[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
28 ตุลาคม 2563 15:42:33 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า:  [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สำนวน-โวหาร-สุภาษิต และคำพังเพย  (อ่าน 95755 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: 15 กุมภาพันธ์ 2557 11:25:28 »

.

สำนวน-โวหาร-สุภาษิต และคำพังเพย
ของ จอมปราชญ์-นักปราชญ์-กวีไทย


หนูน้อยกับคุณแม่ ที่ริมหาดชะอำเหนือ จังหวัดเพชรบุรี
เมื่อแก่เฒ่าหมายเจ้าช่วยรับใช้     เมื่อยามไข้หมายเจ้าเฝ้ารักษา
เมื่อยามถึงวันตายวายชีวา            หวังลูกช่วยปิดตาเมื่อสิ้นใจ ฯ

                      "วิวาห์พระสมุทร"
     บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                        (รัชกาลที่ ๖)




ความรักเหมือนโรคา    บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล            อุปสัคคะใดๆ
ความรักเหมือนโคถึก      กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป          บยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้             ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง             บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย ฯ

                       "มัทนะพาธา"
     พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                       (รัชกาลที่ ๖)



ภาพวาด ครูเหม เวชกร
ถึงกลางวันสุริยันแจ่มประจักษ์  
ไม่เห็นหน้านงลักษณ์ยิ่งมืดใหญ่
ถึงราตรีมีจันทร์อันอำไพ          
ไม่เห็นโฉมประโลมใจก็มืดมน ฯ

                       "วิวาห์พระสมุทร"
    พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                       (รัชกาลที่ ๖)


หนาวลมห่มผ้าอุ่น       สบายใจ
หนาวฤดูผิงไฟ              อุ่นได้
หนาวอกพึ่งสิ่งใด            บ่อุ่น ได้เลย
หนาวอื่นหมื่นแสนไซร้      ไป่สู้ หนาวอารมณ์ ฯ

                       "ลิลิตพายัพ"
     พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                       (รัชกาลที่ ๖)




อันลมใดในโลกโยกมนุษย์      
สิ่งที่สุดลมลิ้นไม่สิ้นหวาน
น้ำผึ้งรวงรสอร่อยน้ำอ้อยตาล      
ไม่เปรียบปานชิวหาโอชารส ฯ

                  "คำกลอนสุภาษิต เรื่อง พาลีสอนน้อง"
    พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมสมเด็จพระปรมานุชิตชิโนรส
          สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ ๗ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
อันของสูงแม้ปองต้องจิต    
ถ้าไม่คิดปีนป่ายจะได้หรือ
มิใช่ของตลาดที่อาจซื้อ        
หรือแย่งยื้อได้โดยไม่ยอม
ไม่คิดสอยมัวคอยดอกไม้ร่วง    
คงชวดดวงบุปชาติสะอาดหอม
ดูแต่ภุมรินเที่ยวบินดอม        
จึ่งได้ออมอบกลิ่นสุมาลี ฯ

             บทละคอน เรื่อง "ท้าวแสนปม"
     พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                       (รัชกาลที่ ๖)


* คำ "บทละคอน" สะกดตามต้นฉบับเดิม  ปัจจุบันเขียน "บทละคร"...ผู้โพสต์



อันคลื่นใหญ่ในมหาชลาสินธุ์  
ถึงฝั่งสิ้นสาดหายเข้าในฝั่ง
เสียงกลองดังฟังดูเพียงหูฟัง        
ปากคนดังอึงจริงยิ่งกว่ากลองฯ

                            "อิสสริญาณภาษิต"
     พระนิพนธ์ พระองค์เจ้าอิศริญาณ (โอรสกรมหมื่นอินทรพิพิธ)
            (ทรงนิพนธ์ขณะทรงผนวชอยู่ที่วัดบวรนิเวศฯ)



 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
ในโลกนี้ จะหาสิ่งไรที่ชื่นใจเท่าผู้หญิงที่รักไม่มีแล้ว
                 "เกินต้องการ" (น.๖๖)
     พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                      (รัชกาลที่ ๖)




ยามอาภัพอับจนเชื่อตนเถิด        
ไหนประเสริฐทำนั่นอย่าหวั่นไหว
เมื่อเคราะห์ร้ายตายไหนก็ตายไป        
อย่าหวั่นไหวงันงกไม่ตกลง

                 "ปกิณกสุภาษิต"


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
อันการเลือกหาผัวตัวไม่รัก
ทุกข์จะหนักฟูมฟกโอ้อกเอ๋ย
ถึงจะยวนชวนชมภิรมย์เชย
ใจก็เฉยอึ้งอ้ำไม่นำพา ฯ

                 "หนามยอกเอาหนามบ่ง"
     พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                      (รัชกาลที่ ๖)



 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
อันนารีรูปงามทรามสวาท
ถ้าแม้ไร้มารยาทอันงามสม
คงไม่มีชายดีจะอบรม
มีแต่ชมเพื่อพลางแล้วร้างไป ฯ

                 "พระร่วง"  (บทละครร้อง)
     พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                      (รัชกาลที่ ๖)



