[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
06 ธันวาคม 2562 17:35:16 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จ. สิงห์บุรี กับตำนานนิทานลูกฆ่าพ่อ  (อ่าน 8775 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
กรรมทั้งหลายไม่ได้มาจากอื่นไกล มาจากกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ของเราเท่านี้...คติธรรม หลวงปู
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออนไลน์ ออนไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 3525


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 10 กรกฎาคม 2555 15:46:04 »

.

พระนอนจักรสีห์ ในวิหารวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี
องค์พระยาว ๓ เส้น ๓ วา ๒ ศอก ๓ คืบ ๗ นิ้ว (๔๗.๔๐ เมตร)
พระเศียรชี้ไปทางตะวันออก หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ



วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร ตั้งอยู่อำเภอเมืองสิงห์บุรี  ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปตามเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๐๓๒ (สายสิงห์บุรี - สุพรรณบุรี) ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระนอนจักรสีห์  เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ยาว ๔๗ เมตร ใกล้กับวัดพระนอนจักรสีห์มีซากโบราณสถานเรียกกันว่าวัดหน้าพระธาตุ ปัจจุบันเหลือเพียงปรางค์องค์ใหญ่

สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าถึงเมืองสิงห์ถวายสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ไว้ในสาสน์สมเด็จ ว่า "...เมืองสิงห์บุรีเป็นเมืองใหญ่และเก่า มีป้อมปราการ วัง วัดมหาธาตุ และของสำคัญ คือ พระนอนจักรสีห์ ใหญ่ยาวกว่าพระนอนองค์อื่น ๆ ในเมืองไทย ทำเป็นแบบพระนอนอินเดียเหมือนเช่นที่ถ้ำเมืองยะลา คือพระกรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้า ไม่ทำงอ พระกรตั้งขึ้นรับพระเศียร แบบพระนอนไทย   เมืองสิงห์เรียกชื่อต่างๆ ดังนี้ เมืองสิงหราชาธิราช เมืองสิงหราชา เป็นเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำจักรสีห์อันเป็นลำน้ำใหญ่ ห่างแม่น้ำเจ้าพระยา ๒๐๐ เส้น เพราะแม่น้ำจักรสีห์ตื้นเขิน เมืองสิงห์จึงกลายเป็นเมืองอยู่ลับลี้......"  

แสดงว่า สิงห์บุรีเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ มีอดีตยาวนาน จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีพบว่า มีการตั้งถิ่นฐานของชุมชนโบราณมาเป็นเวลานานหลายยุคหลายสมัย
ข้อมูล : http://www.singburi.go.th (สำนักงานจังหวัดสิงห์บุรี - ศาลากลางจังหวัดสิงห์บุรี)





นิทานลูกฆ่าพ่อ  ที่วัดพระนอนจักรสีห์ จังหวัดสิงห์บุรี

ตำนานพระนอนพระจักรสีห์  (วัดพระนอนจักรสีห์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี) มี ๒ สำนวน โครงเรื่องหลักเหมือนกัน คือลูกฆ่าพ่อ  แต่ตัวพ่อต่างกัน คือพ่อเป็นสิงห์เรื่องหนึ่ง และพ่อเป็นสุนัขอีกเรื่องหนึ่ง
นิทานเรื่องนี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางศาสนาของท่านมหาเถรศรีศรัทธาฯ เชื้อวงศ์สุโขทัย
 
ตำนานเรื่องที่ ๑ พ่อเป็นสิงห์  ตำนานเรื่องนี้ มีต้นเค้าจากมหาวงศ์ พงศาวดารลังกา ได้จากหนังสือ “ประวัติพระพุทธไสยาสน์ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร  อำเภอเมือง  จังหวัดสิงห์บุรี”  (วัดพระนอนจักรสีห์ พิมพ์แจกเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘)  เขียนไว้โดยพระครูพุทธไสยาสน์มุนี แล้วเจ้าอาวาสองค์ต่อๆ มาคัดลอกไว้ ดังต่อไปนี้

