[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
26 พฤศจิกายน 2563 10:50:16 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผิดก่อน-ผิดมาก โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ  (อ่าน 2103 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 26 กันยายน 2553 15:31:27 »





ผิดก่อน-ผิดมาก
โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ตอน
แม่ถูกลูกสาวบ่น

ยิ่งรักมาก ยิ่งเกิดปัญหามาก

การแก้ปัญหาในชีวิตนั้น ท่านให้แก้ไขตัวเองก่อนเสมอ
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันก็จะค่อยๆ คลี่คลายตามกัน

ละความชั่วของตน ทำแต่ความดีความถูกต้องด้วยตัวเองก่อน
เรามีความรู้สึกว่าเขาผิดเขาไม่ดี ความชั่วของเขาปล่อยไว้ก่อน
ใช้หลักอุบาย การเตือนสติสอนใจตัวเองว่า "ผิดก่อน - ผิดมาก"

ที่ประเทศญี่ปุ่น วันหนึ่ง ผู้หญิงวันกลางคน มาเยี่ยมมาสนทนาธรรม
ระบายอารมณ์ในใจออกมาให้ฟังว่า เขากลุ้มใจเรื่องลูกสาวคนหนึ่ง
เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยได้ปริญญาตรี แล้วกำลังทำงานอยู่

เขาคอยจับผิดและว่าแม่ตลอดเวลา เช่น ทานข้าวไม่เรียบร้อย
เดินเสียงดัง ปิดประตูเสียงดัง วางของหยิบของไม่เรียบร้อย
เรื่องเล็กๆ น้อยก็คอยเก็บมาว่า แม่รำคาญมาก

จนมีความรู้สึกว่าไม่อยากเข้าบ้านเลย เสียใจ น้อยใจ
ที่ได้ลูกสาวอกตัญญูแบบนี้ เขาไม่น่าพูด ไม่น่าทำ อย่างนี้เลย...
อาจารย์ก็นั่งฟังไปเรื่อยๆ จนเขาพูดจบ อาจารย์เพิ่งพบเขาเป็นครั้งแรกในวันนั้น

เขาได้ดูโทรทัศน์รายการธุดงค์ในญี่ปุ่น เกิดศรัทธา สนใจธรรมแล้วมาเยี่ยม
ขณะนั้นเขาทำงานแปลหนังสือ เขาเป็นปัญญาชน
สังเกตดูลักษณะบุคลิกแล้ว เป็นคนเจ้าระเบียบ มักสะอาด อาจจะโทสะจริตก็ได้
อาจารย์ก็ถามเขาว่าลูกสาวกับพ่อเป็นอย่างไร
เขาบอกว่าไม่เป็นอะไรธรรมดาๆ เหมือนทั่วๆ ไป มีปัญหาเฉพาะกับแม่เท่านั้น

ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุ เมื่อซักถามว่าตอนที่ลูกเล็กๆ แม่สอนจู้จี้ใช่ไหม
เขาก็ยอมรับว่าใช่ วินิจฉัยได้ว่า ด้วยความหวังดีหรือหงุดหงิดก็ตาม
แม่พูดสอนลูกสาวเกินเหตุ ไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก ลูกทำอะไรแม่ก็ว่าตลอด

อย่าทำ อย่างนี้ อย่าทำอย่างนั้น ลูกทำอะไรก็ผิดหมด ลูกอึดอัดใจมาตลอด
เมื่อเขาโตแล้วก็ดุแม่ เขาคงจะไม่ตั้งใจ แต่อุปาทานมันมีอยู่ แม่ก็ผิดเหมือนกัน
เลยพูดออกมาเป็นนิสัย แม่ทำไมทำอย่างนี้ ทำไมอย่างนั้น

คำพูดของลูกสาวก็ไม่ใช่อื่น คือคำพูดของแม่ที่เคยสอนลูกทั้งนั้น
ตัวเองทำไว้เป็นเหตุ กลับมากระทบจากลูกสาวเป็นปัจจัย

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 26 กันยายน 2553 15:38:38 »


http://i883.photobucket.com/albums/ac40/42tong/img_tmpphp.jpg
ผิดก่อน-ผิดมาก โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ



ต้องใช้หลัก ทุกข์เพราะคิดผิด คิดถูกแก้ทุกข์ได้

การคิดว่าลูกสาวเป็นเด็กไม่ดี เป็นลูกอกตัญญู ไม่น่าพูดอย่างนั้น
ไม่น่าทำอย่างนั้นเป็นการคิดผิด ควรคิดใหม่ว่า เราผิดก่อน

คำพูดต่างๆ ที่ทำให้แม่ไม่ถูกใจ เขาไม่ได้คิดอะไรมากมาย
ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมาย ลูกพูดออกมาโดยอัตโนมัติ
แม่กลุ้มใจ น้อยใจ เสียใจ เป็นทุกข์มากกว่าเขาในขณะนี้

แม่เป็นบาปเป็นทุกข์ นั้นแหละ ผิดมาก
ท่านจึงให้เตือนตัวเองเสมอว่า ผิดก่อน - ผิดมาก
ถ้าแม่เข้าใจอย่างนี้ ต้องตั้งใจปฏิบัติ

พยายามไม่ยินร้ายเมื่อกระทบอารมณ์ ทำใจหนักแน่น
ไม่ให้หวั่นไหว รักษาใจเป็นปกติ สงบ เป็นศีล
ไม่ให้แสดงความไม่พอใจทางหน้าตา วาจา และกิริยาทางกาย


ทำความรู้สึก ทำกิริยา วาจา เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีอะไรผิดปกติ
ทำเหมือนตบมือข้างเดียวไม่ดัง เราอย่าเป็นคล้ายระฆังในวัด
เสียงดังเมื่อไร เราก็ตีกลับมาตลอดทุกครั้ง แล้วบ่นว่าเสียงดังรำคาญ