 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
 แม้นกุศลเราสองเคยร่วมสร้าง    
ขอร่วมห้องอย่าได้ห่างเสน่หา
เสี่ยงผลที่ได้เพิ่มบำเพ็ญมา          
ขอร่วมชีวาร่วมวางชีวาวาย
เกิดไหนขอให้ได้ถนอมพักตร์        
ความรักอย่าได้ร้างอารมณ์สลาย
รักนุชอย่าได้สุดเสน่ห์คลาย          
ขอสมหมายที่ข้ามาดสมาทานฯ


                 "เพลงยาวเจ้าฟ้ากุ้ง"  
                  พระนิพนธ์ เจ้าฟ้ากรมขุนเสนาพิทักษ์
                  (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์ หรือ เจ้าฟ้ากุ้ง)



 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
เป็นทหารจะพะวงหลงเชย    
ละเลยราชกิจไม่บังควร
สงบศึกก็ได้อยู่เคหา            
เคียงคู่ภรรยาเฝ้าสงวน
เมื่อต่อตีไพรีที่มากมวล          
จะมัวหวนห่วงเมียย่อมเสียการ ฯ

                 "พญาราชวังสัน"  
                  พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
                  (รัชกาลที่ ๖)



"วาสิฏฐี, เราขอให้ภาวนาบทธรรมนี้ไว้...
   ...ที่ใดมีความรัก, ที่นั้นมีความทุกข์"

                 "กามนิต (วาสิฏฐี)"  
                  โดย...เสฐียรโกเศศ และ นาคะประทีป


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
...เพราะข้อความในพระเวทบทหนึ่งที่ยังเจนใจข้าพเจ้ามีว่า
"ศาสดาย่อมไม่กระหายอยากได้ศิษย์  แต่ศิษย์ต้องกระหายอยากได้ศาสดาเอง
  ... ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้าอยากได้ศาสดาผู้พ้นแล้วจากความร่านกระหายเช่นนั้น"ฯ...

                 "กามนิต - วาสิฏฐี"  
                  เสฐียรโกเศศ และ นาคะประทีป


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
บรมบุรพะการีอันประเสริฐยิ่งกว่าบุรพะการีอื่นๆ ของเรา
คือ สมเด็จพระโลกะนาถศาสดาของเรานั้นแล,  แต่คนเราโดยมาก
หาใครได้นึกถึงพระพุทธเจ้าในฐานะเช่นนี้ไม่. โดยมากมักนึกถึงเสียว่า
พระพุทธเจ้าก็คือพระพุทธรูปที่ตั้งไว้ในอุโบสถและสถานที่ต่างๆ,
หรือบนที่บูชาในเรือนของตนนั้นเอง. ที่จริงนึกเช่นนี้ไม่ถูกเลย,
เพราะถ้าพระพุทธเจ้าเป็นแต่เพียงรูปที่ทำด้วยโลหะหรือศิลา
หรืออิฐปูนหรือไม้ฉะนั้นแล้ว, จะเป็นของน่ากราบไหว้อย่างไร?
วัตถุอย่างใดเล่าจะประเสริฐยิ่งไปกว่าเราตัวเองผู้เป็นมนุษย์;...ฯ"

                 "พระบรมราชานุศาสนีย์" ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
                  แสดงคุณานุคุณ (คุณของบรมบุรพะการี)
                  เมื่อวันวิศาขบูชา ณ ค่ายหาดหลวงเจ้าสำราญ แขวงเพชรบุรี,
                  ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๖๑

                             (คัดโดยคงตัวสะกดเดิม)

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 กันยายน 2558 09:34:27 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2557 13:49:40 »

.

 ภาพวาด  ครูเหม  เวชกร
 ความรู้คู่เปรียบด้วย     กำลัง กายแฮ
สุจริตคือเกราะบัง           ศาสตร์พ้อง
ปัญญาประดุจดัง            อาวุธ
กุมสติต่างโล่ป้อง           อาจแกล้วกลางสนาม ฯ

                 "บทพระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิต"
                  ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)
                  พระราชทานแก่ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
ร้อนอากาศอาบน้ำ     บรรเทา
ร้อนแดดพอแฝงเงา        ร่มได้
ร้อนในอุระเรา              เหลือหลีก
ร้อนอกราคหมกไหม้       หม่นเพี้ยงเพลิงรุมฯ"

                 "ลิลิตพายัพ"
                 พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)

 
 ภาพจาก : 'กามนิต' เว็บไซต์สุขใจดอทคอม
โอ้โอ๋กระไรเลย      บมิเคย ณ ก่อนกาล!
พอเห็นก็ทราบซ่าน     ฤดิรักบหักหาย
ยิ่งยลวะนิดา             ละก็ยิ่งจะร้อนคล้าย
เพลิงรุมประชุมกาย      ณ อุรา บลาลด

                 "มัทนะพาธา"
                 พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
                 (* คัดโดยคงตัวสะกดเดิม)


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
ชมโฉมประโลมสวาท    วรราชนารินทร์
รื่นรมยะสมจิน              ตนะพร้อมพระไภมี
เนาแนบสุดาดวง            จนล่วงลับซึ่งราตรี
ใสแสงพระสุรศรี            พยับเยี่ยมยุคันธร

                 "พระนลคำหลวง"
                 พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ
                 พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)



 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
...โคมีแอก  ม้ามีบังเหียน
และเหยี่ยวมีกระดิ่ง ฉันใด
บุรุษก็มีกาม ฉันนั้น...