ในอดีตกาลนานมา มีสัตว์ตัวหนึ่งนัยว่าเป็นสิงห์ อาศัยถ้ำคูหาอยู่ในบริเวณพระวิหารพระพุทธไสยาสน์   สิงห์ตัวนี้ได้ไปหากินถึงแขวงเมืองชัยนาท ไปพบบุตรีของเศรษฐีผู้หนึ่ง (ไม่ปรากฏชื่อ) มีความปฏิพัทธ์รักใคร่ในนางนั้นเป็นกำลัง เมื่อได้ทีจึงรวบรัดนางนั้นขึ้นหลังพามายังถ้ำคูหาแห่งตน และได้สมสู่เป็นสามีภรรยาด้วยกันมาช้านาน ก็มีครรภ์
 
ครั้นถึงกำหนดก็คลอดบุตรชายเป็นมนุษย์ บิดามารดามีความชื่นชมยินดีเป็นที่สุด และขนานนามบุตรว่า สิงหนพาหุ (โดยมากเรียกติดปากว่า สิงหพาหุ)  ครั้นสิงหนพาหุเจริญวัยขึ้น เมื่อสิงห์ผู้เป็นบิดาไปเที่ยวหาอาหารในป่า สิงหนพาหุก็ไปเที่ยวด้วยเสมอ แต่หาทราบไม่ว่าสิงห์นั้นเป็นบิดาของเธอ

วันหนึ่งได้โอกาสจึงอ้อนวอนถามมารดาว่าบิดาของข้าพเจ้าคือใคร มารดาจึงตอบเป็นนัยๆ ว่าวันนี้เจ้าไปเที่ยวกับใคร คนนั้นแหละคือบิดาของเจ้า  สิงหนพาหุเมื่อทราบชัดว่าสิงห์นั้นเป็นบิดาของตนตามคำมารดาบอก ก็เกิดความโทมนัสน้อยใจ คิดละอายแก่เพื่อนมนุษย์ ด้วยว่าบิดาของตนเป็นสัตว์ดิรัจฉาน เหตุนี้เองจึงทำให้สิงหนพาหุคิดเห็นผิดเป็นชอบ คอยหาโอกาสที่จะประหารชีวิตบิดาเสีย

ครั้นวันหนึ่งคิดเป็นอุบายอันเหมาะสม ที่จะทำลายชีวิตบิดาได้แล้ว ก่อนจะไปป่าจึงขอให้มารดาห่ออาหารให้ห่อหนึ่งแล้วเดินทางเข้าสู่ป่าพร้อมกับสิงห์ผู้เป็นบิดา พบสัตว์ฝูงหนึ่งในที่ใกล้บริเวณต้นโพธิ์ สิงห์จึงให้บุตรคอยอยู่ใต้ต้นโพธิ์นั้น ตนออกเที่ยวจับสัตว์ในป่าเพลินอยู่

ฝ่ายสิงหนพาหุคอยบิดาอยู่ เมื่อไม่เห็นบิดากลับมาจึงขึ้นต้นโพธิ์ตะโกนร้องเรียก เมื่อบิดากลับมาถึงแล้วจึงจัดอาหารให้รับประทานภายใต้ต้นโพธิ์ สิงหนพาหุถืออาวุธแอบหลังคอยทีอยู่ พอได้ทีก็ฟันคอบิดาขาดตายในที่นั้น จึงตัดกิ่งโพธิ์คลุมศพบิดาไว้ในสถานที่นั้นๆ จึงมีนามว่าโพธิ์ตะโกน ตั้งแต่วันนั้นมาจนบัดนี้

ครั้นเสร็จจากการทำลายชีวิตบิดาแล้ว จึงกลับมายังคูหาแจ้งความตายที่ตนได้ปลงชีวิตบิดาแก่มารดาทุกประการ นางมีความเศร้าโศกร่ำไห้ถึงสามีมิวายวัน

ครั้นวายโศกแล้ว จึงปรึกษากับสิงหนพาหุว่าจะปลงศพบิดาเจ้าที่ไหนจึงจะสมควร ได้รับตอบว่าควรจะปลงศพที่โคกจันทน์ ซึ่งเป็นบริเวณใกล้คูหา เป็นอันตกลงนำศพมาทำฌาปนกิจที่โคกจันทน์ บัดนี้ สถานที่นั้นก็ยังมีปรากฏอยู่

ครั้นปลงศพเสร็จแล้ว สิงหนพาหุจึงอาราธนาพระเถรานุเถระทั้งหลายให้มาประชุมพร้อมกันในสถานที่สมควรแห่งหนึ่ง แล้วจึงเรียนถามว่าบัดนี้ ข้าพเจ้าได้พิจารณาเห็นโทษที่กระทำผิดต่อบิดานั้นแล้ว จะกระทำอย่างไรดีจึงจะพ้นโทษนั้นได้

