[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
16 มิถุนายน 2567 15:56:02 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มหาสุขาวดีวยูหสูตร{มหาปณิธาน 48 ประการ}  (อ่าน 5577 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 13.0.782.112 Chrome 13.0.782.112


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 11 สิงหาคม 2554 12:46:50 »





อมิตายุรธยานสูตร ระบุไว้ชัดว่าแดนสุขาวดีพุทธเกษตรมีการจัดแบ่งระดับสัตว์ที่จะไปอุบัติ ตามคุณสมบัติ(กรรม)ที่ติดตัว

ออกเป็น 3 ระดับ นับได้ทั้งสิ้น 9 รูปแบบ ดังนี้...............................


ระดับแรก สำหรับผู้ที่มีจิตใจสูง มีจริตโน้มไปในทางโพธิสัตวยาน มีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่


รูปแบบที่หนึ่ง เป็นรูปแบบของบุคคลที่มีคุณสมบัติสามประการนี้ ในสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่นั่นคือ


1.ผู้ซึ่งมีจิตกรุณา ไม่เบียดเบียนชีวิตอื่น ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตามบัญญัติของพระพุทธเจ้า

2.ผู้ศึกษาและท่องพระสูตรมหายานฉบับต่าง ๆ

3.ผู้บำเพ็ญตนอยู่ในอนุสสติหกอยู่เสมอคือ ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า(พุทธานุสติ) ระลึกถึงคุณของพระธรรม(ธัมมานุสติ)ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์(สังฆานุสติ) ระลึกถึงคุณของศีล(สีลานุสติ)ระลึกถึงคุณของทานที่ตนได้บริจาคไว้(จาคานุสติ)และระลึกถึงธรรมที่ทำให้บุคคลกลายเป็นเทวดา(เทวตานุสติ)



บุคคลเหล่านี้สามารถอุบัติในแดนสุขาวดีได้ถ้าเพียงกระทำกิจเหล่านี้สำเร็จอย่างน้อยภายใน 1 ถึง 7 วันและอุทิศความดีงามทั้งหลายที่ตนได้กระทำมาเพื่อการอุบัติในแดนสุขาวดีในขณะที่พวกเขาไกล้สิ้นใจ พระอมิตาภะพระอัครสาวกทั้งสองคือพระอวโลกิเตศวรโพธิสตว์กับพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์พร้อมด้วยเหล่าพระโพธิสัตว์ ภิกษุสาวกและเทวดานับร้อยพันจะเสด็จมารับด้วยพระองค์เองพวกเขาจะนิมิตเห็นภาพของปราสาทที่สร้างขึ้น

จากรัตนชาติทั้งเจ็ดพระอัครสาวกจะประทานบัลลังก์เพชรแก่พวกเขาส่วนพระอมิตาภะจะฉายรัศมีอันวิจิตรไปทั่วร่างกายที่กำลังแตกดับของพวกเขาพระโพธิสัตว์ทั้งหลายจะกล่าวคำสรรเสริญคุณธรรมของพวกเขา เมื่อเห็นดังนั้นพวกเขาจะเกิดปิติเป็นอย่างยิ่งและในบัดดลก็จะเห็นร่างของตนเองนั่งอยู่บนบัลลังก์เพชรติดตามพระพุทธองค์ไปอุบัติยังสุขาวดีเมื่ออุบัติแล้วก็จะได้เห็นพระกายอันสมบูรณ์ของพระอมิตาภะ และ พระโพธิสัตว์ทั้งหลาย
จะได้เห็นพระแพพรรณรังสีส่องแสงสว่างเห็นป่ารัตนชาติและได้ยินเสียงธรรมอันประเสริฐพร้อมที่จะบรรลุโพธิญาณได้ในทันที


Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 สิงหาคม 2554 13:31:10 โดย 時々Sometime » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 13.0.782.112 Chrome 13.0.782.112


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2554 12:48:41 »