                 "ตามใจท่าน"
                 พระราชนิพนธ์  พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ
                 พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)



 เจ้าเงาะขับเสภา รจนาปั่นฝ้าย ภาพวาด ครูเหม เวชกร
ความเอยความรัก                 เริ่มสมัครชั้นต้น ณ หนไหน?
เริ่มเพาะเหมาะกลางวางหัวใจ,        หรือเริ่มในสมองตรองจงดี?
แรกจะเกิดเป็นไฉนใครรู้บ้าง?         อย่าอำพรางตอบสำนวนให้ควรที่
ใครถนอมกล่องเกลี้ยงเลี้ยงรตี        ผู้ใดมีคำตอบขอบใจเอยฯ...

                 "เวนิสวาณิช"
                 พระราชนิพนธ์แปล  ใน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ
                 พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)

                 จากบทละครเรื่อง 'The Merchant of Venice' ของ วิลเลียม เชกสฺเปียร์ นักกวีชาวอังกฤษ


 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
เรืองเรืองไตรรัตน์พ้น    พันแสง
รินรสพระธรรมแสดง       ค่ำเช้า
เจดีย์ระดะแซง             เสียดยอด
ยลยิ่งแสงแก้วเก้า          แก่นหล้าหลากสวรรค์ ฯ.

                 โคลงนิราศ เรื่อง "นิราศนรินทร์"
                 นายนรินทรธิเบศร (นรินทร อิน) แต่ง เมื่อคราวตามเสด็จ
                 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ เสด็จยกทัพไปปราบพม่าข้าศึก
                 ที่เมืองถลางและชุมพร  เมื่อต้นรัชกาลที่ ๒ ในปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๓๕๒
   


 
อันว่าความกรุณาปรานี    
จะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ  
จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดินฯ.

                 "เวนิสวานิช"
                 พระราชนิพนธ์แปล  ใน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ
                 พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)

                 จากบทละครเรื่อง 'The Merchant of Venice' ของ วิลเลียม เชกสฺเปียร์ นักกวีชาวอังกฤษ


ทรามวัยอย่าร้องร่ำ      กำศรวล
อยู่แม่อย่าเสวยครวญ      ลห้อย
บ่นานบ่หน่าย*นวล        แหนงเสน่ห์ นุชนา
เสรจ์ทับกลับถนอมสร้อย   อย่าเศร้าเสียศรี ฯ"


                 "ลิลิตตะเลงพ่าย"
                 พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส
* สมุดไทยเลขที่ ๔๓ ว่า แหนง
  

'หุ่นขี้ผึ้ง' พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง จ.นครปฐม
"การที่จะลงพระราชอาญาด้วยอาการใดๆ
มีตีและขังเป็นต้น...น่าจะไม่เป็นประโยชน์
เพราะลูกผู้ดีไม่ใช่สัตว์เดียรัจฉาน
ที่จะบังคับบัญชาได้ด้วยอาญา” ฯ


                 ประกาศกระแสพระราชดำริในเรื่อง เป็นลูกผู้ชาย
                 ใน พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ
                 พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)



 
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔)

"...ฉันขอลาท่านทั้งหลายไปจากภพนี้ ในวันนี้แล้ว
ฉันขอฝากลูกของฉันด้วย อย่าให้มีภัยอันตรายเป็นที่กีดขวางในการแผ่นดิน
ถ้าจะมีความผิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นข้อใหญ่ ขอแต่ชีวิตไว้ ให้เป็นแต่โทษเนรเทศ
ขอให้ท่านเป็นที่พึ่งแก่ลูกของฉันต่อไปด้วยเถิด.” ฯ


                 พระราชดำรัสจากพระโอษฐ์
                 เหตุการณ์วันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔)
                 มีพระราชดำรัสฝากฝังพระราชโอรสและพระราชธิดาต่อขุนนางผู้ใหญ่และพระราชวงศ์ผู้ทรงอำนาจ
                 ทรงรับสั่งให้เจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (สมุหกลาโหม ภายหลังต่อมาได้รับพระราชทานเลื่อนยศเป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์)
                 และพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงวงศาธิราชสนิท พระราชวงศ์ผู้ใหญ่ที่สุดที่ทรงรับราชการ
                 เข้าเฝ้าเพื่อรับสั่งราชการเป็นครั้งสุดท้าย และรับสั่งลา...



 ภาพวาดของ ครูเหม เวชกร
หนูตายตัวเดียว สามารถจะทำให้น้ำทั้งสระเป็นพิษได้ ฉันใด
อ้ายพวกยุแหย่ก็อาจจะทำให้คนร่วมชาติทั้งหมดเสียชื่อเสียง
สิ้นความนับถือของคนทั้งปวงได้ ฉันนั้น.


                 อัศวภาษิต
                 ภาษิตของ "อัศวพาหุ" พระนามแฝง หรือนามปากกา
                 ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖


 "ดูดอุ" (เหล้าไห)
ภาพจาก : ผนังหอไตร วัดธาตุหลวงใต้ นครเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
ภาพ : ๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

บุคคลบางจำพวก เมื่อนึกไปถึงความยากลำบากของตนแล้ว
ก็มักหันเข้าหาความเพลิดเพลิน และความหลงใหลในสุรา.


