[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
20 ตุลาคม 2561 05:58:06 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า:  1 [2]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ผู้หญิงอ้วนเพราะขาดพฤกษเคมี!!!  (อ่าน 30491 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 31 มีนาคม 2553 12:14:45 »





ผู้หญิงอ้วนเพราะขาดพฤกษเคมี!!!

เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้นกได้มีโอกาสเข้าร่วมสัมมนาเรื่อง Anti-Aging Medicine และ Regenerative Biomedical Technologies ซึ่งการสัมมนาประจำปีระดับนานาชาติครั้งที่  17  นี้ เกิดขึ้นที่เมืองออร์แลนโด มลรัฐฟลอริด้า นกได้รับความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องศาสตร์การชะลอวัยไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ในการป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ที่ในอดีตไม่มีหนทางรักษา แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เรามีความหวังและความสำเร็จให้เห็นกันแล้ว นกยังได้อัพเดตความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องของการลดน้ำหนัก วิธีการทำให้สำเร็จ รวมไปถึงตัวช่วยต่างๆ ซึ่งนกคงต้องขอทยอยค่อยๆ เล่าให้คุณผู้อ่านที่รักยิ่งได้ทราบถึงข้อมูลล่าสุดที่จะส่งผลกับการดำเนินชีวิตและการมีสุขภาพที่ดีของเรานะคะ

                มาคุยกันถึงอัพเดตเรื่องการลดน้ำหนักจากสถาบันจอห์น ฮอปกินกันดีกว่าค่ะ ด้วยหัวเรื่องว่า ผู้หญิงอ้วนเพราะขาดพฤกษเคมี!!! เชื่อมั๊ยคะว่าเมื่อผู้หญิงเราได้รับสารอาหารจากพฤกษเคมีอย่างครบถ้วนจะสามารถช่วยให้ลดน้ำหนักได้ถึง 8 กิโลกรัมในหนึ่งสัปดาห์ (ได้รับการรับรองจากการค้นคว้าของมหาวิทยาลัยฮอปกิน อันนี้นกขอหมายเหตุไว้นิดนึงว่าความสามารถในการลดน้ำหนักเป็นไปตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล คนที่น้ำหนักเกินพิกัดมากๆ อาจลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่น้ำหนักเกินพิกัดนิดเดียวในเวลาเท่าๆ กัน)




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 สิงหาคม 2554 20:54:25 โดย เงาฝัน, เหตุผลที่แก้ไข: jpg » บันทึกการเข้า
 
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 5.0 Firefox 5.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #21 เมื่อ: 15 สิงหาคม 2554 18:16:36 »




อาหารเจ : โจ๊กเห็ดหอมเจ
ส่วนผสม

ข้าวต้มหุงจนเละเป็นโจ๊ก          2          ถ้วย
น้ำซุปผัก                                 1/2 -1   ถ้วย
เห็ดหอมสดหั่นชิ้นเล็กลวก         1          ถ้วย

อาหารเจ : แกงป่า
ส่วนผสม

โปรตีนเกษตรเม็ดเล็กแช่น้ำจนพอง  1 ½ ถ้วย
เห็ดฟาง  1 ถ้วย
น้ำมันพืช  ½ ถ้วย
น้ำพริกแกงเผ็ด  ½ ถ้วย

มะเขือเปราะอย่างอ่อนผ่าสี่  2 ถ้วย
ขิงอ่อนหั่นฝอย ½ ถ้วย
กระชายหั่นฝอย  ½ ถ้วย
ใบมะกรูดฉีกใบละ 4 ชิ้น 10 ใบ

พริกชี้ฟ้าเขียว แดง หั่นแฉลบ 1 ถ้วย
ใบโหระพาเด็ด 1 ถ้วย
ซีอิ้วขาว 1/3  ถ้วย
น้ำตาลทราย  2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
    โปรตีนเกษตร เห็ดฟาง และน้ำใส่ลงในหม้อ  ตั้งไฟพอเดือดปิดฝา
    น้ำมันใส่กระทะตั้งไฟพอร้อนจัด ใส่น้ำพริกลงผัดประมาณ 3 นาที ตักใส่ในหม้อโปรตีน

