[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
02 ตุลาคม 2565 11:17:45 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หอกยักษ์สำคัญในรามเกียรติ์  (อ่าน 141 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 4781


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows NT 10.0 Windows NT 10.0
เวบเบราเซอร์:
Chrome 100.0.4896.75 Chrome 100.0.4896.75


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 07 เมษายน 2565 12:33:28 »





หอกยักษ์สำคัญในรามเกียรติ์

รามเกียรติ์ วรรณคดีที่นิยมนามาแสดงโขน เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะเป็นการทำสงครามระหว่างมนุษย์ มีไพร่พลเป็นวานรสู้รบกับยักษ์ ด้วยเวทมนตร์คาถาและอาวุธ (เครื่องมือที่ใช้ในการทำร้าย ทำลาย ป้องกัน ต่อสู้หรือฆ่า) ที่มีความวิเศษด้วยฤทธานุภาพ สำหรับอาวุธที่ฝ่ายยักษ์ใช้ต่อสู้จะปรากฏให้เห็นอยู่หลายประเภท เช่น อาวุธสั้น ได้แก่ กระบอง ธนู จักร เป็นต้น ส่วนอาวุธยาว ได้แก่ หอก พลอง ง้าว เป็นต้น ในที่นี้จะกล่าวถึง หอก อาวุธสำหรับแทงชนิดหนึ่ง ทำด้วยโลหะ มีด้ามยาว เช่นเดียวกับ ทวน ง้าว แหลน หลาว และโตมร อาจจำแนกเป็น ๒ ชนิด คือ มีกะบังและไม่มีกะบัง มีลักษณะใบหอกอย่างพระขรรค์ เรียกชื่อตามลักษณะการใช้ เช่น หอกซัด ซึ่งพุ่งซัดไปไกล ส่วนด้ามหอกหรือคันหอก เป็นรูปกระบอกยาวทำด้วยโลหะหรือไม้และหวาย ศูนย์กลางน้ำหนักอยู่ชิดบริเวณที่จับ ตัวละครฝ่ายยักษ์สาคัญ ๑๐ ตน ซึ่งใช้หอกเป็นอาวุธประจำกายที่โดดเด่น ชัดเจน ซึ่งแต่ละตนจะมีบทกล่าวถึงการใช้หอก ดังนี้

๑. พิราพ อสูรเทพบุตร อยู่เชิงเขาอัศกรรณ พระอิศวรแบ่งกำลังพระสมุทรและพระเพลิงให้ ทั้งประทานป่าทำอุทยานปลูกชมพู่พวาทอง วันหนึ่งพระราม นางสีดาและพระลักษมณ์ เดินพลัดหลงเข้าไป โดยไม่รู้ตัว ได้สู้รบสังหารทหารเฝ้าสวนล้มตาย พิราพรู้ข่าวก็กริ้วโกรธ ดังบทกล่าวไว้ว่า  “เมื่อนั้น พิราพสิทธิศักดิ์ยักษี ได้ฟังกริ้วโกรธคืออัคคี อสุรีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เหม่เหม่มนุษย์อหังการ กูจะผลาญให้ม้วยอาสัญ จับหอกกลอกแกว่งดั่งไฟกัลป์ กุมภัณฑ์ตามรอยบาทา”  เมื่อตามมาทันสามกษัตริย์ จึงร่ายมนต์กำบังกาย เห็นนางสีดาเกิดจิตปฏิพัทธ์ บันดาลให้อากาศมืดมิด แล้วลักนางไป พระรามแผลงศรให้แสงสว่าง ตามไปจนได้สู้รบกับพิราพและแผลงศรฆ่าพิราพตาย

๒. ทศกัณฐ์ กษัตริย์องค์ที่ ๓ แห่งกรุงลงกา โอรสท้าวลัสเตียนกับนางรัชฏา มีหอกกายสิทธิ์เป็นอาวุธ ๒ ด้าม คือ
       ๑. หอกแก้วกำลำหรือหอกแก้วสุรกำนต์ มีฤทธิ์ดังไฟกัลป์ ครั้งแรกใช้จุดเพลิงเผาหนุมาน จนหนุมานเผากรุงลงกา ตามบทดังนี้
“เมื่อนั้น ท้าวทศกัณฐ์ใจหาญ จึงทรงหอกแก้วสุรกานต์ ชัชวาลดั่งดวงมณี กลอกกลับกระหยับกวัดแกว่ง เป็นประกายพรายแสงรัศมี ก็เสด็จย่างเยื้องจรลี จุดเข้าที่กายวานร”
ครั้งที่ ๒ ใช้ตอนเผาศพอินทรชิต ดังบทที่ว่า “เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรยักษา พระหัตถ์จับหอกแก้วกาลา อันมีเดชาดั่งเพลิงกัลป์ กวัดแกว่งสำแดงแผลงฤทธิ์ รัศมีชวลิตฉายฉัน เข้ายังเชิงตะกอนพรายพรรณ กุมภัณฑ์ก็จุดเข้าทันที
       ๒. หอกกบิลพัท พระอิศวรประทานแก่ท้าวลัสเตียน แล้วตกมาเป็นของทศกัณฐ์ เมื่อใช้รบกับพระรามต้องทำพิธีปลุกเสกหอก พระอิศวรให้พาลีเทพบุตรมาทำลายพิธี ทศกัณฐ์คิดว่าพิเภกบอกพระรามให้ทหารแปลงเป็นพาลี จึงยกกองทัพหมายจะมาฆ่าพิเภก ดังบทที่ว่า “ตัวมึงเป็นน้องยังไม่คิด กูจะล้างชีวิตยักษา ด้วยกบิลพัทอันศักดา ว่าแล้วก็พุ่งไปทันที....แต่หอกไปถูกพระลักษมณ์ที่เข้ามากันพิเภกสลบไป พิเภกบอกวิธีแก้ไขพระลักษมณ์จึงฟื้นขึ้นมา