                 อัศวภาษิต
                 ภาษิตของ "อัศวพาหุ" พระนามแฝง หรือนามปากกา
                 ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว



จิตรกรรมฝาผนัง วัดป่าภูก้อน ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี
พุทธศาสนิกชนย่อมได้รับความสั่งสอน ให้เผื่อแผ่เมตตาจิต
และมีความปรานี สังเวช ไม่ชั่วแต่แก่ผู้ที่ร่วมศาสนา
ย่อมทั่วถึงไปยังเวไนยสัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่าศาสนาใดหรือลัทธิใด.


                 อัศวภาษิต
                 ภาษิตของ "อัศวพาหุ" พระนามแฝง หรือนามปากกา
                 ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว



"โคลงสยามานุสติ"
ลายพระราชหัตถ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖

                 ฯลฯ
หากสยามยังอยู่ยั้ง    ยืนยง
เราก็เหมือนอยู่คง        ชีพด้วย
หากสยามพินาศลง      ไทยอยู่ ได้ฤๅ
เราก็เหมือนมอดม้วย     หมดสิ้นสกุลไทย


                 สยามานุสติ
                 คำโคลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖
                 ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันเสาร์ที่ ๒๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๖๑



พระพุทธเจ้าตรัสว่า "ความอยากรู้-อยากทำ เป็นรุ่งอรุณของการศึกษา"

                 วจนะภาษิตธรรม
                 คัดจาก กระดานผลงาน ณ ชาติภูมิสถาน ปอ.ปยุตฺโต
                 อำเภอศรีประจันต์  จังหวัดสุพรรณบุรี

                  
 ภาพวาด - ครูเหม เวชกร?
เคยตระโบมบัวมาดแก้ว    กับกร
เกี้ยวตระกองบงงอร           อุ่นเนื้อ
ปางร้างนิราสมร               มาเทวศ
ถวิลบวายรสเกื้อ              กอดเกี้ยวก่ายเขนย.


                 ลิลิตตะเลงพ่าย
                 พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
                 * ผู้ทรงพระนิพนธ์ได้นำเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
                 ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาของพม่า
                 มาเรียบเรียงเป็นวรรณคดียอพระเกียรติ


                  
 ภาพวาด - ครูเหม เวชกร
กำไลมาศชาตินพคุณแท้     ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นยั่งยืนสี
เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที       จะร้ายดีขอให้เห็นเช่นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก      ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย
แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย       เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย.


                 บทกลอนพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
                 * สลักไว้บริเวณด้านบนของกำไล พระราชทานแด่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ลดาวัลย์
                    เจ้าจอมคนสุดท้ายในรัชกาลที่ ๕


            
 ภาพพระปฐมสมโพธิ์ ของ ครูเหม เวชกร
พฤษภกาสร     อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง    สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย      มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี     ประดับไว้ในโลกา


                  กฤษณาสอนน้องคำฉันท์
                 พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

                 * คชสารแม้ม้วยมีงา โคกระบือมรณาเหลือเขาหนัง
                    มนุษย์ถึงกาลอาสัญ สูญสิ้นสารพัน คงไว้แต่ "ความชั่ว-ความดี".  

 
p. 7-9
p. 32/32
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 กันยายน 2558 10:53:05 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 9.0 MS Internet Explorer 9.0


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: 19 พฤษภาคม 2558 15:28:07 »

.

.

  ภาพวาด ครูเหม เวชกร

สิ่งใดๆ ในโลกนี้อันเป็นที่น่าปรารถนา
จะได้มาโดยไม่ต้องสละสิ่งอื่นแลกเปลี่ยนบ้างนั้น ไม่มีเลย

ถ้าวัตถุใดได้มาโดยง่าย และโดยไม่ต้องสละสิ่งอื่นแลกเปลี่ยนเลยนั้น
แท้จริงเป็นวัตถุอันไม่มีราคาเลย

                           จาก อัศวภาษิต
       พระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖


                  
 ภาพวาด ครูเหม เวชกร
คนโดยมาก ดูรูปมากกว่าดูใจ
นิยมในเครื่องประดับประดาภายนอก
มากกว่าสติปัญญาและความสามารถ
ซึ่งเป็นเครื่องประดับภายใน


คนโดยมากนิยมในรูปอยู่มาก
ถ้าให้ภายนอกสุกใสอยู่แล้ว
ถึงภายในจะเป็นโพรงบ้างก็ไม่ใคร่ถือ

                   จาก...บทละครพูด เรื่อง มหาตมะ
                  พระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)


                  
  ภาพวาด ครูเหม เวชกร
"กาก็ดำ นกดุเหว่าก็ดำ"
อะไรเล่า! เป็นเครื่องแตกต่างระหว่างกาและนกดุเหว่านั้น
...เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิ กาก็ร้องเสียงกา..กา...
นกดุเหว่าก็ร้องเสียงนกดุเหว่า อันไพเราะ

บัณฑิตผู้ฉลาด อาศัยฟังเสียงร้องประกอบการพิจารณานั้น
จึงทราบได้ว่าใครเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์ ใครเป็นผู้สกปรกโสมมเต็มไปด้วยเปือกตมคือกิเลสตัณหา

พระพุทธองค์จึงตรัสว่า "ที่ใดไม่มีสัตบุรุษที่นั้นไม่ชื่อว่าสภา ผู้พูดไม่เป็นธรรม ไม่ชื่อว่าเป็นสัตบุรุษ"
                   จาก..."ภาษิตโบราณ"