ตั้งไฟพอเดือด ใส่ขิงอ่อน กระชายและใบมะกรูด พอเดือดสักครู่ใส่มะเขืออ่อนและพริกชี้ฟ้า ซีอิ้วขาว น้ำตาล มะเขือสุก แล้วใส่ใบโหระพา และใบกะเพราคนให้ทั่วยกลง

อาหารเจ : เห็ดหอมอบวุ้นเส้นเจ
ส่วนผสมอาหารเจ

    วุ้นเส้นแห้ง          160      กรัม
    หมี่กึ๋นหั่นชิ้นพอคำ          1/2      ถ้วยตวง
    เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นชิ้นพอคำ        1/2      ถ้วยตวง
    พริกไทยดำโขลกหยาบๆ        1      ช้อนชา
    คึ่นช่ายซอยหยาบๆ         1/2    ถ้วยตวง
    ขิงแก่ซอยละเอียด         1/2      ถ้วยตวง
    ซอสปรุงรส          5      ช้อนโต๊ะ
    น้ำตาลทราย          1      ช้อนโต๊ะ
    น้ำเปล่าหรือน้ำซุป         1     ถ้วยตวง
    น้ำมันพืช        4      ช้อนโต๊ะ
    คึ่นช่ายหั่นท่อน ขนาด 1 นิ้ว        1/2     ถ้วยตวง

วิธีทำเห็ดหอมอบวุ้นเส้นเจ
1. ผสมขิงกับ ซอสปรุงรส ตามด้วยน้ำเปล่า คึ่นช่ายซอย น้ำมันพืช 3 ช้อนโต๊ะ และคนให้เข้ากัน
2. นำวุ้นเส้นผสมเคล้าลงไป  คนให้เข้ากัน
3. ใส่น้ำมันพืชลงในหม้อ ตามด้วยคึ่นช่ายหั่นท่อนและหมี่กึ๋น เห็ดหอม วางเรียงในหม้อตามด้วยส่วนผสมของวุ้นเส้น ปิดฝานำไปตั้งไฟอบประมาณ 15 นาที สุกพร้อมจัดรับประทาน

อาหารเจ : เต้าหู้ผัดเผ็ด
ส่วนผสม

1. เต้าหู้หั้นสี่เหลี่ยม ทอดกรอบ พอเหลือง  1  ถ้วย
2. เครื่องแกงเผ็ดใต้เจ 1 ช้อนโต๊ะ
3. กะทิสด 1  ถ้วย
4.ใบโหระพาเด็ดใบ 1 กำ
5. พริกชี้ฟ้าสด สีแดง  4  ดอก
6. ซีอิ้วขาว  1 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือป่น  ½  ช้อนชา

วิธีทำ
1. หั่นเต้าหู้ เป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ ทอดเต้าหู้ให้พอกรอบ (สีเหลือง)
2. ตั้งกะทะให้ร้อน ใส่กะทิลงไป 1/2 ถ้วย (พอประมาณท่วมเต้าหู้ที่มี)
3. ใส่เครื่องแกงเผ็ดใต้ ลงไปผัดพอหอม แล้วใส่เต้าหู้ที่ทอดไว้ลงไปด้วย
4. ผัดให้เข้ากัน เติมเกลือ ซีอิ้ว และ ใส่ใบโหระพาลงไปผัด
5. ผัดจนสุก ชิมรส และเสริฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

             

-พริกแกงเผ็ด
ส่วนผสม

1. พริกแดงเม็ดใหญ่ 5 เม็ด
2. เกลือป่น ½ ช้อนชา
3. ข่าหั่นฝอย 1 ช้อนชา
4. ตะไคร้หั่นฝอย 2 ช้อนโต๊ะ
5. ผิวมะกูดหั่นฝอย 1 ช้อนโต๊ะ
นำพริกแกะเม็ดล้างน้ำหั่นหยาบๆ โขลกกับเกลือและตามด้วยส่วนผสมอื่นๆ เก็บไว้ใช้ปรุงกับอาหารอื่นๆ