๓. กุมภกรรณ อุปราชกรุงลงกา น้องชายร่วมครรภ์ทศกัณฐ์องค์ที่ ๑ มีหอกชื่อ โมกขศักดิ์ รักความยุติธรรม แต่ต้องจำใจออกรบเพราะทศกัณฐ์ประกาศจะตัดญาติ ครั้งแรกพ่ายแพ้สุครีพ หนุมาน องคต จึงขึ้นไปนำหอกโมกขศักดิ์ที่ฝากพระพรหมไว้ไปปราบข้าศึก ดังบทที่ว่า  “จึ่งทูลว่ามนุษย์กับลิงป่า น้องจะมล้างชีวาเสียให้ได้ แต่ว่าจะลาพระองค์ไป เอาหอกชัยในชั้นพรหมาน ชื่อโมกขศักดิ์วราวุธ ฤทธิรุทรดั่งแสงสุริยฉาน แล้วจึงกลับไปรอนราญ สังหารหมู่ราชไพรี” แต่คมหอกเป็นสนิมจึงไปตั้งพิธีลับหอก ถูกหนุมาน องคต มาทำลายพิธี รุ่งเช้ายกกองทัพออกรบได้พุ่งหอก โมกขศักดิ์ไปต้องอกพระลักษมณ์สลบ แต่พิเภกแก้ฟื้นกลับคืนมาได้

๔. ทูษณ์ กษัตริย์เมืองจารึกองค์ที่ ๑ น้องทศกัณฐ์องค์ที่ ๔ ยกทัพไปรบกับพระราม แก้แค้นให้พญาขรพี่ชาย ถือหอกแก้ว ขี่ม้า ร่ายเวทกำบังกายเข้าต่อสู้กับพระราม ดังบทที่ว่า “เดชวิทยาอาคมขลัง ทั้งตัวทั้งม้าบันดาลหาย เงื้อหอกกลอกแกว่งเยื้องกราย เขม้นหมายขับม้าเข้าราวี” ถูกพระรามแผลงศรไปตัดหัวม้าทรง พญาทูษณ์จึงเหาะหนีไปซ่อนในกลีบเมฆ ร่ายเวทมนต์ชุบหอกให้เป็นไฟกัลป์จะพุ่งสังหาร พระรามเห็นจึงแผลงศรพรหมาสตร์ไปทาลายหอกและสังหารพญาทูษณ์ถึงแก่ความตาย

๕. ตรีเศียร กษัตริย์เมืองมัชวารี น้องทศกัณฐ์องค์ที่ ๕ รู้ข่าว ขร ทูษณ์พี่ชายถูกพระรามฆ่าตาย จึงยกทัพมารบแก้แค้น ใช้หอกแก้วต่อสู้กับพระราม ตามบทดังนี้   “หมายเขม้นเผ่นทะยานเข้าโจมจับ กรกระหยับหอกแก้วเรืองศรี ต่างหาญต่างกล้าราวี ต่างรับต่างตีไม่ละกัน” แต่ไม่อาจทำอันตรายพระรามได้ ถูกพระรามแผลงศรพรหมาสตร์มาสังหารถึงแก่ความตาย