ภาพวาด ครูเหม เวชกร
ผู้ที่เกิดมาในตระกูลต่ำแล้ว แต่ประพฤติตนดี
ก็เสมอกับยกตนเองให้ขึ้นสู่ชาติอันสูง

                  จาก เรื่อง พระศุนหเศป (เศานห์ เศปาขยานัม์)  
                  พระราชนิพนธ์แปล ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
                  (ทรงแปลจากนิทานโบราณ ซึ่งมีในคัมภีร์เก่าแก่ของศาสนาพราหมณ์ ต้นฉบับภาษาอังกฤษ


ภาพวาด พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

นาฏกะกลอนนี้ฉันมีจิต       ขออุทิศแด่มิ่งมารศรี
ผู้ยอดเสน่หาจอมนารี       วัลลภาเทวีคู่ชีวัน
ขอให้หล่อนรับพลีไมตรีสมาน       เป็นพยานความรักสมัครมั่น
เปรียบเหมือนแหวนแทนรักทุษยันต์       ให้จอมขวัญศกุนตลาไซร้
แต่ผิดกันตัวฉันไม่ลืมหล่อน       จนสาครเหือดแห้งไม่แรงไหล
จนตะวันเดือนดับลับโลกไป       จะรักจอดยอดใจจนวันตาย

                  บทกลอนพระราชนิพนธ์  
                  ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
                  แสดงถึงความรักที่ทรงมีต่อพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี - พระคู่หมั้น      

                          

ภาพวาด พระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี

แสนเสียดายดวงจันทร์อันทรงกลด
งามหมดไม่มีราคีหมอง
พิศพักตร์วิไลลักษณ์น่าประคอง
นวลละอองลออเอี่ยมสำอางค์องค์...

                  บทกลอนพระราชนิพนธ์  
                  ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
                  แสดงถึงความอาลัยที่ทรงมีต่อพระวรกัญญาปทาน พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี
                  จากการที่พระองค์ทรงประกาศถอนหมั้น เมื่อเดือนมีนาคม ปีพุทธศักราช ๒๔๖๓
                              
              
  ภาพวาด ครูเหม เวชกร

นางไห้หวนครวญหาจนฟ้าสาง       ยิ่งอ้างว้างวังเวงในหัวใจสมร
ได้เห็นแต่มัจฉาในสาคร       เป็นเพื่อนจรว่ายเรียงเข้าเคียงคลอ
แสงอรุณอุ่นอุราเมื่อคราเช้า       โอ้อกเราใครจะเห็นเยือกเย็นหนอ
มาเปล่ากายอายปลาน้ำตาคลอ       ยิ่งคิดไปก็ให้ท้อหทัยนาง
                  จาก..."ราชาธิราช-กากี"
                  
                  
ภาพวาด ครูเหม เวชกร

แต่กรรมหลังยังไม่หมดไม่ม้วยมอด       จึงได้รอดชีวาตม์ไม่ขาดหาย
อรุณรุ่งพรุ่งพร่างกระจ่างพราย       ทะเลร้ายกลับเรียบเงียบเชียบลม
เหมือนชีวิตคิดไปแล้วใจท้อ       ไม่เที่ยงหนอเดี๋ยวก็ชื่นเดี๋ยวขื่นขม
อนิจจํ อนัตตาโปรดปรารมภ์       เอาธรรมข่มใจไว้ได้แหละดี
                  จาก..."ราชาธิราช-กากี"


 http://www.sookjaipic.com/images_upload/89016956629024_IMG_2855.JPG
สำนวน-โวหาร-สุภาษิต และคำพังเพย

วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา
 
เห็นจะสิ้นอายุพระนคร       ให้อาวรณ์ผู้รักษาหามีไม่
เปนป่าหญ้ารกดังพงไพร       แต่จะสาปสูญไปในทุกทิวา
คิดมาก็เปนน่าอนิจจัง       ด้วยกรุงเปนที่ตั้งพระสาสนา
ทั้งอารามเจดีย์ที่บูชา       ปฏิมาฉลององค์พระทรงญาณ
ก็ทลายยับยุ่ยเปนผุยผง       เหมือนพระองค์เสด็จดับสังขาร
ยังไม่สิ้นสาสนามาดรธาน       ทั้งเจดีย์วิหารก็สูญไป
     
              พระราชนิพนธ์ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท  

  ภาดวาดครูเหม เวชกร
พระพุทธองค์เสด็จไปศึกษากับคณาจารย์ต่างๆ
ในที่สุดทรงเห็นว่ามิใช่หนทางตรัสรู้ จึงละเลิกเสีย

