เหลือเกิน นุ่งผ้าจีบพก แต่งกายโบราณนุ่งผ้าจีบพก ห่มผ้าแถบสีแดงสด ผิวนวลปล่อยผมปรกบ่า กำลังยืน
เอามือเท้าเปียโนอยู่ด้านซ้าย


ข้าพเจ้าเปิดประตูเข้าไป เขาไม่สนใจข้าพเจ้าเลย จนข้าพเจ้าเดินเข้าไปใกล้จะเข้าพูดก็ไม่รู้จักเขา
แต่งตัวแปลก เลยนั่งมองดูเขาและฟังเพลงที่ดีดนั้น คนเล่นเปียโนเก่งมาก เขาเล่นจากความรู้สึกจริงๆ ตาเขา
ลอยคล้ายฝันมองไปตรงหน้า บางทีมองหน้าผู้หญิง เธอยิ้มรับน่ารักเหลือเกิน ข้าพเจ้าฟังเพลินมองเพลิน สัก
ครู่ก็สะดุ้งเพราะเสียงห้าวต่ำอย่างมีอำนาจของผู้สูงอายุพูดขึ้นว่า ” ไหน…เทพ … เธอลองเล่น เขมรไทรโยค
ซิ ” คนที่เล่นเปียโนผงกศีรษะรับ พร้อมกับเปลี่ยนเพลงมาเป็นเขมรไทรโยค เขาเล่นด้วยความรู้สึก เสียง
ประสานประหลาด แต่ทว่านุ่มนวลฟังแล้วทำให้คิดและมองเห็นภาพไปด้วยความรู้สึกหวานชื่น เพลินฟังจน
เพลงจบเมื่อไรไม่รู้ เพลงที่เล่นนั้นเพราะเหลือเกินพลันเสียงผู้สูงอายุพูดขึ้นว่า ” ธิดาจ๋า เธอจะไม่ลองฝีมือ
ดูรึ ” สาวสวยคนนั้นเดินไปนั่งที่เปียโนบรรเลงเพลงเป็นเพลงหวานเศร้าสำเนียงลาว ” ลาวครวญ ” อันหวาน
เศร้าฝีมือของเธออยู่ในขั้นเลิศ ข้าพเจ้านั้งน้ำตาคลอคิดไปถึงความหลัง คิดเพลินจนเพลงจบไม่รู้ตัว เสียง
ห้าวต่ำๆ ดังขึ้นอีกว่า ” อมร…ถ้าเราเอา วิญญาณ ของเพลงสองเพลงนี้มารวมกันเข้า คงจะเพราะอย่างหาที่
ติไม่ได้เชียวนะ ” ข้าพเจ้าเห็นคนผิวคล้ำที่นั่งข้างขวาของเปียโนก้มศีรษะรับพร้อมกับพูดว่า ” กระผมเห็นด้วย
คงจะไพเราะอย่างยิ่ง ” หญิงสาวลุกขึ้นจากเปียโน พลางหันหน้าไปพูดกัยคนผิวคล้ำว่า ” ขอเชิญคุณครูค่ะ
ขอเชิญคุณครูสวมวิญญาณของเพลงทั้งสอง ให้ศิษย์ได้ฟังเพื่อเป็นขวัญโสตและขวัญชีวิตของศิษย์ทั้งสอง “

ท่านที่รัก เสียงที่ลอยมาจากเปียโนนั้นสำเนียงไทยแท้มี ” รสหวานเย็นเศร้า “ครูอมรได้รวมวิญญาณ
ของ เขมรไทรโยค และ ลาวครวญ ได้สนิทแนบ สำเนียงและ วิญญาณถอดออกมาจากเพลงสองเพลงนี้อย่าง
ครบถ้วนโดยที่เพลงเดิมไม่ได้เสียหายอะไรแม้แต่น้อย ดุจสองวิญญาณเก่าเคล้ากัน จนเกิดวิญญาณใหม่ที่
สวยงามขึ้นอีกวิญญาณหนึ่ง…

บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7614


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 3.0.195.33 Chrome 3.0.195.33


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 13 มกราคม 2553 21:39:03 »