รูปแบบที่สอง เป็นรูปแบบของบุคคลที่ไม่จำเป็นต้องศึกษาจดจำหรือ สวดพระสูตรมหายานแต่พวกเขาก็เข้าใจความจริงที่แฝงอยู่ในคำสอนเหล่านั้น(บางแห่งเขียนว่าเป็นผู้แตกฉานในปรมัตถธรรม)เชื่อมั่นในความจริงนั้นโดยไม่พูดให้ร้ายหลักคำสอนมหายาน เชื่อมั่นในกฎแห่งกรรมและอุทิศคุณธรรมทั้งหลายที่ตนได้กระทำไว้เพื่อการมุ่งสู่สุขาวดีในขณะที่พวกเขาไกล้สิ้นใจพระอมิตาภะ กับ พระอัครสาวกทั้งสองพร้อมด้วยบริวารติดตามอีกจำนวนนับไม่ถ้วนจะเสด็จมาประทานบัลลังก์ทองและกล่าวสรรเสริญพวกเขาว่าเป็นผู้ที่เข้าใจและมีศรัทธาในธรรมดังนั้นจึงเสด็จมารับและเชื้อเชิญให้

ไปอยู่ในสุขาวดีพวกเขาจะเห็นร่างของตนเองนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองและในบัดดลนั้นเองพวกเขาก็ได้ไปอุบัติอยู่ในทะเลสาบแห่งรัตนชาติทั้งเจ็ดที่สุขาวดีบัลลังก์ทองของพวกเขาจะกลายเป็นดอกบัวรัตนอันงดงามและจะบานออกหลังจากที่พวกเขาอยู่ในนั้นนานหนึ่งคืน ร่างของพวกเขาจะกลายเป็นสีทองมีดอกบัวรัตนรองรับอยู่ เมื่อพวกเขาลืมตาขึ้นก็จะได้เห็นพระอมิตาภะและพระโพธิสัตว์ทั้งหลายกำลังฉายรัศมีมายังร่างของพวกเขาและจะได้ยินเสียงธรรมอันลึกซึ้ง หลังจากเจ็ดวันแห่งการฟังธรรมพวกเขาก็จะบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ



รูปแบบที่สาม เป็นรูปแบบของบุคคลที่เชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม ไม่จาบจ้วงคำสอนมหายานได้ปลูกฝังความคิดที่จะบรรลุโพธิญาณสูงสุดและอุทิศคุณธรรมทั้งหลายที่ตนได้กระทำมาเพื่อการมุ่งสู่สุขาวดีในขณะที่พวกเขากำลังสิ้นใจ พระอมิตาภะพร้อมทั้งอัครสาวกทั้งสองและผู้ติดตามจำนวนมาก จะเสด็จมาประทานดอกบัวให้พวกเขาจะนิมิตเห็นพระพุทธเจ้าจำนวน 500 พระองค์เสด็จมารับจะเห็นตนเองนั่งอยู่บนดอกบัวทองนั้น ดอกบัวจะหุบปิดร่างของเขาไว้และพาพวกเขาติดตามพระพุทธะทั้งหลายไปอุบัติในทะเลสาบรัตนะที่สุขาวดี หลังจาก 1 วันและ 1 คืนที่นั่น

ดอกบัวจะบานออก ภายใน 7 วันต่อมาพวกเขาจะได้เห็นพระกายของพระอมิตาภะแต่ไม่ชัดเจนนักต้องรอให้ถึงสัปดาห์ที่สี่จึงจะเห็นพระพุทธกายได้ชัดเจนจากนั้นพวกเขาก็จะได้ฟังธรรมอันประเสริฐจะได้เดินทางไปสักการะพระพุทธเจ้าทั่วทุกสารทิศเพื่อเรียนรู้ธรรมเมื่อเวลาผ่านไปสามกัลป์เล็กก็จะได้เข้าสู่ภูมิธรรมแรกของพระโพธิสัตว์(มุทิตาภูมิ)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 สิงหาคม 2554 13:32:20 โดย 時々Sometime » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 13.0.782.112 Chrome 13.0.782.112


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2554 12:50:46 »