๖. มูลพลัม อุปราชเมืองปางตาล น้องสหัสเดชะและเป็นเพื่อนทศกัณฐ์ มีหอกแก้ววราวุธเป็นอาวุธ ยกทัพไปช่วยทศกัณฐ์พร้อมพี่ชาย เมื่อกองทัพปะทะกัน พลวานรเห็นสหัสเดชะร่างกายโตใหญ่ ใบหน้าและมือมากมาย ต่างเกรงกลัวแตกหนีเข้าป่า เหลือพระยาวานรไม่กี่ตัว พระรามจึงให้พระลักษมณ์ไปตามกลับมา สหัสเดชะให้มูลพลัมไปต้อนเหล่าวานร มูลพลัมนำกองทัพไปพบกองทัพพระลักษมณ์ก็กริ้วโกรธ ดังบทที่ว่า มีความกริ้วโกรธพิโรธนัก ขุนยักษ์ผาดเสียงดั่งฟ้าลั่น กวัดแกว่งหอกแก้วยืนยัน กุมภัณฑ์ประกาศด้วยวาจา  มูลพลัมพุ่งหอกไปปักอกพระลักษมณ์สลบ หนุมานร่ายมนต์แก้ไขให้ฟื้น แล้วเนรมิตร่างโตใหญ่ ให้พระลักษมณ์ขึ้นสู้รบแผลงศรฆ่ามูลพลัมตาย

๗. วิรุญจำบัง กษัตริย์เมืองจารึกองค์ที่ ๒ โอรสพญาทูษณ์ อาสาทศกัณฐ์มาช่วยรบ โดยกล่าวว่า “ครั้งนี้ออกไปรอนราญ หลานหาทำการเช่นก่อนนั้นไม่ จะบังกายหายทั้งมโนมัย ถือหอกเข้ำไล่ราวี “ ครั้นออกรบถูกพระรามแผลงศรฆ่านิลพาหุม้าคู่ใจตาย วิรุญจำบังหมดฤทธิ์จึงนิมิตหุ่นพยนต์ขึ้นต่อสู้ แล้วหนีไปซ่อนในฟองคลื่นที่มหาสมุทรสีทันดร พระรามให้หนุมานตามไปสังหารสิ้นชีวิต

๘. วิรุญมุข โอรสวิรุญจำบัง ขี่ม้าตัวขาวหัวดำ ทศกัณฐ์ใช้ออกรบขัดตาทัพ รออินทรชิตชุบศรสำเร็จ เมื่อไพร่พลแตกพ่ายก็โกรธแค้น ดังบทที่ว่า “อสุรีขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน มือคันเขม้นจะเข่นฆ่า ประนมกรกุมหอกอันศักดา ก็ร่ายวิทยากาบังกาย เดชะพระเวทอาคมขลัง ทั้งตัวทั้งม้าทั้งเงาหาย อสุรีแย้มยิ้มพริ้มพราย กรายหอกขับม้ำเข้ำโจมตี" แต่พ่ายแพ้กลับมา อินทรชิตให้แปลงร่างเป็นตนถือศรยืนอยู่กลางพลทำทีจะออกรบ ส่วนตนเองกำบังกายเหาะขึ้นไปแฝงกลีบเมฆ ลอบแผลงศรนาคบาศลงมามัดพระลักษมณ์และไพร่พลวานรสลบทั้งกองทัพ

๙. สุริยาภพ โอรสท้าวจักวรรดิกับนางวัชนีสูร มีหอกเมฆพัทเป็นอาวุธ เมื่อออกรบให้เมฆสูร นิมิตร่างเป็นภูเขาสูงใหญ่ ๗ ชั้น กั้นไว้ไม่ให้ฆ่าศึกโจมตีเพื่อทำพิธีเมฆพัท หากอ่านพระเวทครบพันคาบ จะไม่มีผู้ใดต่อตีได้ พระสัตรุดแผลงศรทำลายพิธี แต่สุริยาภพพุ่งหอกเมฆพัทมาถูกพระสัตรุดสลบ แล้วยกทัพกลับ  “จับหอกเมฆพัทกวัดแกว่ง ด้วยกำลังแรงแกล้วกล้า หมายองค์พระสัตรุดอนุชา อสุราก็พุ่งตรงไป”
พิเภกบอกวิธีแก้ไขฟื้นขึ้นได้ วันต่อมาสุริยาภพออกรบอีก ถูกพระพรต พระสัตรุดช่วยกันสังหารถึงแก่ความตาย

๑๐. มารกระบิล เสนายักษ์เมืองมลิวัน ท้าวจักรวรรดิให้ไปรบขัดตาทัพ เพื่อให้บรรลัยจักรชุบศรเหราพตสาเร็จ เมื่อเห็นไพร่พลล้มตายก็ถือหอกขี่ม้าเข้ารบ ดังบทที่ว่า “บัดนั้น มารกระบิลฤทธิใกรใจกล้า เห็นพลตายยับก็โกรธา ขับม้าแกว่งหอกเข้ำลุยแทง


ที่มา : กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร
องค์ความรู้ - สำนักการสังคีต
เรื่อง หอกยักษ์สำคัญในรามเกียรติ์
ผู้เขียน : นายจรัญ พูลลาภ นักวิชาการละครและดนตรีชำนาญการ
กลุ่มวิจัยและพัฒนาการสังคีต สำนักการสังคีต กรมศิลปากร

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.294 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 19 กันยายน 2565 06:22:19