[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
12 ธันวาคม 2562 10:53:27 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เปิดตำนาน "เอ็งกอ"ผู้กล้าแห่งเหลียงซันโป๋  (อ่าน 1557 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล มาจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของเราเท่านี้...คติธรรม หลวงปู
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 3528


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 10 กุมภาพันธ์ 2561 17:28:25 »








































เอ็งกอ เอกลักษณ์วัฒนธรรมจีน

เอ็งกอ เป็นศิลปะการแสดงของชาวจีน มาพร้อมกับชาวจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย และได้อนุรักษ์ศิลปะนี้มาตลอดหลายช่วงอายุบรรพบุรุษ  

ต้นกำเนิดของ เอ็งกอ ผู้กล้าแห่งเหลียงซันโป๋ ๑๐๘ คน มีเรื่องราวตำนานที่เล่าขานกันมานานของชาวจีน เป็นเรื่องราวของชุมโจรเหลียงซันโป๋ มณฑลซานตง ในสมัยราชวงศ์เป่ยซ่ง รัชกาลซ่งฮุยจงฮ่องเต้ (ค.ศ.๑๑๐๐-๑๑๒๕) ในเมืองนี้มีเขาเหลียงซัน ที่มีภูมิประเทศเป็นหน้าผา ง่ายต่อการตั้งรับและยากต่อการบุกโจมตี เวลากล่าวถึงเอ็งกอ จึงเรียกกันติดปากว่าผู้กล้าแห่งเขาเหลียงซัน

โจรเหลียนซันโป๋ ๑๐๘ คน  มีอาชีพและฐานะทางสังคมต่างกัน มีทั้งชาวนา ชาวประมง คนลากรถ พ่อค้า นายพราน นายช่าง แพทย์ ครู นักบวช เศรษฐี ข้าราชการชั้นผู้น้อย ทหาร และเชื้อพระวงศ์ โจรเหล่านี้รักใคร่สามัคคีกันดุจพี่น้อง สร้างพลังที่จะต่อต้านความอยุติธรรมที่เกิดในสังคมยุคนั้น เรียกว่าเป็นโจรคุณธรรมปล้นคนโกงชาติโกงแผ่นดินเอารัดเอาเปรียบประชาชน ได้ทรัพย์สินมาก็แบ่งให้คนยากจน เวลาออกทำการโจรทั้ง ๑๐๘ คนจะเขียนหน้าต่างกันเป็นเอกลักษณ์ของใครของมัน เป็นการคิดหาวิธีการต่างๆ ที่จะเข้าเมืองโดยไม่ถูกพวกกบฏจับได้ และที่สำคัญคือต้องจำหน้าไม่ได้ นี่คือความพิเศษที่โดดเด่นของเอ็งกอ

และวันสำคัญก็มาถึง เหล่าคนกล้าได้แต่งกายเป็นชุดรัดกุมเหมือนทหารที่ออกศึก ในรูปแบบการแสดงด้วยการเต้นตีไม้ สร้างความเร้าใจให้ผู้คนสนใจ ทำให้ทหารฝ่ายกบฏแม้กระทั่งขุนนางกังฉินก็ไม่สามารถจำหน้าคนเหล่านี้ได้ เนื่องจากมีการวาดหน้าทั้งใบหน้า แต่งเติมสีสันที่ฉูดฉาด ประชาชนที่อยู่ในเมืองที่ทราบข่าวและเป็นพวกเดียวกันได้เตรียมซ่อนมีด ซ่อนดาบ ไว้ให้พวก “เอ็งกอ” เมื่อการแสดงเริ่มต้น ทุกคนต่างสนใจที่จะชม แม้ขุนนางกังฉินบรรดาพวกกบฏต่างก็ชื่นชม เมื่อการแสดงได้ล่วงเลยมาพอสมควรก็ถึงเวลาที่ผู้กล้าทั้งหลายที่แสดง “เอ็งกอ” ได้เปลี่ยนมาเป็นคณะกู้เมือง และสามารถจับพวกกบฏ ขุนนางกังฉินได้ ที่สำคัญคือได้เมืองกลับคืนมาสำเร็จ