ในรูปแบบที่สามนี้มีคำอธิบายที่แตกต่างกันออกไป ข้อมูลบางแห่งระบุว่าพระอมิตาภะและพระมหาโพธิสัตว์ทั้งสองใช้อำนาจฌานเนรมิตดอกบัวทองในพระหัตถ์ให้กลายเป็นพระพุทธเจ้าจำนวน 500 พระองค์ มารับผู้มีคุณสมบัติข้างต้น เมื่ออุบัติแล้วจะใช้เวลา 1 วันเต็มดอกบัวจึงจะบานออก จากนั้นอีก 7 วันจะได้เฝ้าฟังธรรมจากพระอมิตาภะและพระอัครสาวกทั้งสอง ฟังอยู่ 37 วันก็จะบรรลุโพธิญาณ


ระดับสอง สำหรับบุคคลประเภทกลางๆผู้มีจริโน้มไปทางสาวกยาน มีอยู่ 3 รูปแบบได้แก่......................................


รูปแบบที่สี่ เป็นรูปแบบบุคคลที่รักษาศีลห้าและแปดมีความสำรวมในการบริโภค(ตรงนี้อาจมีนัยยะหมายถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์ด้วย)เป็นผู้ปฏิบัติตามข้อบัญญัติทางศีลธรรมไม่กระทำอนันตริยกรรม(กรรมหนักฝ่ายบาปอกุศล 5 อย่าง) ไม่สร้างปัญหาหรือเบียดเบียนชีวิตอื่นใดอีกทั้งอุทิศความดีงามทั้งหลายที่กระทำมาเพื่อมุ่งสู่สุขาวดีขณะที่พวกเขาไกล้สิ้นใจ พระอมิตาภะพร้อมทั้งเหล่าภิกษุและบริวารจะปรากฎตรงหน้าจะทรงฉายรัศมี

สีทอง พร้อมกับประทานคำสอนในเรื่องกฎไตรลักษณ์ความปิติล้นพ้นจะบังเกิดแก่พวกเขาจะนิมิตเห็นตนเองคุกเข่าถวายความเคารพพระพุทธองค์อยู่บนดอกบัวก่อนที่พวกเขาจะเงยศรีษะขึ้น ก็สามารถอุบัติอยู่ในแดนสุขาวดีแล้วต่อมาดอกบัวนั้นจะบานออกเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงธรรมบัญญัติในเรื่องอริยสัจสี่จากนั้นพวกเขา จากนั้นพวกเขาจึงได้บรรลุอรหัตตผลในทันที จะเกิดปัญญาญาณและมีอายตนะทั้งหกเหนือธรรมดา



รูปแบบที่ห้า เป็นรูปแบบของบุคคลที่รักษาศีลแปดพร้อมกับสำรวมระวังในการบริโภคมาแล้วอย่างน้อย 1 วันกับ 1 คืน หรือไม่ก็เป็นพวกที่รักษาศีลสิบของสามเณรมาอย่างน้อย 1วันกับ 1 คืนหรือ ไม่ก็เป็นพวกทีรักษาศีลธรรมอันดี ไม่ทำลายเกียรติของตนไม่ละเลยการปฏิบัติบูชาอย่างน้อย 1 วันกับ 1 คืนเช่นเดียวกันและอุทิศกุศลที่ตนกระทำมาเพื่อมุ่งสู่สุขาวดี ขณะที่พวกเขาไกล้สิ้นใจจะได้เห็นพระอมิตาภะพร้อมด้วย

บริวารอยู่เบื้องหน้าจะทรงฉายรัศมีสีทองพร้อมกับประทานดอกบัวรัตนะให้จากนั้นพวกเขาจะได้ยินเสียงร้องสรรเสริญพวกเขามาจากฟากฟ้าและเห็นตนเองนั่งอยู่บนดอกบัวที่ได้รับมานั้น ดอกบัวจะหุบรอบตัวเขาและพาไปอุบัติในทะเลสาบรัตนะที่สุขาวดี หลังจากนั้น 7 วันดอกบัวจะบานออกเขาจะตื่นขึ้นมาทำความเคารพพระพุทธองค์และจะได้ยินเสียงธรรมอันทำให้ได้เข้าสู่กระแสแห่งนิพพาน(บรรลุโสดา)เมื่อเวลาล่วงไปครึ่งกัลป์ พวกเขาจะสามารถบรรลุอรหัตตผลกลายเป็นพระอรหันต์ได้ในที่สุด


