[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
10 ธันวาคม 2565 02:26:33 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "พระโสดาบัน" แปลว่า เป็นผู้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน  (อ่าน 413 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 4847


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 17 กุมภาพันธ์ 2564 20:49:46 »




"พระโสดาบัน" แปลว่า เป็นผู้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน

   ทั้งนี้เพราะอะไร หรือว่าถ้าเราไม่มีความเคารพในพระพุทธเจ้า ไม่มีความเคารพในพระธรรม ไม่มีความเคารพในพระสงฆ์  ศีลก็มีไม่ได้ เป็นอันว่า ตามพระบาลีท่านกล่าวว่าองค์ของพระโสดาบันมี ๔ คือ
   ๑. เคารพในพระพุทธเจ้า
   ๒.เคารพในพระธรรม
   ๓.เคารพในพระอริยสงฆ์
   ๔. มีศีล ๕ บริสุทธิ์

   หากแต่ว่าถ้าหากว่า อารมณ์ของท่านจะทรงอยู่ในการเคารพในพระพุทธเจ้า เคารพในพระธรรม เคารพในพระสงฆ์  มีศีล ๕ บริสุทธิ์ เราก็ยังไม่มั่นใจกันนัก ว่าจะเป็นพระโสดาบันกันจริงหรือไม่จริง 

   ฉะนั้น ขอบรรดาท่านพุทธบริษัทชายหญิง ใช้กำลังใจอีกนิดหนึ่งว่า  เรามีความพอใจในพระนิพพาน การทำงานทุกอย่างเพื่อความดี เราไม่ต้องการเกิดเป็นมนุษย์ เราไม่ต้องการเกิดเป็นเทวดา เราไม่ต้องการเกิดเป็นพรหม  ความดีทั้งหมดที่ทำนี่ เราต้องการพระนิพพานอย่างเดียว  "ถ้าจิตใจของบรรดาท่านพุทธบริษัทมีความเคารพในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ มีศีลบริสุทธิ์ จิตรักพระนิพพานเป็นอารมณ์  อย่างนี้ท่านเรียกว่าพระโสดาบัน" ไม่ยากเลย  ยากไหม มันของไม่ยาก ทั้งนี้เพราะอะไร เพราะว่าเรื่องศีลนี่  เราต้องการให้คนอื่นมีศีลเพื่อเรา แต่บางทีเราก็เผลอไป  เราไม่อยากจะมีศีลเพื่อคนอื่น อาตมาจะไม่อธิบายเรื่องศีล เพราะพูดมามากแล้ว "อารมณ์จิตของบรรดาท่านพุทธบริษัททรงได้เท่านี้  ชื่อว่าท่านเป็นพระโสดาบัน"

   "พระโสดาบัน" นี่ท่านแปลว่า "เป็นผู้เข้าถึงกระแสพระนิพพาน" พอท่านทั้งหลายเข้าถึงพระโสดาบัน เรื่องอบายภูมิ ๔ ไม่มีสำหรับท่าน ถึงแม้ว่าท่านจะทำกรรมที่เป็นอกุศลมามากเท่าไรก็ตามที กรรมที่เป็นอกุศลทั้งหมดเดิม ไม่มีโอกาสจะให้ผล การเกิดของท่านก็จะเป็นแค่คนกับเทวดาหรือพรหม  สลับกันไป
 
   ถ้าเป็นพระโสดาบันประเภทจิตอ่อน กำลังจิตยังอ่อนอยู่ ที่เรียกกันว่า "สัตตักขัตตุง" ก็เกิดเป็นเทวดากับคนสลับกันอย่างละ ๗ ชาติก็ถึงพระนิพพาน

   ถ้ามีกำลังปานกลางที่เรียกว่า "โกลังโกละ"  ก็จะเกิดเป็นเทวดากับคนสลับกันเพียง ๓ ชาติก็ถึงพระนิพพาน

   ถ้าเป็นพระโสดาบันขั้นมีจิตแก่กล้าที่เรียกว่า "เอกพิชี" เกิดเป็นเทวดาครั้งเดียวมาเกิดเป็นคนก็ถึงพระนิพพาน คือเป็นพระอรหันต์

   นี่หมายความว่า ถ้าเรายังไม่มีโอกาสที่จะฝึกจะพบพระพุทธเจ้า แต่ทว่าถ้าเวลานี้ใครเป็นพระโสดาบันก็ดี หรือว่าไม่ได้เป็นพระโสดาบัน แต่ว่ามีความพอใจในการปฏิบัติความดี อย่างที่บรรดาท่านพุทธบริษัททุกท่านมานั่งในเวลานี้ จะเห็นว่ากำลังใจของบรรดาท่านพุทธบริษัทมีอารมณ์แก่กล้า ถ้าไม่แก่กล้าจริงๆ มานั่งไม่ได้ มานั่งอยู่แบบนี้แล้ว ก็ตั้งใจสร้างความดี มันก็ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง บางทีทรงความดี บางครั้งก็เผลอไปทำความชั่วเสียบ้าง สลับกันไป แต่ว่าจิตใจมุ่งความดีเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง จะเป็นพุทธานุสสติก็ดี ธัมมานุสสติก็ดี สังฆานุสสติก็ดี จะว่าสีลานุสสติ เทวตานุสสติ จาคานุสสติ เดี๋ยวไม่รู้เรื่องเลย

    เป็นอันว่าพอใจในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ พอใจในศีล หรือว่าพอใจกรรมฐานกองใดกองหนึ่งที่เรารักที่สุด เพียงเท่านี้ถ้าตายจากความเป็นคนก็ไปเกิดเป็นเทวดา พอเกิดเป็นเทวดาแล้ว ว่างจากพระพุทธศาสนา   พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าองค์นี้ว่างไป ๑ พุทธันดร จะใช้เวลาประมาณล้านปีเศษ ใช้เวลาสั้นๆ แค่ล้านปีเศษนะ นิดเดียว นิดเดียวเพราะอะไร เพราะว่าถ้าบังเอิญเราไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงสเทวโลก กว่าคนมานั่งที่นี่เป็นแถวนี่  มีหวังไปเป็นเทวดาชั้นดาวดึงส์กันหมด แต่ระวังจิตเวลาก่อนจะตาย อย่าให้มีอารมณ์หยาบ ที่พูดนี่ไม่ได้พูดอย่างผู้วิเศษ แต่พูดตามแบบฉบับที่พระพุทธเจ้าท่านตรัส เพราะอะไร  หนึ่ง ตั้งใจมาสมาทานศีล  สอง ตั้งใจมาเจริญพระกรรมฐาน  ก็การเจริญพระกรรมฐานขั้นขณิกสมาธิ ได้บ้างไม่ได้บ้าง เขาก็เกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แล้ว



จาก : หนังสือ คำสอนหลวงพ่อวัดท่าซุง เล่ม ๖๐ หน้าที่ ๑๒๐-๑๒๑ โดย...หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
เพจ พระพุทธศาสนา

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.231 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 30 พฤศจิกายน 2565 18:42:34