[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
25 มิถุนายน 2567 03:07:55 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: จดหมายจากเพื่อนธรรม ข้อคิดสำหรับผู้เป็น HIV  (อ่าน 3613 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ปู่ซ่า....นะเออ
ผู้สนันสนุนเวบฯ
นักโพสท์ระดับ 6
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 77


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 14 ธันวาคม 2552 22:11:34 »

จดหมายจากเพื่อนธรรม ข้อคิดสำหรับผู้เป็น HIV
 
   
      ผมเอง อายุ 25 ปี เป็นคน ตจว แต่มาเรียนและใช้ชีวิต อยุ่กทม สักระยะ บ้านผม
   ที่บ้านทำข้าราชการ ผมเองเพิ่ง จะได้ เข้าทำงานในบริษัท มีชื่อแห่งหนึ่ง และก้อต้อง
   ไปตรวจร่างกายเพื่อ เข้ารับการบรรจุเป็นพนักงาน ประจำ แต่ผมไปตรวจเมื่อวันศุกร์
   ที่ 17 /7/09 รพเอกชน แห่งหนึ่งโทรมาบอกว่า ผลเลือดผมไม่สมบูรณ นะ ต้องมา
   รับฟังจากปากหมอ ในอาวันอาทิตย์ แต่หลังจากนั้นผมก้อไม่สบายใจ ผมเลยโทรไป
   ถามพยาบาล พยาบาลก้อบอกว่า ไม่สามารบอกได้ ต้องให้หมอบอก ผมเองนอนไม่หลับ
   กินไม่ได้

      จนคืนวันเสาร์ ผมโทรไปหาคุณแม่ และร้องไห้ออกมาคับเพราะผมกลัว จนเช้าวัน
   อาทิตย์ ผมไปฟังจากปากหมอ หมอบอกว่าให้พยาบาลออกไป และบอกว่าผลเลือด
   ผมเป็น บวก นั้นคือผมมีเชื่อ HIVคับ ตอนนั้นผมชาไปหมด ไม่พูดอะไร นอกจากฟัง
   หมออย่างเดียว และพอเสร็จ

      ผมเดินร้องไห้ออกมาจาก รพ จนพยาบาลวิ่งตามออกมา บอกว่าจะทำไงเพราะเค้าต้อง
   ส่งผลเลือดมาที่ทำงาน แล้วที่ทำงานจะว่าไหม จะรับทำต่อไหมเพราะผมเองมีภาระ
   ที่ต้องดูแลพ่อแม่ และค่าใช้จ่ายต่างๆ จากวันนั้น ผมเองเสียใจ ไม่กินไม่นอน และ
   ร้องไห้ ทุกเวลาเท่าที่จะร้องได้ แต่ตัวผมเองคิดว่าผมน่าจะมีโรคนี้ตั้งแต่ผมไปบริจาค
   เลือดกับสภากาชาดไทยเพราะผลส่งมาที่บ้านบอกว่าขอบคุณที่ท่านให้ชีวิต แต่เพื่อ
   ความแน่ใจให้ท่านกลับมาตรวจอีกครั้งตั้งแต่ปี 2549คับ จนผมไม่สนใจและใส่ใจอะไร
   มากจนผมรุ้สึกว่า โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนแต่พยาบาลที่ผมไปเข้าชมรมและผมทำใจได้

      หลังจากเกิดเหตุการ์นั้นผมก็ได้บำบัดรักษา จนคุณหมอ พยาบาล เพื่อนที่สนิทใจ
   และแฟนให้กำลังใจผมเป้นอย่างดี ผมเอง ทุกวันนี้ก้อ ตื่นเช้าก้อ สวดมนต์ไหว้พระ
   ทำวัตรเช้า เย็น นั่งสมาธิและแผ่เมตตา ผมเองผมไม่รุ้ว่าติดโรคนี้ได้อย่าง ไร แต่ผม
   คิดว่าน่าจะติดจากแฟน แต่แฟนคนปัจจุบันผม ซึ่งไปตรวจมาก้อไม่มี เชื้อ ผมคิดว่าน่า
   จะคนก่อนซึ่งผมเองก้อผิดที่ไม่ได้ป้องกัน