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 สิงหาคม 2554 13:33:01 โดย 時々Sometime » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 13.0.782.112 Chrome 13.0.782.112


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2554 12:52:33 »





รูปแบบที่หก เป็นรูปแบบของกุลบุตรกุลธิดาที่มีความกตัญญู เลี้ยงดูผู้มีพระคุณมีจิตใจเมตตากรุณาต่อโลก(บ้างก็ว่ารักษาศีลห้าเป็นนิจ) ขณะที่พวกเขาไกล้สิ้นใจจะได้พบกับบัณฑิต(คนดี) มาบรรยายให้เห็นภาพดินแดนสุขาวดี ได้สดับเรื่องราวของปณิธาน 48 ข้อ ของพระธรรมกร(อดีตชาติของพระอมิตภะ) ในชั่วอึดใจหลังจากที่พวกเขาสิ้นใจก็จะไปอุบัติในแดนสุขาวดี จากนั้น 7 วันดอกบัวจึงจะบานออกพวกเขาจะได้พบกับพระอัครสาวกทั้งสอง คือ พระอวโลกิเตศวรและพระมหาสถามปราปต์และจะได้เรียนธรรมะจากท่าน เมื่อเวลาล่วงไป 1 กัลป์เล็กพวกเขาจะได้บรรลุอรหัตตผล


ระดับสามสำหรับบุคคลที่มีมิจฉาทิฐิ ประกอบอกุศลกรรมไว้ มี อยู่ 3 รูปแบบเช่นกันได้แก่....................................


รูปแบบที่เจ็ด เป็นรูปแบบของพวกที่กระทำกรรมชั่วไว้มากแต่ไม่เคยกล่าวร้ายต่อคำสอนมหายานพวกเขาเป็นคนโง่และไม่มี หิริ(ละอายชั่ว) โอตัปปะ(เกรงกลัวบาป) แต่ขณะไกล้สิ้นใจมีโอกาสได้พบบัณฑิต (คนดีหรือกัลยาณมิตร) ที่สวดสรรเสริญคำสอนมหายานหัวข้อหลักๆให้ฟัง เมื่อได้ยินชื่อพระสูตรต่างๆ เหล่านั้นแล้วพวกเขาก็จะหลุดพ้นจากบาปหนักที่จะผูกพันให้อยู่ในสังสารวัฏนับได้ 1000 กัลป์บัณฑิตผู้นั้นจะสอนให้เขากล่าวบูชาพระอมิตาภะ ด้วยการเปล่งวาจา{นโม อมิตาภะ}เมื่อเอ่ยพระนามแล้วบาปกรรมอันที่จะผูกพันเขาของพวกเขาไว้ในสังสารวัฏจะหลุดออกนับได้ 50

ล้านกัลป์เวลานั้นพระอมิตาภะจะสร้างภาพนิมิตของพระองค์รวมทั้งภาพนิมิตของพระอัครสาวกทั้งสองไปรับเขาเขาจะเห็นรัศมีของพระอมิตาภะองค์นิมิตสาดส่องไปทั่วห้องก่อนสิ้นใจจากนั้นเขาก็จะนั่งอยู่บนดอกบัวติดตามพระพุทธนิมิตไปอุบัติในทะเลสาบรัตนะที่สุขาวดีเช่นกันดอกบัวจะบานออกเมื่อเวลาล่วงไป 7 สัปดาห์เขาจะได้เห็นพระอัครสาวกทั้งสองอยู่เบื้องหน้าสาดส่องพระฉัพพรรณรังสีและแสดงธรรมอันลึกซึ้ง ศรัทธาจะเกิดขึ้นเขาจะตั้งจิตปรารถนาขอบรรลุโพธิญาณสูงสุด เมื่อเวลาผ่านไป 10 กัลป์เล็กเขาจะเกิดปัญญาและสามารถเข้าสู่ ภูมิธรรมแรกของพระโพธิสัตว์(นอกจากนั้นพวกที่มีโอกาสได้ยินชื่ของพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ก็สามารถไปอุบัตินแดนสุขาวดีได้เช่นเดียวกัน)