ตามประวัตินั้น คล้ายกับวีรบุรุษเขาเหลี่ยงซาน ซึ่งถ้าได้ศึกษาอย่างละเอียด จะมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแทรกอยู่อย่างมาก เช่น นักแสดงเอ็งกอได้แต่งหน้าและท่าทางให้เหมือน บู้ซ้ง, พระจีน และการแสดงแต่ละครั้งถ้าเป็นชุดสมบูรณ์ ต้องใช้ผู้แสดงจำนวน ๑๐๘ คน แต่ในปัจจุบันเรามักจะเห็นไม่ครบ เนื่องจากความยุ่งยากในการเตรียมความพร้อมทั้งทางร่างกาย จิตใจ และเสื้อผ้า  อีกสาเหตุก็คือการแสดงเอ็งกอครบจำนวน ๑๐๘ คนนี้มักจะมีเหตุการณ์สูญเสียชีวิตของนักแสดงเอ็งกอเกิดขึ้น จึงทำให้ผู้แสดงมีจำนวนไม่ครบจนทุกวันนี้ ส่วนใหญ่ที่แสดงโชว์หรือออกงานประเพณีต่างๆ มักจะมีผู้แสดงอย่างต่ำ ๔๐ คนขึ้นไปเสมอ ซึ่งไม่รวมพวกตีล้อ เป่าเขาควาย ตีกลองใหญ่ ฉาบเล็ก ฯลฯ

ก่อนการแสดง นักแสดงต้องนำขนมไหว้ของชาวจีน ที่เรียกว่า ง่วนก้วย มาไหว้และเต้นแสดงบูชาเทพเจ้า หลังจากนั้นนำขนมไหว้ให้ผู้แสดงรับประทานคนละเล็กละน้อย ทั้งนี้เพื่อเป็นสิริมงคลในการแสดงไม่ให้เกิดอุปสรรคใดๆ เป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และทุกครั้งที่กระทำตามนี้ไม่เคยบังเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ไม่ดีเลย

อีกตำนานหนึ่งของ "เอ็งกอ - พ๊ะบู๊" กล่าวว่าเมื่อแปดร้อยปีมาแล้ว ราชอาณาจักรจีน ในรัชสมัยพระเจ้าซ้องยินจงฮ่องเต้เกิดโรคระบาดพรากชีวิตผู้คนไปเป็นอันมาก พระเจ้าซ้องยินหยินจงฮ่องเต้ทรงโปรดให้อังซินขุนนางตำแหน่งไทอวยเดินทางไปอัญเชิญนักพรตวิเศษ เตียฮีเจ็งเชียนชือ ณ สำนักวัดเขาเกาเล่งซัวมาช่วย ระหว่างทางขากลับอังซิน ผ่านเก๋ง แห่งหนึ่ง สลักชื่อไว้ว่า ตำหนักขังปิศาจ ด้วยความกระหายใคร่รู้ จึงแกะยันต์ที่ติดอยู่หน้าเก๋งทิ้งและ เปิดเข้าไปโดยพลการ ทันใดนั้นเองก็มีควันดำพวยพุ่งออกมาทางประตูลอยขึ้นไปอยู่บนอากาศแล้วแตกกระจายแปดทิศ ที่แท้ในเก๋งขังดวงจิตดาวทหารที่ดุร้ายถึงร้อยแปดคนชื่อดาว"เทียมกังแซ" ๓๖ ดวง  ชื่อดาว "ตีลัว" ๗๒ ดวง รวม ๑๐๘ ดวง ถูกขังมิให้ไปเกิด จากความกลัวว่าจะรบกวนไพร่ฟ้าประชาชนพลเมืองให้ได้รับความเดือดร้อน วิญญาณดุร้ายทั้งร้อยแปดดวงจึงได้โอกาสไปจุติ เป็น"ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน" หลังจากพระเจ้าซ้องยินจงสวรรคตแล้ว การเมืองการปกครองเริ่มเสื่อมทรามลงทุกที ในราชสำนักและวงขุนนางมีแต่ขุนนางฉ้ออำมาตย์มารกดขี่ข่มเหงราษฎร สังคมก็ปั่นป่วนวุ่นวายมือใครยาวสาวได้สาวเอา เหล่านักบู๊เทอดทูนคุณธรรมยิ่งชีวิตต่างถูกบีบคั้นถูกกลั่นแกล้งเหลืออดเหลือทน ในที่สุดจึงรวมตัวกันรวบรวมเอาเหล่านักบู๊ผู้เลิศวิทยายุทธแห่งเขาเหลียงซาน ทั้ง ๑๐๘ คน ทำการก่อกบฏปล้นขุนนางขี้ฉ้อปล้นคหบดีนำมาแจกจ่ายคนจนคนตกทุกข์ได้ยาก ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนขยายตัวเป็นสงครามระหว่างกองโจรกับกองทหารหลวง  อนึ่ง ตำนาน "ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน" นี้ ใช้เค้าโครงจากวรรณคดีจีนเรื่อง"ซ้องกั๋ง" ซึ่งเป็นวรรณคดีร้อยแก้วมีลักษณะเป็นการเล่า ซือไน่อานได้เรียบเรียงขึ้นเป็นเรื่องราวยืดยาวมีรสมีชาติยิ่งนัก ซือไน่อานเขียนไว้เพียงเจ็ดสิบบท ต่อมา "หลังกว้านจง" ลูกศิษย์ของซือไน่อานจึงเขียนต่อจนจบสมบูรณ์ (หลังกว้านจงคือผู้รจนานิยายเรื่องสามก๊กอันลือชื่อนั่นเอง ซ้องกั๋งเรื่องนี้จึงถือว่าเป็นฝีมือครูเป็นแบบอย่างของสามก๊กอีกทีหนึ่ง)