-พริกแกงเขียวหวาน
วิธีทำทุกอย่างเหมือนสูตรพริกแกงเผ็ด ยกเว้นเปลี่ยนส่วนผสมจากพริกแห้งเป็นพริกสดหรือพริกชี้ฟ้าสด


บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 6.0.2 Firefox 6.0.2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #22 เมื่อ: 27 กันยายน 2554 13:21:47 »







          นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลกินเจอีกแล้ว เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงตั้งใจจะทาน "อาหารเจ" กันในปีนี้ ว่าแต่ "อาหารเจ" จริง ๆ แล้วอะไรที่เราทานได้ และทานไม่ได้บ้าง วันนี้กระปุกดอทคอม มาแนะนำการกินเจที่ถูกวิธีให้ฟังกันค่ะ

          สำหรับ อาหารเจ เราจะทานในระหว่างเทศกาลกินเจ คือช่วงระหว่างวันขึ้น 1-9 ค่ำเดือน 8 (ตามปฏิทินจีน) ซึ่งตรงกับประมาณเดือนตุลาคม มีระยะเวลาประมาณ 10 วัน โดยมีความเชื่อว่า หากใครกินเจจะได้บุญ ส่งผลให้ชีวิตประสบความสุขความเจริญ ทั้งเป็นการต่อชีวิตให้ยืนยาวต่อไปด้วย หรือในบางคนอาจจะทาน "อาหารเจ" เป็นกิจวัตรประจำวันก็ได้

          แน่นอนว่า เมื่อพูดถึงอาหารเจ เราต้องหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ทุกชนิด และปรุงอาหารด้วยแป้ง เต้าหู้ ซีอิ๊ว ถั่วเหลือง ถั่วต่าง ๆ รวมทั้งผักนานาชนิด ยกเว้น ผักฉุน 5 ประเภท ที่เป็นผักรสหนัก มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ และยังมีพิษทำลายพลังธาตุทั้ง 5 ในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะหลักสำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ นั่นก็คือ

          1.กระเทียม ทั้งหัวกระเทียม ต้นกระเทียม ส่งผลกระทบต่อธาตุไฟของร่างกาย แม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่ช่วยลดคอเลสเตอรอล แต่กระเทียมมีความระคายเคืองสูง อาจไปทำลายการทำงานของหัวใจได้ ผู้เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือโรคตับ ไม่ควรรับประทานมาก

          2.หัวหอม รวม ไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ซึ่งตามหลักการแพทย์โบราณของจีนเชื่อว่า หัวหอม จะกระทบกระเทือนต่อธาตุน้ำในร่างกาย และไปทำลายการทำงานของไตได้ แม้ว่าหอมแดง จะมีฤทธิ์ช่วยขับลม แก้ท้องอืด แก้ปวดประจำเดือน แต่ไม่ควรบริโภคมากเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการหลง ๆ ลืม ๆ ได้ง่าย รวมทั้งนัยน์ตาพร่ามัว มีกลิ่นตัว

          3.หลักเกียว หรือที่รู้จักว่า กระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียมที่พบเห็นทั่วไป แต่จะมีขนาดเล็กและยาวกว่า ในทางการแพทย์ของจีนเชื่อว่า หลักเกียว ส่งผลกระทบกระเทือนต่อธาตุดินในร่างกาย และไปทำลายการทำงานของม้าม

          4.กุยช่าย เชื่อกันว่า กุยช่าย จะไปกระทบกระเทือนต่อธาตุไม้ในร่างกาย และทำลายการทำงานของตับ