ในอีกด้านตำราของอาจารย์เสถียรระบุว่าบุคคลเหล่านี้ จะไปอุบัติในดอกบัวตูม ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานถึง 77 วันดอกบัวจึงจะบานออก ข้อมูลนอกจากนี้ไม่มีอะไรแตกต่างกัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 สิงหาคม 2554 13:33:44 โดย 時々Sometime » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

時々๛कभी कभी๛
สมาชิกถูกดำเนินคดี
นักโพสท์ระดับ 12
*

คะแนนความดี: +9/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Nepal Nepal

กระทู้: 1921


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
Chrome 13.0.782.112 Chrome 13.0.782.112


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: 11 สิงหาคม 2554 12:54:47 »





รูปแบบที่แปด เป็นรูปแบบของบุคคลที่ละเมิดศีลห้าศีลแปด ตลอดจนข้อบัญญัติทางศีลธรรมอื่นทั้งหมดพวกเขาโง่เขลาขนาดที่สามารถขโมยข้าวของสงฆ์(ไม่ว่าจะเป็นปัจเจกสงฆ์หรือ ชุมชนสงฆ์)พวกที่สั่งสอนธรรมผิด ๆ ได้โดยไม่มีหิริโอตัปปะ ซ้ำยังยกย่องตนเองในการกระทำผิด ๆ เหล่านั้น บุคคลเหล่านี้สมควรที่จะไปสู่อบายภูมิขระที่พวกเขาไกล้สิ้นใจจะเห็นไฟนรกวิ่งเข้ามาหาในทุกทิศทุกทางแต่ก็มีบัณฑิตใจกรุณามาแนะนำสั่งสอนให้เห็นคุณธรรมและบารมีของพระอมิตาภะท่านจะบรรยายให้เห็นพลังของพระพุทธองค์ ให้เห็นคุณธรรมของ ศีล สมาธิ ปัญญาและ


นิพพาน หลังจากได้ยิน พวกเขาจะหลุดพ้นจากบาปอันจะผูกพันเขาไว้ในสังสารวัฏนับได้ 80 ล้านกัลป์ ไฟนรกอันดุเดือดจะเปลี่ยนเป็นลมเย็นบริสุทธิ์พัดโชยให้เห็นดอกไม้สวรรค์จำนวนมากมาย ในแต่ละดอกจะมีภาพนิมิตของพระพุทธเจ้า หรือพระโพธิสัตว์ประทับอยู่เพื่อรอรับพวกเขา ในขณะนั้นเองพวกเขาก็จะได้ไปอุบัติอยู่ในทะเลสาบรัตนะที่สุขาวดี หลังจากเวลาล่วงไป 6 กัลป์ดอกบัวจึงจะบานออกจากนั้นพระอัครสาวกทั้งสองจะแสดงธรรมเกี่ยวกับพระสูตรมหายานอันลึกซึ้งเมื่อได้ยินเสียงธรรม พวกเขาจะสามารถกำหนดจิต(แรก)ไปสู่ทางเพื่อบรรลุโพธิญาณสูงสุดได้(กล่าวโดยง่ายคือเกิดโพธิจิตกับบุคคลนั้น)