      แต่ที่ผมทุกข์ใจมากคือ โรคนี้ยังไม่หายเพราะตอนนี้ร่างกายผมแข็งแรงอยุ่ มาก
   หมอบอกเลยดูทั่วไปเหมือนคนปกติ และ หมอ บอกให้ผม ต้องดูแลตัวเอง ซึ่งแน่นอน
   ว่าผมดูแลตัวเองมากกว่าเดิมหลายเท่า สวดมนต์ไหว้พระ เพื่อให้จิตใจสงบไม่คิดมาก
   และได้แต่ปลงว่า เรามีเป้าหมายชีวิต อีกไม่นาน แต่ผมบอกตรงๆๆนะคับว่า หมอบอกว่า
   ตราบใดคุณแข็งแรง คุณไม่ต้องรับยาต้าน แต่ถ้าคุณมีโรคฉวยโอกาศ คุณต้องรับมันไป
   กินเพราะยาต้านนี้ เมื่อทานเข้าไปแล้ว จะต้องทานไปตลอดชีวิต ห้ามลืมกิน ห้ามผิด
   เวลาและมีผลข้างเคียงอย่างมาก จะทำให้ผมล่วง หน้าตอบ แขนขาลีบ ไม่มีแรง
   และค่าCD4ต่ำเมื่อไหร่คุณต้องได้รับและกินไปตลอดชีวิต ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนี้ชีวิตผม
   เหมือน ตกจากหน้าผา มากเพราะไม่รุ้ว่า ทางฝ่ายบุคคลจะให้ผมออกจากงานรึป่าว
   แต่หัวหน้างานผมรับรุ้และเห้นใจเข้าใจ บอกว่าให้ทำต่อ แต่ผมไม่รุ้ว่าทางผู้ใหญ่จะ
   รับได้ไหมและที่หนักใจยิ่งกว่า หากผมต้องออกจากงาน แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนส่งบ้าน
   ส่งรถ ส่งพ่อแม่ เพราะขาดรายได้ อีกอย่างผมคงไม่กล้าไปสมัครงานที่อื่นเพราะ
   เดี่ยวนี้ที่ไหนก้อตรวจสุขภาพทั้งนั้น

      ผมเองคิดแล้วเครียดกลุ้ม ร้องไห้ พิมพ์ไปร้องไห้ไป กลัวว่าวันนึงพ่อแม่รุ้ เพราะ
   พ่อแม่บอกว่าเป้นอะไรก้อได้ แต่อย่าเป้นโรคแบบนี้เพราะว่าลูกแม่แม่เลี้ยงได้ ลุกต้อง
   ดูแลตัวเองด้วย แต่ตอนนี้ผมไม่รุ้ว่าจะทำอย่างไรคับ เพราะมันมืดไปหมด ผมเองดีที่
   แฟนยังอยุ่ด้วยและเข้าใจ เพราะเค้าบอกว่า ญาติเค้าที่ เชียงใหม่ ก้อเป้นแต่เสียไปนาน
   แล้วเค้าเข้าใจและรับได้

      ถึงตอนนี้ผมไม่รุ้ว่า ผมต้องทำอย่างไร ที่ผมทำได้คือ ตั้งสติ และ อยุ่กับมันอย่าง
   ที่มันเป้น ไม่หนี รุ้ว่า มันอยุ่กับเรา แต่ผมกลัวว่าถ้าผมเครียด CD4ผมจะต่ำทันที ผมเลย
   กลัวว่าจะมีโรคอื่นมา แทรกคับ ตอนนี้ผมเลยตั้งจิตอธิฐานว่า ขอให้ผมได้อยุ่ตอบแทน
   บุญคุณ พ่อแม่ ก่อน แล้วผมไม่อยากให้สุขภาพเสื่อมลง ตอนนี้ผม ไม่รุ้ว่าจะหันหน้า
   ไปพึ่งใคร เคยไปปฏิบัติ กับคุณแม่หลายครั้ง ไม่รุ้ว่า ครั้งต่อไป จะปฏิบัติได้ไหม อยาก
   ให้คุณแม่เห้นใจ และผมอยากจะกลับบ้านลงไปบวช เพื่อลดเวรกรรม แต่ก้อกลัวว่า
   พ่อแม่จะถามว่าแล้วไม่ทำงานรึ เพราะใจผมตอนนี้มันนิ่ง มันจะอยากบวชไม่สึกเลย
   ด้วยซ้ำ เพื่อให้ธรรมะพระพุทธเจ้าเป้นยาบำรุง ให้ผมดีขึ้น

      ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับผม นั้น หากท่านที่เข้ามาอ่าน ผมอยากให้เป็นข้อคิดเตือนใจ
   เอาไว้ เป็น ป้องกันตัวเรา เพราะบางที่ เราไม่ทันรู้ หรือระวัง ดังนั้นต้องใส่ใจกับสิ่ง
   แบบนี้มากๆๆนะคับและ ผมเองได้นึกถึง หนังสือ กฏแห่งกรรม ของหลวงพ่อจรัญ
   แห่งวัดอัมพวัน จ . สิงหบุรีย์ ซึ่งหลวงพ่อท่านบอกให้ สวดมนต์ และอาการ จะดีขึ้น
   เพราะเคยมีคนที่เค้าเป้นหนักว่าผมหลายเท่าแล้วเค้าสวดมนต์จน ตอนนี้เค้าหายและ
   เป็นปกติ จนค่าCD4ของเค้า ดีขึ้นอย่างคุณหมอตกใจ เพราะคุณหมอ จะนัดคนไข้ไป
   ตรวจค่าดังกล่าวทุก 3-6เดือน คับและ ผมเองก้อศึกษา พระธรรมของหลวงพ่อพุทธทาส
 