พระสงฆ์ทั้งหลาย จึงบอกว่าควรจะสร้างพระพุทธรูปและกุฎีวิหารถวายเป็นสังฆิการาม แด่พระสงฆ์ทั้งหลายผู้มาแต่จาตุทิศทั้ง ๔ นั่นแหละเห็นว่าจะเป็นบุญกุศลช่วยบรรเทาบาปกรรมอันหนักยิ่งของท่านได้บ้าง

สิงหาพาหุ จึงได้เริ่มก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นองค์หนึ่ง เอาทองคำโตสามกำยาว ๑ เส้น ทำเป็นแกนพระพุทธรูป ได้สร้างทับคูหาบิดาไว้ และสร้างกุฎีวิหารเป็นพระอารามสำเร็จบริบูรณ์ จึงได้มีการประชุมพระสงฆ์ฉลองถวายจตุปัจจัยไทยธรรม

ครั้นเสร็จแล้วจึงเรียนถามพระสงฆ์อีกวาระหนึ่ง ว่าด้วยเดชะอำนาจกุศลสมภารที่ข้าพเจ้าได้ก่อสร้างพระพุทธรูปและพระอารามนี้ จะพ้นโทษได้หรือยัง พระสงฆ์จึงบอกว่าอาจเป็นนิสสัยช่วยได้บ้างแล้ว

ครั้นต่อมา สิงหนพาหุจึงได้จัดสร้างพระอารามขึ้นที่ต้นโพธิ์ซึ่งเป็นสถานที่ทำลายชีวิตบิดาถึงแก่กรรมอีกแห่งหนึ่ง จึงได้นามว่าวัดสระบาป บัดนี้ยังมีปรากฏอยู่ แต่ร้างเสียแล้ว  (น่าสงสัยอยู่ โพธิ์ตะโกนที่ชาวบ้านใกล้เคียงรู้จักดี เป็นละแห่งกับวัดสระบาป มิใช่แห่งเดียวกัน)

ครั้นสร้างวัดสระบาปแล้ว ได้สร้างขึ้นอีกวัดหนึ่งที่ริมน้ำเจ้าพระยา ตำบลบ้านสมัคร อำเภอพุทรา บัดนี้เรียกอำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ให้นามว่าวัดประชด บัดนี้ชื่อว่าวัดพระโชติการาม ยังมีพระจำพรรษาอยู่จนทุกวันนี้

ครั้นภายหลังวันหนึ่ง สหายของสิงหนพาหุชื่อ ขุนอินทร์ เป็นคนชาวเมืองอ่างทอง ได้มาเยี่ยมสิงหนพาหุๆ ได้เล่าเรื่องที่ตนประหารบิดาจนถึงแก่กรรมด้วยความคิดผิด ขุนอินทร์บอกว่าจะก่อพระพุทธรูปสร้างพระอารามอุทิศส่วนกุศลให้กับท่านอีกแห่งหนึ่ง สิงหนพาหุมีความยินดีมาก ครั้นเป็นการตกลงกันแล้ว ขุนอินทร์ก็ลากลับ

ขุนอินทร์เมื่อกลับไปถึงบ้านแล้ว ได้คิดถึงคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้แก่สิงหนพาหุ จึงก่อสร้างพระพุทธไสยาสน์ขึ้นอีกองค์หนึ่ง ในเขตเมืองอ่างทอง มีลักษณะคล้ายคลึงกับพระพุทธไสยาสน์ที่หนพาหุสร้างไว้ แล้วสร้างกุฎีวิหาร พร้อมเสร็จเป็นอารามขึ้นอีกแห่งหนึ่ง มีนามว่า วัดขุนอินทร์ประมูล ดังปรากฏองค์พระพุทธไสยาสน์มาจนกระทั่งปัจจุบันนี้

ครั้นนานมา กุฎีวิหารและองค์พระพุทธไสยาสน์ที่สิงหนพาหุสร้างไว้ชำรุดหักพังทำลายลง จนไม่ปรากฏว่าเป็นองค์พระพุทธไสยาสน์ เป็นแต่โคกเนินสูงอยู่กว่าภูมิภาคส่วนอื่นเท่านั้น