๏ คราวเป็นสงฆ์ทรงเหลืองกระเดื่องเพศ      จงไกลเหตุมัวหมองให้ผ่องศรี
'เมื่อเป็นสงฆ์' ทรงศีลมุนินทร์ชี      อย่าให้มีคาวร้ายระคายองค์
ปฏิบัติอย่าให้กลัดเป็นแผลใน      อย่าทำให้พรตร้าวคาวแก่สงฆ์
อย่านอกรีตคิดร้ายทำลายองค์      อย่าเอาสงฆ์บังหน้าให้ราคี
สงวนศีลยินดียอมพลีร่าง      อย่าลบล้างศีลสงฆ์พระทรงศรี
หมดศรัทธาลาศีลมุนินทร์ชี      ไปครองที่ฆราวาสชูชาติไป
อย่าทำอย่างเสือสางพรางสีเสือ      ลวงให้เนื้อเชื่อลงไม่สงสัย
เห็นเหลืองเรื่อนึกว่าเนื้อใช่เสือไพร      จวบบรรลัยจึงรู้จักพยัคฆา
เมื่ออยู่ในสถานการใด       ยังพอใจก็จงอยู่รู้รักษา
ให้ชอบธรรมอย่าได้ละปฏิญญา      อย่าให้ภาวะนั้นอันตราย
ทำอย่างไรทำไปอย่าใฝ่ผิด       ไมตรีจิตประชาชนคนทั้งหลาย
จงเทิดทูนศาสนาอย่าให้อาย       ถึงตัวตายไว้ชื่อให้ลือ เทอญ ๚ะ
         วุฑฺฒึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ  ปปฺโปตุ พุทฺธสาสเน.


                      
p. 7-9      
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2559 16:41:40 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2559 16:45:10 »



"ชื่นจิตร์จริงจริงจิตร์ชื่นเมื่อยื่นสลา
ตาต่อเนตร์เนตร์ต่อตาสุดาสมร
นิ้วเลียมลองเลียมนิ้วผูกคิ้วค้อน
วอนว่าสุดสุดว่าวอนจึงผ่อนตาม"


บทพระราชนิพนธ์เพลงยาวสังวาส
ใน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 พฤศจิกายน 2559 16:47:20 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 01 ธันวาคม 2559 15:00:45 »










« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03 ตุลาคม 2560 11:46:39 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #5 เมื่อ: 01 ธันวาคม 2559 15:34:29 »




สงสารตัวกลัวภัยในเบญจขันธ์    
เป็นที่เกิดทุกข์เทวษเภทภยัน     ทั้งโรคันอันตรายระคายเคือง
นักปราชญ์ปรีชาชาญย่อมหาญหักมิได้รักรูปชีวิตสู้ปลิดเปลื้อง
เจริญเรียนวิปัสนาปัญญาเรือง บันลุเมืองอมรโมกข์ศิวาลัย
นิจจาเอ๋ยกระไรเลยโอ้เบ็ญจขันธ์     จะผูกพันตรากตรึงไปถึงไหน
ยามนอนก็ได้นอนสักอึดใจ     ควรหรือไม่เห็นว่าขันธ์นั้นมิดี
ยังจะหลงหมักหมมด้วยสมบัติ     ไม่หลีกละสละสลัดเอาตัวหนี
อันบาปมิตรสนิทต่อหน้าทั้งตาปี     จะยินดีก็แต่ได้สมใจนึก...
   

บทพระราชนิพนธ์เพลงยาวปลงสังขาร
ใน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓)
 
ทรงให้แง่คิด "ธรรมะ" แก่ผู้อ่านโดยตรง คือให้พิจารณาถึงภัยใน ขันธ์ ๕ (เบญจขันธ์)
อันประกอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ. ว่าเป็นตัวก่อให้เกิดทุกข์

 





ไร้ปิ่นดิลกราชย์ ละก็ชาติจะภินพัง,
ไหนเลยจะคงตั้ง อิศะรานุภาพครอง.
โลกเราสง่างาม ก็เพราะแสงตะวันส่อง,
สิ้นแสงระวีต้อง มละทั่วนะฉันใด;
อันปวงประชาเปรม ฤดิพึ่งพระเดชไท้,
เดชดับก็มืดใน ฤดิหม่นละแน่นอน.
ราตรีสว่างแจ้ง ก็เพราะแสงนิศากร,
โกฎิ์ดาว ณ อัมพร ก็บ่เท่าพระจันทร์เดียว,
อันว่าพระคุณเปรียบ วรโสมะนั่นเทียว
ไร้นาถะข้าเหลียว จะประสบพระเจ้าไหน?


"มัทนะพาธา"
พระราชนิพนธ์ร้อยกรอง
ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)




จิตรกรรมพระวิหารวัดภูมินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดน่าน

ชาติเดียวกันทุกคน รักแต่ตนจะเสียที    
 
มัวแก่งและแย่งดี จนแตกพวกไม่ควรการ      
ทหารอย่าข่มเพื่อน พลเรือนก็เท่าทหาร      
พลเรือนอย่าใจพาล อย่าชิงชังซึ่งโยธา      
ต่างฝ่ายต้องพึ่งกัน ทุกสิ่งสรรพ์สำเร็จนา      
โบราณะสุภา ษิตะกล่าวก็ควรฟัง      
เสือพีเพราะป่าปก และป่ารกเพราะเสือยัง      
ดินเย็นเพราะหญ้าบัง และหญ้ายังเพราะดินดี      
ร่วมชาติต้องร่วมรัก และสมัครสามัคคี      
จงรักษะภักดี ต่อพระปิ่นนรากร      
ทั่วกันจงกั่นกาจ รักษาชาติสโมสร      
ศาสนาให้ถาวร อิศระอวะสาน      
ให้เกียรติขจรจบ บรรฦๅลบถึงบาดาล      
เทพไทในวิมาน ให้สรรเสริญทั้งโลกา      

จากพระราชนิพนธ์ "หนามยอกเอาหนามบ่ง"
ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)