          5.ใบยาสูบ ไม่ว่าจะเป็นยาเส้น บุหรี่ ของเสพติดมึนเมา อะไรต่าง ๆ จะส่งผลกระทบกระเทือนต่อธาตุโลหะในร่างกาย และทำงานการทำงานของปอด


บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 6.0.2 Firefox 6.0.2


ดูรายละเอียด
« ตอบ #23 เมื่อ: 27 กันยายน 2554 13:25:03 »






           และหากต้องการกินเจให้ถูกหลัก เราควรรับประทานผักผลไม้ต่าง ๆ ให้ครบ 5 สีในแต่วัน ตามสีของแต่ละธาตุทั้ง 5 คือ

           1.สีแดง แดงส้ม แสด ชมพู เช่น มะเขือเทศ แครอท พริกสุก มะละกอ แตงโม ฯลฯ ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไฟ จะช่วยลดคอเลสเตอรอลส่วนเกิน ลดอัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสขม ที่จะไปทำอันตรายต่อระบบการไหลเวียนของโลหิต

           2.สีดำ น้ำเงิน หรือ ม่วง เช่น ถั่วดำ เผือก มะเขือม่วง เห็ดหูหนู ลูกหว้า องุ่น เป็นสัญลักษณ์ของธาตุน้ำ มีประโยชน์ต่อไต ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องไต ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสเค็ม

           3. สีเหลือง ทั้งเหลืองแก่ และเหลืองอ่อน เช่น ฟักทอง ถั่วเหลือง มะม่วง ข้าวโพด กล้วย ทุเรียน เป็นสัญลักษณ์ของธาตุดิน มีประโยชน์ในการบำรุงม้าม แต่ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสหวาน

           4. สีเขียว ทั้งสีเขียวเข้ม สีเขียวอ่อน เช่น ผักคะน้า ผักบุ้ง ฝรั่ง ถั่วฝักยาว ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุไม้ หากรับประทานมาก ๆ จะช่วยบำรุงตับ ส่วนผู้ที่มีปัญหาเรื่องตับ ควรงดทานอาหารรสเปรี้ยว

           5. สีขาว เช่น ลูกเดือย ผักกาดขาว มะพร้าว น้อยหน่า ถือเป็นสัญลักษณ์ของธาตุโลหะ มีประโยชน์ต่อปอด สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องปอด ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารรสเผ็ด

          อย่าง ไรก็ตาม ผู้ทานอาหารเจ ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 สี ตามธาตุทั้ง 5 โดยสลับกันไปในแต่ละวัน เพื่อให้ได้สารอาหาร และคุณค่าที่ครบถ้วน

          และวันนี้เราก็มี สูตรอาหารเจ เมนูอาหารเจแบบง่าย ๆ มาฝากกันด้วยค่ะ

ต้มจับฉ่ายเจ
ส่วนผสม ต้มจับฉ่ายเจ

          กะหล่ำปลี 1 หัว
          คะน้า 1 ถ้วย
          ซุงฉ่าย (คล้ายกวางตุ้ง แต่ต้นใบใหญ่กว่า)   1  ถ้วย
          ขึ้นฉ่าย   1  ถ้วย
          ผักกวางตุ้ง   1 ถ้วย
          หัวไชเท้า 1  หัว
          เห็ดหอม  1 ถ้วย
          รากผักชี   3 ราก
          เต้าหู้ทอด 2 ก้อน
          น้ำตาลปีบ 1 ช้อนโต๊ะ
          งาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
          เกลือ 2 ช้อนชา
          ซีอิ๊ว 2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
          ซอสถั่วเหลืองปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
          ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ต้มจับฉ่ายเจ

          เริ่มจากผ่ากะหล่ำปลี เป็น 8 ซีก และหั่นผักทุกชนิดเป็นชิ้นใหญ่ จากนั้นโขลกงาคั่ว รากผักชีรวมกัน แล้วเจียวกับน้ำมันพืชจนหอม ใส่ต้นซุงฉ่ายลงผัด แล้วผัดผักชนิดอื่น ๆ ตามไป ใส่น้ำ ใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลปีบ ซอสถั่วเหลืองปรุงรส เมื่อเสร็จแล้วให้ตักผัดผักที่ได้ลงหม้อ แล้วใส่เห็ดและเต้าหู้ที่ทอดไว้เรียบร้อยแล้ว ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำ เติมน้ำต้มให้เปื่อยยกลงเสิร์ฟ