มีพ่อค้าเกวียนผู้หนึ่ง นามว่าท้าวอู่ทอง ได้พาเกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่ม เดินทางข้ามเนินซึ่งเป็นองค์พระพุทธไสยาสน์นี้ไป  ครั้นเกวียนลงจากเนินนั้นหมดแล้ว ท้าวอู่ทองจึงเห็นทองคำติดกงเกวียน มีความประหลาดใจ จึงชวนกันเดินย้อนทางมา เพื่อจะตรวจให้ทราบแน่ชัดว่าทองติดกงเกวียนมาแต่ไหน  ก็พบมีทองคำอยู่บนเนินนั้น จึงจัดการขุดดูเห็นทองคำโตสามกำ ยาว ๑ เส้น จึงสันนิษฐานว่าคงจะเป็นแกนองค์พระพุทธไสยาสน์ ได้ชักชวนบรรดาพ่อค้าเกวียนปฏิสังขรณ์ให้เป็นองค์พระพุทธไสยาสน์ขึ้นอีก พร้อมทั้งกุฎีวิหารให้บริบูรณ์ดังเดิม  แล้วสร้างวัดอีกวัดหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานพักเกวียนและโค ปรากฏนามว่า วัดโคพัก มาจนบัดนี้ แต่ร้างเสียแล้ว"



ตำนานเรื่องที่ ๒ พ่อเป็นสุนัข พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จไปนมัสการพระนอนจักรสีห์ ทรงจดนิทานพระนอนไว้อีกสำนวนหนึ่ง สรุปดังต่อไปนี้

คำเล่าอีกอย่างหนึ่งว่า พระยาจักรีศรีเป็นผู้สร้าง เรื่องราวเดิมว่าพระมหากษัตริย์ในแถบนี้ มีพระราชธิดาองค์หนึ่งเลี้ยงสุนัขไว้นั้น ภายหลังมาสุนัขได้สมัครสังวาสด้วยพระราชธิดามีครรภ์ขึ้น พระบิดาให้สืบสวนหาชายชู้ไม่ได้ จึงได้ความว่าพระราชธิดานั้นเป็นชู้กับสุนัข ให้ขับเสียจากพระราชวัง นางนั้นคลอดบุตรมาเป็นพระยาจักรีศรี

ครั้นอยู่มาพระราชบิดาทรงทราบว่าพระราชนัดดารูปโฉมโนมพรรณดีกลับทรงพระกรุณาขึ้น จึงให้ไปรับเข้ามาไว้ในพระราชวังตามเดิม  ครั้นพระอัยกาสิ้นพระชนม์ พระยาจักรีศรีก็ได้ครองราชสมบัติสนองพระองค์ต่อไป มีบุญบารมีเป็นอันมาก ภายหลังมามีความสงสัยจึงได้ถามพระมารดาว่าใครเป็นพระบิดา

มาดาจึงแจ้งความว่าผู้ใดที่ตามไปมาอยู่ด้วยเสมอ ผู้นั้นแลเป็นพระบิดา  พระยาจักรีศรีสังเกตดูสุนัขซึ่งเป็นบิดานั้นติดตามอยู่เสมอก็มีความขัดเคือง จึงได้ฆ่าสุนัขนั้นเสีย ก็เผอิญบังเกิดมืดมัวไปทั่วทิศ พระยาจักรีศรีจะเสด็จกลับเข้าวังก็ไม่ได้ จึงได้เอาไส้สุนัขซึ่งเป็นบิดานั้นพันพระเศียร แล้วเสด็จกลับเข้าพระราชวัง อากาศที่มัวมนนั้นก็หายไป จึงได้มีความร้อนพระทัยไปหาพระมหาเถรปรึกษาที่จะแก้บาปปิตุฆาต

พระมหาเถรจึงได้ทูลให้สร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ จึงมีนามปรากฏว่า พระนอนจักรศรี ตามพระนามของพระยาจักรีศรีนั้น”

นิทานเรื่องนี้ รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชดำริว่าเรื่องราวคล้ายกันกับเรื่องพญากง พญาพาน


ที่มา : นิทานลูกฆ่าพ่อ วรรณกรรมอยุธยา ที่วัดพระนอนจักรสีห์ (จ.สิงห์บุรี) โดยสุจิตต์  วงษ์เทศ หน้า ๗๙ หนังสือมติชนรายสัปดาห์ ฉบับที่ ๑๖๙๖ ประจำวันที่ ๑๕-๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๕๖