”ดวงสวาท งามสิริวิลาสเฉลิมศรี
อาจผโอนจิตชายชาตรี ให้สิ้นรักชีวีเพราะหวังชม
แม้นมาดพลาดมือไม่เหมือนหมาย ควรวางวายดีกว่าอยู่คลาดสู่สม
นี่แลน้ำจิตที่พี่นิยม เกลียวกลมกอดประทับหลับไปเอย
จาก "เงาะป่า"
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)




• สุมาลีหลากๆ มากมวลมี ต่างๆ สีราวลายวิเลขา
เหมือนแสร้งแต่งล่อแมลงให้บินมา เพราะหมายว่ามีกลิ่นอันรินรวย
เปรียบเหมือนนางดรุณีอยากมีคู่ แต่งกายาล่อชู้ให้เห็นสวย
เพื่อจะลวงชายหลงและงงงวย แล้วเอออวยรับรักสมัครกัน
แต่มีบางมาลีสีอ่อนๆ กลิ่นขจรรื่นรมย์ลมพาผัน
ภุมรินยินดีที่สุคันธ์ เพราะรู้จักเลือกฟั้นที่ดีจริง
เปรียบสตรีผู้มีสุขุมชาติ มรรยาทน่าชมสมกับหญิง
บุรุษดีใฝ่ถนอมกล่อมเลี้ยงจริง เพราะรักยิ่งยงยอดจอดดวงใจฯ

จาก "สาวิตรี"
พระราชนิพนธ์ ใน สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ
พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว  (รัชกาลที่ ๖)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 พฤศจิกายน 2562 12:38:24 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #6 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2560 12:51:46 »



◎ เมื่อนั้น พระทรงจตุศีลยักษา
ครั้นเห็นนวลนางสีดา เสน่หาปลาบปลื้มหฤทัย
อั้นอัดกำหนัดในนาง พลางกำเริบราคร้อนพิสมัย
พิศเพ่งเล็งแลทรามวัย มิได้ที่จะขาดวางตา
ชะชะว่าโอ้ว่าสีดาเอ๋ย มางามกระไรเลยเลิศเลขา
ถึงนางสิบหกห้องฟ้า จะเปรียบสีดาได้ก็ไม่มี
แต่กูผู้รู้ยศธรรม ยังหมายมั่นมุ่งมารศรี
สาอะไรกับอ้ายอสุรี จะมิพาโคติกาตายฯ

คนจะเป็นเช่นใด ย่อมฉายให้เห็นเป็นกระจกเงาอันแจ่มใสอยู่ในลักษณะนิสัย
การแสดงออก และอารมณ์ของบุคคลนั้นๆ ฉันใดก็ดี บทประพันธ์ของกวีใดก็ย่อมฉายให้เห็นอัธยาศัยและอารมณ์
ของกวีนั้น ฉันนั้น. รวมความว่าถ้อยคำสำนวนกลอนและโวหารการประพันธ์ของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีแสดงถึง
พระราชอัธยาศัยและพระอารมณ์ขององค์ผู้ประพันธ์ว่า น่าจะทรงมีพระนิสัยเปิดเผย ตรงไปตรงมา เด็ดเดี่ยว ห้าวหาญ
เอาจริงเอาจัง เป็นอย่างที่ว่า "ทรงเป็นนักรบ" เท็จจริงอย่างไรก็ขอฝากไว้ในดุลยพินิจของท่านทั้งหลาย



เวรใดแกล้งซัดให้พลัดพรากแสนระกำลำบากหนักหนา
ชลเนตรนองเนตรโสภา ปิ้มว่าจะสิ้นสุดปราณ
แต่นี้สืบไปภายหน้า ตัวข้าขอตั้งอธิษฐาน
จะไม่นิราสวงศ์วาร ตลอดกาลจวบสิ้นชีวี
เนตรเอ๋ยเจ้าเคยหลั่งชล ยามดลวิโยคโศกศรี
ครั้้นประสบเกษมเปรมปรีดิ์ ไฉนยังมีแต่น้ำตา

จากเรื่อง : อาหรับราตรี
ของ
เสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป




ยลโฉมวิมลพักตร์วรลักษณ์สง่าครัน
แฝงพักตร์ซ่อนกัน ดุจเดือนละหลบเงา
อกเรียมระทมทุก ขทเวทมิสร่างเซา
เหมือนมัจจุคร่าเอา ชิวเรียมพินาศลง
อ้าแม่ผะเชิญช่วย อนุกูลเถอะโฉม
ชีพเรียมจะคืนคง ก็เพราะนุชเยี่ยมกราย
กรคอยตระกองโอบ อรองคะโฉมฉาย
เผยหน้าเถอะอย่าอาย จะประคับประคองชม

เมื่อข้าพเจ้ากล่าวจบลง นางกล่าวตอบว่า:-

ยินถ้อยตระหนักโสต ดุจโลดละเหลิงลม
จิตน้องนิเตรียมตรม อุระรักสลักทรวง
พี่รักก็รักตอบ บ่มิมีอุบายลวง
ชายชาติทั้งปวง ฤดีเด็ดบ่ไยดี
จากเรื่อง : อาหรับราตรี
ตอนที่ ๓๐ เรื่องของคนต้นเครื่องของสุลต่าน
ของ เสฐียรโกเศศ - นาคะประทีป


http://www.sookjaipic.com/images_upload_2/30451295649011__3629_3623_3618_3614_3619_1.gif
สำนวน-โวหาร-สุภาษิต และคำพังเพย