ข้าพเจ้าฟังเพลินจนสะดุ้ง เมื่อมีหนักๆ มาเขย่าจนรู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ บ่ายๆ สามโมงวันนั้น เมื่อนาฏศิลป์
และละครกลับกัน บนห้องเล็กเหลือข้าพเจ้า , เนรมิต, มารุต, สุรสิทธิ์ เนรมิตและมารุตบ่นถึงเพลง ” น้ำตาแสง
ไต้ ” ว่าทำนองที่คุณโพธิ์และคุณประกิจส่งมายังใช้ไม่ได้ เหลือเวลาอีก ๓ วัน ละครจะแสดงแล้วเดี๋ยวไม่ทัน
ข้าพเจ้านั่งฟังสักครู่หันมาเล่นเปียโน ท่านที่รัก ความรู้สึกบอกไม่ถูกนิ้วมือข้าพเจ้าบรรเลงไปตามอารมณ์
ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ส่าเป็นเพลงอะไร เคลิ้มๆ บังไงพิกล เนรมิตถามว่า ” หง่า นั่นเพลงอะไร ” ข้าพเจ้าสะดุ้งพร้อม
กับนึกขึ้นได้ และจำทำนองได้ทันทีว่าเป็นเพลงที่ครูอมรดีด ข้าพเจ้าหันไปถามเนรมิตว่า ” เพราะหรือฮะ ”
เนรมิตพยักหน้าบอกให้เล่นใหม่ ข้าพเจ้าบรรเลงอีกหนึ่งเที่ยว ทั้งเนรมิตและมารุตพูดขึ้นว่า ” นี่แหละ น้ำตา
แสงไต้ “ ข้าพเจ้าดีใจรีบจดโน๊ต และประพันธ์คำร้องกันเดี๋ยวนั้น
มารุตขึ้น “ นวลเจ้าพี่เอย ”
เนรมิตต่อ “ คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ “
แล้วช่วยกันต่อ ” ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย ” พอจบประโยคแรก สุรสิทธิ์ร้อง
เกลาทันที ร่วมกันสร้างจบคำร้องในราว ๑๐ นาทีเท่านั้นเอง สุดท้ายเพลงก็ทันละครแสดง เมื่อทำนองเพลง
” น้ำตาแสงไต้ ” พลิ้วขึ้นคนร้องไห้กันทั้งโรง แม้ พันท้ายนรสิงห์ จะสร้างเป็นภาพยนตร์ยังใช้เพลง ” น้ำตา
แสงไต้ ” เป็นเพลงเอกอยู่

เพลงผีบอก ที่มาของเพลง ” น้ำตาแสงไต้” คัดลอกมาจากหนังสือ เพลงผีบอก รวมเรื่องผีและที่
ของเพลงน้ำตาแสงไต้ โดย ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงปี ๒๕๓๑ สง่า อารัมภีร
และขอขอบคุณ คุณบูรพา อารัมภีร บุตรชายของครูแจ๋ว สง่า อารัมภีร

บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7614


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 3.0.195.33 Chrome 3.0.195.33


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 13 มกราคม 2553 21:40:15 »


น้ำตาแสงไต้ คำร้อง มารุต - เนรมิต
ทำนอง สง่า อารัมภีร

นวลเจ้าพี่เอย … คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ
ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนสรวญตร่ำอาลัย
น้ำตา…อาบแก้ม เพียงแซบเพชรไสว
แวววับจับหัวใจ เคล้าแสงไต้
นวลแสงเพชร … เกล็ดแก้วอันล้ำค่า
คราเมื่อแสงไฟส่องมา แวววาวชื่นชม
น้ำตา…แสงไต้ ดื่มใจพี่ร้าวระบม
ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์ จำใจข่มใจไปจากนวล



.
เพลง น้ำตาแสงไต้ เพลงจากละครเรื่อง พันท้ายนรสิงห์ บันทึกเสียงครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๒
โดย บุญช่วย หิรัญสุนทร .




บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
Mckaforce
I'm Mckaforce
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7614


• McGaR •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 3.0.195.33 Chrome 3.0.195.33


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 13 มกราคม 2553 21:45:16 »

ข้อมูลต้นฉบับ : Click !!

คัดลอกมาจาก : Click !!!

น้าแม๊ค
บันทึกการเข้า

Mckaforce : น้าแม๊ค @ สุขใจ
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
น้ำตาแสงไต้ - เบน ชลาทิศ
หน้าเวที (มุมฟังเพลง)
Sweet Jasmine 3 1689 กระทู้ล่าสุด 20 พฤษภาคม 2553 23:10:26
โดย Mckaforce
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.227 วินาที กับ 34 คำสั่ง

Google visited last this page 10 พฤศจิกายน 2562 10:20:29