การแสดง "เอ็งกอ - พะบู๊"
การละเล่นเอ็งกอ เป็นตอนที่ขบวนนักรบ ๑๐๘ คน ที่ต่างมีวิชาความสามารถเก่งกาจกันคนละอย่างสองอย่าง ทั้งการต่อสู้ด้วยมือเปล่า ไม้พลอง มีด การดำน้ำ การเดินป่าทางไกล การรักษาโรค ฯลฯ แต่งหน้าอำพลางตน เป็นนักแสดงขี่ม้าเข้าเมือง เพื่อไปช่วยซ้องกั๋งหัวหน้าของพวกตน การเขียนหน้าเพื่อปกปิดหน้าตาและทำให้ดูน่าเกรงขามของเอ็งกอมีการเขียนลวดลายเฉพาะคนเหมือนการสวมหน้ากาก เหมือนกับการสวมหัวโขนของคนไทย ในการแสดงไม่ว่าขบวนแห่เอ็งกอจะผ่านไปทางไหนจะสร้างความตื่นเต้นและความประทับใจในการแสดงนี้ไปทั่ว อันเกิดจากความเร้าใจจากเสียงตีไม้คู่ของขบวนผู้แสดงที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ต้นกำเนิดเอ็งกอ-พะบู๊ เมืองปากน้ำโพ นครสวรรค์
ในงานเทศกาลประเพณีแห่เจ้าของชาวตลาดปากน้ำโพ ได้นำเอาเรื่องราวของเอ็งกอมาแสดงเรียกว่า เอ็งกอ-พะบู๊  มีการแสดงการต่อสู้รบด้วยวิธีที่แต่ละคนถนัด จากการบอกเล่าของนายพินิจ ชอบทางศิลป์ (เฮ่งต็กคู) อายุ ๗๗ ปี (พ.ศ.๒๕๔๙) เคยเป็นผู้แสดงในคณะเอ็งกอรุ่นแรก และเป็นผู้ช่วยสอนเอ็งกอของปากน้ำโพเล่าว่า “การเล่นเอ็งกอในปากน้ำโพเริ่มต้นมาในปี พ.ศ.๒๔๙๐ ปีเดียวกับการเกิดกบฏแมนฮัตตันที่กรุงเทพฯ  เริ่มมาจากนายคอซัว แซ่เตีย คนจีนที่มาจากหมู่บ้านโถ่วเกา อำเภอผวเล้ง จังหวัดแต้จิ๋ว ประเทศจีน  นายคอชัว เคยเล่นเอ็งกอที่หมู่บ้านในเมืองจีนมาก่อน เมื่อมาอยู่ปากน้ำโพท่านทำงานอยู่ที่เรือส่งสินค้า  ส่วนผมทำงานอยู่ในโรงย้อมผ้าเฮ่งช่วงหลี ที่ตลาดลาว  นายคอซัวและเพื่อนๆ มาชวนผมให้ไปเล่น แรกๆ ผมไม่ไป แต่พี่ชายผมคือนายเฮ่งเต็กเม้ย ปัจจุบันคือนายสุกิจ ชอบทางศิลป์ เจ้าของโรงน้ำแข็งกิจเจริญ ได้ไปเล่น ตอนหลังพี่ชายผมก็มาชวนผมไปเล่นด้วย ในยุคแรกเถ้าแก่เอ็งเช่งหมง เจ้าของโรงไม้เอ็งเช่งหมง (บิดาของคุณสุมนา อาชาไนย ที่สร้างศาลเจ้าแม่หน้าผาเป็นอาคารไม้หลังแรก) ได้ช่วยสนับสนุนตั้งคณะและทำไม้พลองให้ พร้อมทั้งให้ที่พักแก่นายคอซัว แซ่เตีย ที่มาจากเมืองจีนใหม่ๆ