เห็ดหอมน้ำแดง
ส่วนผสม เห็ดหอมน้ำแดง

          เห็ดหอมสด  15  ดอก
          แป้งมัน  1/2 ช้อนโต๊ะ
          งาคั่วบด  1/2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำมันพืช  2 ช้อนโต๊ะ
          ผงพะโล้ 1/4 ช้อนชา
          ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
          ซอสถั่วเหลืองปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
          ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
          น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
          เกลือป่น1/2 ช้อนชา
          พริกไทย 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ เห็ดหอมน้ำแดง

          ตัดก้านเห็ดหอมออกโดยใช้มีดบาก 2-3 รอย แต่อย่าให้ขาดแล้วทุบให้แบน เจียวงาในน้ำมันพอร้อนแล้วใส่เห็ดลงไปผัด เติมน้ำ 1 ถ้วย เคี่ยวจนสุกแล้ว จากนั้นใส่แป้งละลายน้ำลงไปเคี่ยวให้เดือดสักครู่ ปรงุรสก่อนจะยกลงเสิร์ฟ


                            ข้าวผัดเจ   
ส่วนผสม ข้าวผัดเจ

          ข้าวสวย 1 ถ้วย
          แครอทหั่นเป็นลูกเต๋า 1/4 ถ้วย
          เห็ดหอม 2 ดอก (หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ )
          ถั่วฝักยาว หั่น 1/2 ซม. 1/4 ถ้วย
          เต้าหู้สีเหลืองหั่นเป็นลูกเต๋ม 1/2 ถ้วย
          น้ำตาลทราย      1      ช้อนชา
          ซีอิ๊วขาว     1/2     ช้อนโต๊ะ
          น้ำมันพืช     2     ช้อนโต๊ะ
          ซีอิ๊วดำ     1/2     ช้อนชา

วิธีทำ ข้าวผัดเจ

          ตั้งไฟอ่อน ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ 1 ช้อนโต๊ะ นำเห็ดหอมที่หั่นแล้วลงไปผัดจนเริ่มเหลือง ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาวแล้วตักขึ้นพักไว้ จากนั้นใส่น้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่ข้าวลงผัด ตามด้วยเต้าหู้เหลือง ถั่วฝักยาว แครอท และเห็ดหอมที่ผัดไว้เรียบร้อยแล้ว ผัดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำ  ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย เมื่อผัดส่วนผสมจนสุกทั่วกันแล้วยกลงเสิร์ฟได้


                       
ผัดหมี่เจ
ส่วนผสม ผัดหมี่เจ

          หมี่เหลือง 1 ถ้วย
          ผักคะน้า 1 ต้น
          เห็ดฟาง 4-5 ดอก
          เห็ดหอมปรุงรสหั่นเสี้ยว  2  ดอก
          เต้าหู้เหลืองหั่นเล็ก 1ช้อนโต๊ะ
          หัวไชโป๊สับละเอียด 1  ช้อนโต๊ะ
          ถั่วงอกเด็ดหาง 1/2 ถ้วย
          ถั่วลิสงคั่วป่น  1 ช้อนโต๊ะ
          พริกป่น 1-2 ช้อนชา
          น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
          ซีอิ๊วขาว  1 ช้อนโต๊ะ
          น้ำส้มสายชู  1 ช้อนโต๊ะ
          น้ำซุปผัก 1/2 ถ้วย
          น้ำมันพืช 3-4 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ ผัดหมี่เจ