รูปแบบที่เก้า เป็นรูปแบบของพวกที่กระทำชั่วหนักและมาก รวมถึงพวกที่กระทำอนันตริยกรรมสมควรที่จะตกไปสู่อบายภูมิเพื่อทนทุกข์ที่ตนก่อนับนับหลาย ๆ กัลป์แต่ขณะไกล้สิ้นใจได้มีโอกาสพบกับบัณฑิตผู้มาปลอบโยนและสอนธรรมให้โดยสอนให้พวกเขาระลึกถึงพระอมิตาภะ แต่เพราะถูกรบกวนด้วยวิบากแห่งทุกข์ที่ทำไว้ทำให้พวกเขาไม่สามารถระลึกถึงพระพุทธองค์ได้ บัณฑิตจึงสอนให้พวกเขาเอ่ยพระนามของพระอมิตาภะ ให้พวก

เขาท่อง{นโม อมิตาภะ}จนครบ 10 ครั้งด้วยจิตที่สงบด้วยการเอ่ยพระนามซ้ำ ๆ เช่นนั้นจะช่วยลบล้างบาปที่จะผูกพันพวกเขาไว้ในสังสารวัฏนับได้ 80 ล้านกัลป์เขาจะเห็นดอกบัวทองปรากฎอยู่เบื้องหน้าในเวลาตาย และจะได้ไปอุบัติอยู่ในสุขาวดีดอกบัวจะบานออกเมื่อเวลาผ่านไป 12 มหากัลป์จากนั้นพระอัครสาวกทั้งสองจะสอนให้พวกเขาเข้าใจภาวะที่แท้ของธรรมชาติทั้งหลายรวมทั้งข้อปฏิบัติที่จะลบล้างบาป เมื่อได้ยินธรรมพวกเขาจะเกิดปิติและมุ่งความคิดสู่พระโพธิญาณ


ในอีกด้านหนึ่งอาจารย์เสถียรชี้ว่า บุคคลเหล่านี้จะได้รับฟังธรรมจาก พระมหาโพธิสัตว์ จำนวน 7 ท่านคือ พระอวโลกิเตศวร พระมหาสถามปราปต์ พระกษิติครรภ์ พระศรีอาริยเมตไตรย พระมัญชุศรีพระสมันตภัทร และ พระวัชรปราณี จนบังเกิดโพธิจิตกับบุคคลนั้น


สมาชิกท่านใดต้องการหนังสือ{มหาสุขาววตียูหสูตร}ติดต่อได้ที่...........Sometime โดยการตั้งกระทู้


<a href="http://audio.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=18072" target="_blank">http://audio.palungjit.com/attachment.php?attachmentid=18072</a>

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 สิงหาคม 2554 13:34:24 โดย 時々Sometime » บันทึกการเข้า

โลกเรานี้หนอช่างเหมือนความฝันเสียนี่กระไร ?

คำค้น: พระสูตร 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
มหาปณิธาน ของ พระมัญชุศรีมหาโพธิสัตว์ 10 ประการ
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 1 8417 กระทู้ล่าสุด 15 มิถุนายน 2553 21:01:41
โดย มดเอ๊ก
มหาสุขาวดีวยูหสูตร (แปลไทย)
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 1373 กระทู้ล่าสุด 30 กรกฎาคม 2559 22:30:39
โดย มดเอ๊ก
หากยังไม่ว่างจากสัตว์นรกก็จะยังไม่ขอตรัสรู้ มหาปณิธาน พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 1617 กระทู้ล่าสุด 08 สิงหาคม 2559 23:50:14
โดย มดเอ๊ก
สมันตภัทรโพธิสัตว์ มหาปณิธาน The King of Aspirations -Samantabhatra Bodhisattva
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 1265 กระทู้ล่าสุด 25 ธันวาคม 2559 02:41:53
โดย มดเอ๊ก
มหาสุขาวดีวยูหสูตร อมิตายุสสูตร หรือ มหาอมิตายุสยูตร (แปลไทย)
จิตอาสา - พุทธศาสนาเพื่อสังคม
มดเอ๊ก 0 2684 กระทู้ล่าสุด 28 ธันวาคม 2559 01:53:13
โดย มดเอ๊ก
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.442 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 19 เมษายน 2567 12:18:25