       ผมคิดว่า ผมคงทำกรรมหนักไว้ ผมเลยเป้นแบบนี้ไม่มีใครอยากเป้นแบบนี้หลอกคับ
   เพราะเมื่อไหร่ที่เรา อายุมากขึ้น ภูมิคุ้มกัน เราก้อลดลง เพราะต้องมาต่อสุ้โรคใหม่ๆๆ
   ที่เกิดขึ้นตามมา จนตอนนี้ผมไม่รุ้ว่า ผมจะทำยังไง ผม อยากตายมากคับ แต่คิดว่ามัน
   ไม่ใช่หนทางที่ดีเลย เคยดู เรื่อง วันที่บัวบาน เห้นแล้วก้อนึกว่า สักวันเราก้อ คงต้อง
   แย่ด้วย เพราะกำลังใจสำคัญสุด คุณหมอ และพยาบาลบอกว่า โรคนี้มันอยุ่กับเรา
   ไปตลอดหากเรา ไม่รับเพิ่มและแพร่เชื้อ ที่สำคุญต้องดูแล ตัวเอง ด้วย เพราะ คนที่
   เป็นมะเร็ง หมอสามารถบอกได้เลยว่า จะอยุ่ได้อีกเท่าไหร่ แต่โรคนี้ อยุ่ไปอีกนาน
   ไม่รุ้ว่าหมอพุดให้ผมดีใจขึ้นรึป่าว แต่ผมเองผมกลัวมากๆๆคับ กลัวจนบางครั้งเครียด
   กินไม่ได้ นอนไม่หลับ พยายาม ทำใจให้สบาย นิ่ง

   ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน เรื่องของผมนะคับ
   เรื่องดังกล่าวผม เขียนขึ้นเพื่อให้ทุกท่าน ใส่ใจเก็บรายละเอียด เล็กๆๆ ด้วยนะคับ


      ผมอยากจะบอกตรงๆๆว่า ทุกวันนี้ ผมชนะใจตนเองในการ ไม่นอนหลับต่อ ทั้งๆที่
   ร่างกายอยากจะหลับต่อ แต่ผมต้องต่อสุ้ กับกิเลส ในการทำวัตร เช้า เย็น  และ ผมได้ไป
   รับยาแผนโบราณ ณ  วัดสังฆทาน  ของหลวงพ่อ สนอง  และ บางครั้ง ผมไปปฏิบัติธรรม
   ที่เสถียรธรรม สถาน กับท่าน แม่ชีศันสนัย์คับ   ผมหวังว่า บางครั้งปาฏิหาริย์ มีจริงและ
   ตั้งใจ ว่า จะขอถวายตัว เป็น พุทธทาส ของพระพุทธเจ้าตลอดไป

      ตอนนี้ ผมเองที่ทำงานให้ออกแล้วครับ  เค้าบอกว่า รับไม่ได้ หลังจากผลการตรวจ
   ของ รพ ส่งมาที่ทำงาน ฝ่ายบุคคล ให้ออกมารักษาตัว ทั้งๆๆที่ไม่มีอาการใดๆๆเลย
   เพิ่งออกมาเมื่อ ต้นเดือน สิงหาเองคับ และ พี่พยาบาลที่รพ ที่ผมไปตรวจร่างกายโทร
   มาบอกว่า CD4 ผมอยุ่ที่ 532 เลย แต่ผมไม่ประมาทคับ อีกอย่าง พอออกมา เงินก้อไม่มี
   งานไม่มี ต้องดิ้นรน ที่นี้เหนื่อยคับ ขออยุ่ปฏิบัติธรรมดีกว่า เพราะผมเองทุกวันนี้ ไม่
   อยากคิดไรมาก ไม่อยากเครียด แถม เอารถที่เป็นสมบัติ ตัวเอง ไปคืนไฟแนนซ์ แล้วคับ
   กลายเป้นคนปกติ แต่ก้อคิดเสียว่าอย่างไร ถ้าผมพร้อมกว่านี้ ผมจะขายน้ำเต้าหู้หน้า
   ปากซอย รึไม่ก้อ ขายข้าวไข่เจียวหน้าโรงเรียน ดีกว่าคับ มีโอกาศ ศึกษาพระธรรมด้วย
   เพราะรุ้ว่าตายไปก้อเอาใส่โลง ไม่ได้  ทุกวันนี้ ผมมีกำลังใจขึ้นมา หลังจากที่ มีผู้หวังดี
   จากลานธรรม ส่ง หนังสือ CD มาให้ ขอบคุณนะคับ ผมเอง ปฏิบัติ จะครบ1เดือนแล้ว
   และตั้งใจจะปฏิบัติไปเรื่อยๆๆคับ จนกว่าจะหมดลมหายใจ ผมคิดว่าทุกวันนี้ เหมือนให้
   เรามีสติ อยุ่กับปัจจุบันขณะ  บางครั้งอยุ่คนเดียว เหงานะคับ ร้องไห้ เป็นวรรคเป็นเวร
   ที่สำคัญ ปีหน้าคุณแม่ จะให้บวช ผมไม่กล้าบอกท่าน เพราะกลัวท่านเสียใจมาก ได้แต่
   ตั้งความหวังว่า หากปาฏิหาริย์ มีจิง ผมไม่มีอาการ และ ตรวจอีกครั้งไม่พบเชื้อ  ผมจะ
   บวชตลอดชีวิตเลยคับ