ลูกฆ่าพ่อที่เป็นหมา
ในนิทานศักดิ์สิทธิ์ วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี

หมา เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของคน อย่างน้อย ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว เพราะคนยุคนั้นเชื่อว่าหมาเอาพันธุ์ข้าวมาให้คนปลูกกินเป็นอาหารในชีวิตประจำว้น   หลังจากนั้นต่อมาอีกนาน หมาก็ยังสืบเนื่องบทบาทสำคัญใกล้ชิดคน มีในตำนานบางเรื่องว่าหมาตัวผู้สมสู่กับผู้หญิงจนมีลูกชายด้วยกัน


พระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี
พระนอนจักรสีห์ ที่เมืองสิงห์บุรี มีนิทานคล้ายๆ พระยากง พระยาพานอยู่ด้วย
 
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.๕ เสด็จไปนมัสการพระนอนจักรสีห์ ทรงจดนิทานไว้ด้วยว่า  “นิทานที่เล่าเรื่องพระนอนจักรสีห์นี้มีหลายเรื่องหลายราว ทำนองเดียวกันกับพระปฐมเจดีย์ พระธรรมไตรโลกว่าทราบว่าพระเจ้าสิงหพาหุเป็นผู้สร้าง แต่พระเจ้าสิงหพาหุจะครองสมบัติแห่งใด สร้างครั้งไรก็ไม่ปรากฏ”

เรื่องพระเจ้าสิงหพาหุนี้ อยู่ในหนังสือมหาวงศ์หรือพงศาวดารลังกา เข้าใจว่าผู้เล่าต้องการผูกเรื่องพระนอนให้เกี่ยวกับลังกา

ลูกฆ่าพ่อที่เป็นหมา
แต่ ร.๕ ทรงจดไว้อีกเรื่องหนึ่งดังต่อไปนี้ (จัดย่อหน้าใหม่เพื่อให้อ่านสะดวก)
“คำเล่าอีกอย่างหนึ่งว่า พระยาจักรีศรีเป็นผู้สร้าง เรื่องราวเดิมว่า

พระมหากษัตริย์ในแถบนี้มีพระราชธิดาองค์หนึ่งเลี้ยงสุนัขไว้นั้น ภายหลังมาสุนัขได้สมัครสังวาสด้วยพระราชธิดามีครรภ์ขึ้น พระบิดาให้สืบสวนหาชายชู้ไม่ได้ จึงได้ความว่าพระราชธิดานั้นเป็นชู้กับสุนัข ให้ขับเสียจากพระราชวัง
 
นางนั้นคลอดบุตรมาเป็นพระยาจักรีศรี
 
ครั้นอยู่มาพระราชบิดาทรงทราบว่าพระราชนัดดารูปโฉมโนมพรรณดีกลับทรงพระกรุณาขึ้น จึงให้ไปรับเข้ามาไว้ในพระราชวังตามเดิม
 
ครั้นพระอัยกาสิ้นพระชนม์ พระยาจักรีศรีก็ได้ครองราชสมบัติสนองพระองค์ต่อไป มีบุญบารมีเป็นอันมาก ภายหลังมามีความสงสัย จึงได้ถามพระมารดาว่าใครเป็นพระบิดา
 
มารดาจึงแจ้งความว่าผู้ใดที่ตามไปมาอยู่ด้วยเสมอ ผู้นั้นแลเป็นพระบิดา
 
พะยาจักรีศรีสังเกตดูสุนัขซึ่งเป็นบิดานั้นติดตามอยู่เสมอก็มีความขัดเคือง จึงได้ฆ่าสุนัขนั้นเสีย ก็เผอิญบังเกิดมืดมัวไปทั่วทิศ พระยาจักรีศรีจะเสด็จกลับวังก็ไม่ได้ จึงได้เอาไส้สุนัขซึ่งเป็นบิดานั้นพันพระเศียร แล้วเสด็จกลับเข้าพระราชวัง อากาศที่มัวมนนั้น ก็หายไป จึงได้มีความร้อนพระทัย ไปหาพระมหาเถรปรึกษาที่จะแก้บาปปิตุฆาต
 
พระมหาเถรจึงได้ทูลให้สร้างพระพุทธไสยาสน์องค์นี้ จึงมีนามปรากฏว่าพระนอนจักรศรี ตามพระนามของพระยาจักรีศรีนั้น”
 