เอ็งกอปีแรกของปากน้ำโพมี “จับหลักทุ้ยจับหลักโก้ว” คือมีผู้เล่นไม้พลอง ๑๖ คน ผู้ตีกลองขนาดเล็ก ๑๖ คน นอกนั้นเป็นผู้เล่นดนตรีมีกลอง ล้อ(ล่อ) แฉ(ดาบ) และมีการเล่นพะบู๊ต่อท้าย การแต่งกายเอ็งกอในยุคเริ่มแรก ใส่เสื้อคอกลมขาว เขียนชื่อผู้สนับสนุน มีผ้าโพกหัว เว้นครูฝึก ขอยืมหมวกและหนวดจากโรงงิ้วมาใช้  มีผ้าผูกคอเหมือนลูกเสือ นุ่งกางเกงแพรสีน้ำเงินมีแถบข้างขา ๓ แถบ มีผ้าผูกเอว สวมรองเท้าหุ้มข้อยี่ห้อนันยาง และมีผ้าพันแข้ง การเขียนหน้าคณะงิ้วจะเขียนให้เฉพาะตัวเอก ๕ ตัวคือหลีคุ้ย บู๋ซ้ง โล้วจุ้งหงี เตียสุง เป็นต้น และก่อนการแสดงทุกครั้งจะมีพิธีไหว้ครูไหว้เจ้าที่ ไหว้เหล่าเอี๊ยผู้เป็นใหญ่ในสถานที่นั้นทุกครั้ง ชาวเอ็งกอจะไหว้ฉั่งซือเอี้ยก่อน เพื่อสาบานเป็นพี่น้องกัน และเชือดไก่เอาเลือดผสมเหล้าให้ทุกคนดื่ม"
 
ส่วน "พ๊ะบู๊" เป็นการแสดงการต่อสู้ด้วยอาวุธจีนโบราณ มักจะเป็นขบวนคู่แฝดของเอ็งกอในการแห่เจ้า ขบวนเอ็งกอ-พ๊ะบู๊ของนครสวรรค์ริเริ่มเล่นโดยนาย คอซัวแซ่เตียเมื่อ พ.ศ.๒๔๙๐และได้รับความนิยมเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก เว็บไซต์
- dek-d.com
- pantip.com
- lnews.in.th

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 กุมภาพันธ์ 2561 17:30:06 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า

คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
เปิดตำนาน "คาวบอย" ปืนคืออำนาจ การไล่ล่า การปล้นฆ่ากลางเมือง ไม่ใช่เรื่องแปลก
ไขตำนาน - ประวัติศาสตร์ - การค้นพบ อารยธรรม
自由人 0 2365 กระทู้ล่าสุด 04 สิงหาคม 2556 10:43:26
โดย 自由人
เปิดตำนาน "ป๊อบคอร์น" ของว่างกินเล่นเพลินๆ
สุขใจ ห้องสมุด
Kimleng 0 1062 กระทู้ล่าสุด 11 พฤศจิกายน 2557 15:13:58
โดย Kimleng
"สามัญชน" ผู้กลายเป็น "ราชินี" และ "เจ้าหญิง" โชคชะตาที่ฟ้าได้ "ลิขิต" ไว้
สุขใจ จิบกาแฟ
Kimleng 0 6406 กระทู้ล่าสุด 17 ธันวาคม 2557 14:13:59
โดย Kimleng
เปิดตำนาน อสูรที่่ได้รับการบูชา! "ท้าวหิรัญพนาสูร" ผู้ปกปักษ์คุ้มครองรัชกาลที่ 6
เรื่องแปลก - ประสบการณ์ทางจิต - เรื่องลึกลับ
มดเอ๊ก 0 1181 กระทู้ล่าสุด 07 กันยายน 2559 17:16:52
โดย มดเอ๊ก
แม้จะมีฤทธิ์อาคมเพียงใดแต่ไม่มีใครหนีกรรมพ้น ! เปิดตำนาน"ผีปอบ" คุณไสยในทางชั่ว
กฏแห่งกรรม - ท่องไตรภูมิ
มดเอ๊ก 0 871 กระทู้ล่าสุด 04 ตุลาคม 2559 11:36:41
โดย มดเอ๊ก
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.312 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 08 ธันวาคม 2562 01:40:15