      ทุกวันนี้ ผมจะสวดมนต์ ไหว้ พระ  เช้า  กลางวัน เย็น นั่งสมาธิ ซึ่งนั่งได้นานและมาก
   ขึ้นด้วย แผ่เมตตา ใส่บาตรทุกวันหน้าบ้าน และทานยาสมุนไพรอย่างเดียวคับ ไปเอามา
   จากวัดสังฆทานที่ นนทบุรีคับ ซึ่งยาประกอบไปด้วย ยาฟอกเลือด ยาส้ม ใบเขยตาย
   แม่ยายชักปรก และ ยาอายุวัฒนะ และที่ผมกินเสริม มีน้ำชีวภาพ พูลคาว ขวดละ
   สองพันสองคับ  แพงมาก และมีกินมะรุมต้มน้ำ และมะระขี้นกคับ ซึ้งไปในวัดแล้วก้อ
   เห็นความไม่เที่ยง จิงๆๆคับ บางครั้ง เป็นโรค ความดัน เบาหวาน อัมพฤต อัมพาด แต่
   ด้วยความเชื่อ เหมือนหนังสือ ของหลวงพ่อ จรัล วัดอัมพวัน สิงหบุรี ท่านบอก ให้สวด
   พาหุงมหากา และ นั่งสมาธิไปเรื่อยๆๆ จนบางคน หายจากโรคร้ายไปเลย อันนี้ ไม่เชื่อ
   ก็ต้องเชื่อนะคับ

      ผมเขียนมาครั้งนี้แค่อยากบอกว่า ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงนะคับ เมื่อก่อนผมมี
   เงิน งาน รถ ขับ มีความสุข แต่ตอนนี้ ผมไม่มี มีแต่ลมหายใจที่เป้นเพื่อน และคน
   หวังดีในลานธรรม ผมขอบคุณจิงๆๆนะคับ  อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัส  ให้นึกถึงความ
   ตายทุกลมหายใจและ จงอย่าประมาท หากวันนั้นผมมีสติ ผมคง ไม่ต้องเป็นแบบนี้

      แต่ถ้ามองให้แง่บวก ผมเองต้องขอบคุณ โรค นี้ที่ทำให้ผม ได้มีโอกาศ ศึกษา
   พระธรรม คำสอน พระพุทธเจ้า และปฏิบัติ ตามที่ท่านบอกกล่าวไว้  เวลาตายจะไม่
   หลงสติ เพราะผมเชื่อว่า มีคนไม่น้อยที่แย่กว่าผม แต่กำลังใจสำคัญสุด  ขอบคุณ
   ทุกท่านอีกครั้งนะคับ

      ขอให้ ทุกความหวังดีที่มีให้ผม จงเป็นพลวัตปัจจัย ที่เป็นมงคลไปสุ่ทุกท่าน อย่างหา
   ประมาณมิได้
 
      ขอบคุณอีกครั้งนะคับ  ขอบคุณจากใจจริงๆ

---
      ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ และขอนำมาเผยแพร่ เพื่อให้ผู้ที่กำลังเป็นอยู่ มีกำลังใจ ในการ
   ที่จะทำความดีต่อไป สาธุ
   ผู้ดูแลเว็บไซต์ thossaporn.com

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
PETER
สมาชิกขาประจำ
นักโพสท์ระดับ 7
*

คะแนนความดี: +2/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 134


เราคือหนทาง ความจริงและชีวิต

ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Firefox 3.5.6 Firefox 3.5.6


lordloi@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 ธันวาคม 2552 13:49:09 »

ปรัญชาชีวิต คือการดำเนินชีวิตด้วยปัญญา
และการรู้แจ้ง คือการบรรลุปัญญาเพื่อดำเนินชีวิต
บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.494 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 26 พฤษภาคม 2567 04:39:55