ทีนี้เราหยุดก่อน เสียงก็จะค่อยๆ เบาลง และระฆังก็หยุดนิ่งในที่สุด
เมื่อเราเข้าใจลูกแล้ว ก็จะเกิดเมตตาสงสาร
นอกจากนั้นก็ต้องปฏิบัติคือ รักษาใจให้เป็นปกติ กาย วาจา เป็นปกติ เรียบร้อย

การให้ทานจะเป็นกำลังสนับสนุนให้แก้ปัญหาได้โดยเร็ว
ให้ทานด้วยสายตาที่ประกอบด้วยเมตตาปราณี
ให้ทานด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส

ให้ทานด้วยวาจาพูดดีน่าฟัง
ให้อภัยทาน ให้อภัยซึ่งกันและกัน อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน
ให้ทานด้วยสิ่งของที่เขาชอบเล็กๆน้อย ๆ ก็ได้

เช่น ขนม ผลไม้ที่ลูกชอบ ผู้รับจะเปลี่ยนความรู้สึกทันที
เขาจะดีใจ มีความสุข เกิดความรัก เป็นต้น
ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาหนักเท่าไร ถ้าเราเข้าใจเหตุผล

และปฏิบัติตามหลักธรรมะ
ปฏิบัติถูกแล้วปัญหานี้จะค่อยๆ คลี่คลายไปเป็นลำดับ
สรุป ให้เราพิจารณาวิเคราะห์กรรมในแง่ต่างๆ

เรามีกรรมเป็นของของตน  เรามีกรรมเป็นผู้ให้ผล
เรามีกรรมเป็นแดนเกิด  เรามีกรรมเป็นผู้ติดตาม
เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย  แล้วสรุปได้ว่า

จักทำกรรมอันใดไว้ เป็นบุญหรือเป็นบาป
เราจักต้องเป็นผู้รับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นกฎตายตัวจริงๆ

ให้เกิดเมตตาและความไม่ประมาท

ให้เกิดศรัทธาและกำลังใจที่จะละความชั่วและตั้งอยู่ในความดี
ความถูกต้องได้ในทุกกรณี ให้เกิดหิริโอตตัปปะ ทำให้เกิดศีลบริสุทธิ์
จิตใจของเราจะค่อยๆ เลื่อนขึ้นไป ละความชั่ว ทำแต่ความดี
ในที่สุดก็จะเข้า "สะจิตตะปะริโยทะปะนัง"

การชำระจิตของตนให้ขาวรอบบริสุทธิ์
อยู่นอกเหนือ ความดี ความชั่ว ซึ่งเป็นโลกิยะ เข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุด ประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติธรรม

นี่เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
เมื่อเราใช้ชีวิตร่วมกัน การไม่ถูกใจกันเป็นธรรมดา
ถึงแม้ว่า รักกันขนาดไหน อยู่ใกล้ชิดกัน อยู่ร่วมกัน ก็เกิดปัญหาได้

ยิ่งรักมาก ยิ่งเกิดปัญหามาก

http://www.kusolsuksa.com/webboard/index.php?topic=2790.0
อนุโมทนาสาธุที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ...
บันทึกการเข้า
時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 3.6.10 Firefox 3.6.10


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 26 กันยายน 2553 16:55:37 »







ทุก ๆ คนย่อมเคยทำผิดพลาดมากก่อน ความผิดคือ ครู สอนเรา


สิ่งที่ควรพิจารณา คือ ไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดย่อมมีแน่นอนสำหรับบุคคลผู้ที่

กระทำความผิดจะมากหรือน้อยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งตัวเราเองก็เช่นเดียวกันเวลาที่

ตนเองทำความผิดได้ผิดพลาดพลั้งไปก็อยากจะให้คนอื่นเขาเข้าใจและเห็นใจ  

คนอื่น ๆ ที่เป็นแบบเราก็มีความต้องการอย่างนี้เช่นเดียวกันแต่เวลาคนอื่นทำความ

ผิดได้ผิดพลาดพลั้งไปนั้นเรามักจะลืมให้อภัยเขาลืมเข้าใจเขา        

พระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเป็นเครื่องเตือนที่ดีอยู่เสมอเพราะพระองค์

ไม่เคยสอนให้เกิดอกุศลเลยแม้แต่น้อยแม้ในบุคคลผู้กระทำความผิดก็ไม่ควรโกรธ

เพราะเหตุว่า....................บุคคลผู้ควรแก่การโกรธไม่มี



รัก รัก รัก


<a href="http://www.youtube.com/v/D_NuB5HBALE?fs=1&amp;amp;hl=en_US" target="_blank">http://www.youtube.com/v/D_NuB5HBALE?fs=1&amp;amp;hl=en_US</a>

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 กันยายน 2553 17:16:53 โดย {sometime} » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

หมีงงในพงหญ้า
ยืนงงในดงตีน
ผู้ก่อตั้งเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +62/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
United Kingdom United Kingdom

กระทู้: 7715


• Big Bear •

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 6.0.472.63 Chrome 6.0.472.63


ไม่มี ไม่ใช้ ไม่รู้
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 10 ตุลาคม 2553 19:46:42 »

อนุโมทนาครับ

ท่อนแรก ๆ อ่านดูคล้าย ๆ กับคำที่ว่า

"อยากให้กระจกยิ้มให้เรา เราก็ต้องยิ้มให้กระจก"
บันทึกการเข้า

B l a c k B e a r : T h e D i a r y
คำค้น: หลักอุบาย เตือนสติ สอนใจตัวเอง แม่กับลูกสาว กำลังใจ 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.768 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 13 ตุลาคม 2563 12:44:49