          หั่นผักคะน้าเป็นชิ้นพอดี ส่วนเห็ดฟางให้เฉือนโคนที่สกปรกออก แล้วผ่าครึ่ง จากนั้นใสน่้ำมันในกระทะ ตั้งไฟให้ร้อน นำผักคะน้า เห็ดฟาง เห็ดหอม เต้าหู้ หัวไชโป๊ ลงไปผัดให้หอม ใส่หมี่เหลือง คลุกเคล้าผัดให้ทั่ว แล้วใส่น้ำซุป ผัดต่อไปจนแห้ง ปรุงรสด้วยพริกป่น น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู ใส่ถั่วลิสงป่น ผัดสักครู่ ใส่ถั่วงอก (แบ่งไว้โรยหน้าเล็กน้อย) พอทุกอย่างสุก ยกลงตักใส่จานเสิร์ฟพร้อมกับมะนาวหั่นเสี้ยว และถั่วงอกโรยหน้า

          แถมท้ายสำหรับใครที่ชอบดื่มกาแฟเป็นประจำ เทศกาลกินเจนี้อาจต้องเปลี่ยนมาดื่ม "กาแฟดำ" หรือกาแฟที่ไม่ใส่ทั้ง "นม" และ "ครีม" เช่น "เอสเพรซโซ" แทนค่ะ แต่หลายคนก็ทานกาแฟดำไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นก็ลองใช้ "นมถั่วเหลือง" แทนได้ค่ะ หรือลองหาซื้อ "กาแฟเจ" ที่บางยี่ห้อวางขายในช่วงเทศกาลกินเจนี้ดูก็ได้ค่ะ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ที่มา
:http://www.kapook.com/]http://www.kapook.com/
Memoryforyou : http://www.prachathon.org/forum/index.php?topic=3540.msg17193;topicseen#msg17193
อนุโมทนาสาธุที่มาทั้งหมดมากมายค่ะ

บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7506


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 7.0.1 Firefox 7.0.1


ดูรายละเอียด
« ตอบ #24 เมื่อ: 07 ตุลาคม 2554 08:32:56 »



              วิธีการกินเจที่ถูกต้อง

เห็นธงเหลืองตัวอักษรสีแดงปลิวไสวไปทั่วบ้านทั่วเมืองเช่นนี้ เป็นสัญลักษณ์ว่า เทศกาล "กินเจ" ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กินเจเป็นประเพณีทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายานถือได้ว่าเป็นเทศกาลบุญที่สืบทอดติดต่อกันมาอย่างยาวนาน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 ไปจนถึงวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน

เวลานั้นผู้คนจะพากันละเว้นการเบียดเบียน ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต งดเว้นการกินเนื้อสัตว์และหันไปรักษาศีล ปฏิบัติธรรม ให้บริสุทธิ์ทั้งกาย วาจา และใจ จึงนับได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการทำบุญได้ดียิ่ง

แต่ถ้าเป็นในเรื่องของสุขภาพ ขอบอกว่า ประโยชน์ของการกินเจมีอยู่เพียบ นั่นเป็นเพราะเมื่องดเนื้อสัตว์แล้วหันมาบริโภคพืชผักแทนจะทำให้ร่างกายสามารถขับถ่ายของเสียออกได้หมด จะทำให้ระบบการย่อยอาหารเป็นไปปกติ อวัยวะภายในอย่างหัวใจ, ไต, ม้าม, ตับ, ปอด, ลำไส้เล็ก, ลำไส้ใหญ่, กระเพาะปัสสาวะ, กระเพาะอาหาร, ถุงน้ำดี ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เลือดจะถูกฟอกให้สะอาด เซลล์ในร่างกายก็จะเสื่อมช้าลง ผิวพรรณสดชื่นผ่องใส ทำให้ร่างกายต้านทานต่อสารพิษและรังสีต่างๆ ได้มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้นกินเจยังสามารถป้องกันโรคอันไม่พึงประสงค์อย่างโรคมะเร็ง, โรคหัวใจ, ความดันโลหิตสูง, เส้นเลือดตีบ, ไขมันอุดตันในเส้นโลหิต, โรคไต, ไขข้ออักเสบ, โรคเกาต์, โรคเบาหวาน รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบการย่อย การขับถ่าย และโรคทางเดินอาหารด้วย