ร.๕ ทรงย้ำอีกว่านิทานพระนอนจักรสีห์มี “เรื่องราวคล้ายกันกับเรื่องพระยากงพระยาพาน” แล้วทรงอธิบายว่าองค์พระนอนสร้างมาก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา
 
พระยากง พระยาพาน เป็นนิทานฆ่าพ่อที่ท่านมหาเถรศรีศรัทธาแห่งรัฐสุโขทัยสร้างเรื่องเผยแพร่ไว้ให้พระปฐมเจดีย์ ผมเขียนอธิบายอย่างละเอียดไว้ในหนังสือพระปฐมเจดีย์ฯ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๔๕)

 
 
มหาเถรศรีศรัทธา รัฐสุโขทัย
ท่ˆานมหาเถรศรีศรัทธา เจ้านายผู้ใหญ่แห่งรัฐสุโขทัย บอกไว้ในจารึก ๒ หลัก ว่าไปทำบุญยังสถานที่แห่งหนึ่งเรียก  “กุดานครกำพงครองŽ” (จารึกวัดศรีชุม) หรือ “รัตนกูดานครไทยว่ากำพงครอง”Ž (จารึกเขากบ) แต่ยังไม่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้ ปัจจุบันคืออะไร? อยู่ที่ไหน?
 
เมื่อสำรวจตรวจสอบร่องรอยและหลักฐานอื่นๆ ประกอบแล้ว น่าเชื่อว่าหมายถึงบ้านเมืองเก่าที่มีปรางค์พระธาตุ วัดหัวเมืองหรือวัดหน้าพระธาตุบริเวณพระนอนจักรสีห์ ริมแม่น้ำน้อย จ.สิงห์บุรี (มีอธิบายในคำให้การของบรรณาธิการ เรื่องพระนอนจักรสีห์ ก็มีนิทาน “ฆ่าพ่อ”Ž โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ ในศิลปวัฒนธรรม (ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๓๓) จะสรุปมาดังนี้
 
กฎหมายลักษณะลักพาฯ ตราขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๘ หลังสถาปนากรุงศรีอยุธยาราว ๕ ปี กล่าวถึงกรณี “ข้าหนีเจ้า ไพร่หนีนาย”Ž แล้วออกชื่อบ้านเมืองส่วนหนึ่งซึ่งมีทั้งที่อยู่ในอำนาจของแคว้นสุโขทัยกับที่อยู่ในอำนาจของแคว้นกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้นไว้ด้วย เช่น
 
“…เมืองเพชบุรีย เมืองราชบุรีย เมืองสุพรรณบุรีย สพงครองพลับ แพรกศรีราชาธิราช นครพรหม…Ž”
 
บ้านเมืองเหล่านี้ล้วนมีมาก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ดังมีจารึกและโบราณวัตถุสถานยืนยันจำนวนมาก และเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
 
แต่ที่เป็นปัญหาชวนให้สะกิดใจครั้งนี้คือชื่อ “สพงครองพลับ”Ž ใกล้เคียงกับชื่อสถานที่แห่งหนึ่งที่ท่านมหาเถรศรีศรัทธา บำเพ็ญมหากุศลแจกจ่ายพระธาตุกับหน่อพระศรีมหาโพธิ์จากลังกาให้ประดิษฐานไว้ จารึกวัดศรีชุมระบุว่า “ในกุดานครกำพงครอง”Ž และจารึกวัดเขากบบอกว่า “รัตนกูดานครไทยว่ากำพงครอง”Ž
 
เชื่อกันว่าชื่อสถานที่ในจารึกสองหลักนี้เป็นแห่งเดียวกัน และต้องอยู่เหนืออยุธยา แต่อยู่ใต้สุโขทัย
 
ครั้นได้พบชื่อในกฎหมายลักษณะลักพาฯ ว่า “…สพงครองพลับ แพรกศรีราชาธิราช นครพรหม…Ž” จึงชวนให้คิดว่า “สพงครองพลับ”Ž อยู่ในกลุ่มเมืองแพรกศรีราชา (สรรคบุรี) กับเมืองพรหมบุรี
 
แต่ยังมีข้อสงสัยอีกว่าต้องอ่าน “สพงครองพลับแพรกศรีราชาธิราช”Ž  ติดต่อเป็นสถานที่แห่งเดียวกัน (คล้ายกับ “อโยธยาศรีรามเทพนคร”Ž) หรือต้องอ่าน “สพงครองพลับ”Ž (วรรค) “แพรกศรีราชาธิราช”Ž เป็นคนละแห่งกัน
 