แม้จะมีข้อดีเลิศประการใด แต่การกินเจก็อาจส่งผลข้างเคียงต่อผู้ที่สภาวะร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ เด็กเล็ก หรือสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะอาจจะได้รับสารอาหารไม่พอเพียง

ดังนั้นการกินเจได้อย่างมีคุณค่านั้น มีข้อแนะนำดังนี้

- ผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ไข่ ผลิตภัณฑ์จากนม เนย หัวหอม กระเทียม กุยช่าย หลักเกียว และใบยาสูบ คนกลุ่มนี้ต้องเติมอาหารที่มีกรดอะมิโนทดแทน ประเภทถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ เป็นการเสริมสารอาหารจำพวกโปรตีน ธาตุเหล็ก

- ผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ไข่ หัวหอม กระเทียม หัวไชเท้า กุยช่าย พริกแดงแต่ดื่มนมแทน กลุ่มนี้นอกจากอาหารประเภทถั่วเมล็ดแห้งแล้ว ควรเสริมกลุ่มเกลือแร่และกินผักผลไม้ช่วยด้วยจะเป็นการดี

- ผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์แต่กินไข่และนมเนยทุกชนิด ร่างกายของคนกลุ่มนี้จะยังได้รับสารอาหารโดยเฉพาะโปรตีนและแคลเซียมอย่างพอเพียง รูปแบบของการกินประเภทนี้เด็กที่ต้องการกินเจก็สามารถร่วมกิจกรรมได้

- อย่าเลือกรับประทานแต่ผักเพราะจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบ จึงควรทานธัญพืช เช่น เมล็ดงา ลูกเดือย ลูกบัว หรือพืชตระกูลถั่ว หรือถั่วแปรรูปอย่างเต้าหู้ และพืชจำพวกที่เป็นหัวในดิน เช่น เผือก มัน กลอย ร่วมไปด้วย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น

- คนกินเจควรบันยะบันยังในเรื่องของการบริโภคแป้งในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงอาหารที่ผัด ทอดที่ใช้น้ำมันมาก กลายเป็นอาหารไขมันสูง เป็นที่มาของโรคอ้วนในที่สุด ทางที่ดีจึงควรเลือกอาหารที่ผ่านการปรุงด้วยการต้ม นึ่ง ย่าง ยำ อบ

- ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด จากการใช้ซีอี๊วขาว เต้าเจี้ยว หรือเกลือแทนน้ำปลา เพราะอาจเป็นอันตรายต่อไตและความดันโลหิตสูงได้

- ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัด เพราะจะส่งผลไปถึงอวัยวะต่างๆ
ขมจัดส่งผลต่อหัวใจ เค็มจัดส่งผลต่อไต หวานจัดส่งผลต่อม้าม เปรี้ยวจัดส่งผลต่อตับ เผ็ดจัดส่งผลต่อปอด


- ควรรับประทานอาหารสดที่ปรุงใหม่ หรือผักสดผลไม้ มากกว่าของหมักดองหรืออาหารกระป๋องสำเร็จรูป

- ควรล้างทำความสะอาดพืช ผัก ผลไม้ที่นำมาปรุงอาหารเพื่อลดสารพิษที่อาจปนเปื้อน

อย่างไรก็ตามอย่าลืมที่จะออกกำลังกายร่วมด้วยจะเป็นส่วนช่วยเสริมทำให้สุขภาพแข็งแรงได้ดียิ่งขึ้น

9 วันแห่งเทศกาลบุญปีนี้จะได้เป็นจุดเริ่มต้นของความสมบูรณ์ทั้งกายและใจแบบสุดๆ ไปเลย...


:http://new.goosiam.com/variety/html/0024275.html

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า:  1 [2]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.459 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 02 ตุลาคม 2561 17:38:15