คุณไมเคิล ไรท์ อธิบายว่า “พระมหาเถรไลยลาย”Ž (ในพระราชพงศาวดารเหนือ) กับ “พระมหาเถรไหล่ลาย”Ž (ในตำนานพระปฐมเจดีย์) ล้วนหมายถึง พระมหาเถรศรีศรัทธา  มีร่องรอยไปเกี่ยวข้องกับบ้านเมืองละแวกอ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับพระนอนที่ตำนานอาจจดพลาดไป คือแทนที่จะเป็นพระนอนจักรสีห์ก็เป็นพระนอนป่าโมก
 
จารึกวัดศรีชุมระบุว่า “กุดานครกำพงครองŽ” และจารึกวัดเขากบบอกว่า “รัตนกูดานครไทยว่ากำพงครอง”Ž นั้น ถ้าจัดวรรคตอนใหม่แล้วทดลองเติมคำให้สมบูรณ์ตามความเข้าใจใหม่ก็อาจได้ความว่าสถานที่แห่งนี้ชื่อ  “รัตนกูดานคร” (ที่พวก) ไทย (เรียก) ว่ากำพงคลอง (พลับ)Ž” หรือ “สพงคลองพลับ”Ž นั่นเอง (สมมุติว่า “ครองŽ” ก็คือ “คลอง”Ž)
 
สรุปว่า “รัตนกูดานครŽ” คือชื่อเมืองอย่างเป็นทางการอันศักดิ์สิทธิ์ มีปรางค์พระธาตุ ที่วัดหัวเมือง หรือวัดหน้าพระธาตุบริเวณพระนอนจักรสีห์ ริมแม่น้ำน้อย จ. สิงห์บุรี เป็นศูนย์กลาง และควรจะเป็นสถูปที่ท่านมหาเถรศรีศรัทธาเชิญพระธาตุจากลังกามาประดิษฐานไว้ข้างใน  ส่วนชาวบ้านทั่วไปเรียก “กำพงคลอง”Ž หรือ “สพงคลองพลับŽ” หมายถึงบ้านคลองพลับหรือเมืองคลองพลับ (คำว่า “กำพง”Ž หรือ “สพง”Ž มาจากภาษามลายู หมายถึงท่าน้ำหรือตำบล แต่ในที่นี้อยากจะให้หมายถึงบ้านหรือเมืองขนาดเล็ก)  


ข้อมูล "ลูกฆ่าพ่อที่เป็นหมา ในนิทานศักดิ์สิทธิ์ วัดพระนอนจักรสีห์ สิงห์บุรี"
          โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗




 
















พระพุทธรูป และของใช้โบราณหลายร้อยชิ้น  
จัดแสดงในวิหารพระนอนจักรสีห์


ร้านจำหน่ายหนังสือธรรมะ "อริยสัจจ์" ในวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 กันยายน 2558 10:49:16 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า

คำค้น: พระนอนจักรสีห์ 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
เมตตาพรหมวิหารภาวนา หรือ เมตตาใหญ่ โดย วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี
เสียงบทสวดมนต์
Mckaforce 0 3933 กระทู้ล่าสุด 16 ธันวาคม 2552 12:03:33
โดย Mckaforce
หลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน สิงห์บุรี สอนกรรมฐาน
ห้อง วีดีโอ
Mckaforce 9 5228 กระทู้ล่าสุด 24 เมษายน 2555 16:23:09
โดย nansy123
เปิดบันทึกตำนาน ตอน หลวงปู่บุดดา วัดกลางชูศรีเจริญสุข อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
พุทธประวัติ - ประวัติพระสาวก
มดเอ๊ก 0 744 กระทู้ล่าสุด 29 กรกฎาคม 2559 00:44:46
โดย มดเอ๊ก
หลวงปู่บุดดา ถาวโร วัดกลางชูศรี อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
自由人 0 561 กระทู้ล่าสุด 17 พฤศจิกายน 2559 15:46:06
โดย 自由人
หลวงพ่อซวง อภโย วัดชีปะขาว หรือวัดชีผ้าขาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
自由人 0 815 กระทู้ล่าสุด 13 ธันวาคม 2560 12:06:31
โดย 自由人
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.572 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page วานนี้