ภาพวาดลายเส้นจากปากกาลูกลื่นสีดำ+ดินสอ 6B

ความหวังสวาทนุชปะทะแนบมิคลอนแคลน
จนดิ่งชะเลแดน ปฏิพัทเหลือหลาย
เหลือเรียมจะรักษา ทุมนาฤเคลื่อนคลาย
ชีพเรียมจะวอดวาย มละด้วยสิเน่ห์นาง
อ้าแม้ผิเรียมหาญ จะแขวะคว้านอุราพลาง
หยิบดวงหทัยวาง นยะเนตระน้องเห็น
จนจิตตะเรียมแล้ว วรนุชะจงเอ็น
ดูเถิดนะเนื้อเย็น ดุจชุบชีวาเรียม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 มีนาคม 2560 08:25:56 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: 20 มีนาคม 2560 08:31:58 »




เทวันกลายรูปแม้นนารี
รูปลักษณะวิไล เลิศล้น
ลวงล่อเหล่ายักษี หวังสวาท
นำออกไปจนพ้น ฝั่งธาร
เทวดาชื่อ ธันวันตริ ได้ผุดขึ้นมาจากน้ำ และชูผอบน้ำอมฤตไว้เหนือศีรษะ  
พอธันวันตริผุดขึ้นพ้นทะเลน้ำนม เหล่ายักษ์ทั้งหลายก็กรูกันเข้าไปใกล้
พระนารายณ์ได้สติจึงแปลงกายเป็นหญิงงาม
----------------------------
จากเรือง "ลิลิตนารายณ์สิบปาง" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชทานเพื่อสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระบรมราชินี
เนื่องจากสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิศจีสนพระทัยเรื่องอวตารปางต่างๆ ของพระนารายณ์มาก




ภาพวาดลายเส้น โดยปากกาลูกลื่นสีดำ + ดินสอ HB และ 4B

สีชัง ชังแต่ชื่อเกาะนั้นฤา จะชังใคร
ขอแต่ แม่ดวงใจ อย่าชิงชัง พี่จริงจัง
ตัวไกล ใจพี่อยู่ เป็นคู่น้อง ครองยืนยัง
ห่างเจ้า เฝ้าแลหลัง ตั้งใจติด มิตรสมาน ฯ

----------------------------
จาก "กาพย์เห่เรือ ล่องเรือพระนคร" พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
เพลงสีชัง เป็นเพลงที่นำเนื้อร้องมาจาก “กาพย์เห่เรือฯ” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชนิพนธ์ พระราชทานแก่หนังสือสมุทรสาร ซึ่งเป็นวรรณคดีปลุกใจให้รักชาติ   
สง่า อารัมภีร อัญเชิญมาใส่ทำนองเพลง บรรเลงโดยวงสุนทราภรณ์
ขับร้องครั้งแรกโดย หม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 มีนาคม 2560 15:37:56 โดย กิมเล้ง » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: 23 มีนาคม 2560 15:47:47 »



ทวยเทพเจ้าขา! นี่รูปใคร? รูปวาสิฏฐี ธิดาเศรษฐีช่างทองทีเดียวนี่นา!
ภาพวาดลายเส้น ประกอบการโพสท์วรรณกรรมเรื่อง "กามนิต วาสิฏฐี"

งามจริงดุจกล่าวอ้างทุกอัน
ยามหลับละเมอฝัน ห่อนเว้น
ลืมเนตรนึกกระสัน รักรูป น้องนา
งามจับจิตใจเต้น ติดต้อง ตางามฯ

----------------------------
จาก โคลงสุภาษิตบางปะอิน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่พระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๒๐ ตรงกับวันศุกร์ แรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ ปีฉลู นพศก จ.ศ.๑๒๓๙  ในการเสด็จครั้งนั้นมีเจ้านายและข้าราชบริพารตามเสด็จมากมาย ระหว่างประทับที่บางปะอิน ทรงเกรงว่าเจ้านายที่ตามเสด็จจะเหงาอ้างว้าง ด้วยงานราชการไม่ค่อยจะมีราชกิจ  จึงทรงหาเหตุชวนเจ้านายให้แต่งโคลงตามกระทู้ที่ทรงคิด แต่ละกระทู้ ทรงกำหนดว่าด้วยคุณและโทษของความดีทั้งหลาย เช่น ความรัก ความชัง ความโทมนัส ความโสมนัส ความขลาด ความกลัว ความยุติธรรม ฯลฯ เมื่อทรงตั้งข้อใดยกขึ้นเป็นกระทู้แล้ว ก็ทรงพระราชนิพนธ์ด้วย และโปรดให้เจ้านายทรงแต่งบ้าง โดยให้อธิบายความหมายของกระทู้ตามแต่จะคิดเห็นเองไม่มีกำหนด และไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เมื่อแต่งเสร็จแล้วก็ให้นำมาอ่านถวายในเวลาเสด็จออกทุกๆ วัน เมื่อจบกระทู้หนึ่งแล้วก็จะพระราชทานกระทู้ใหม่ให้เจ้านายแต่งอีก เป็นเช่นนี้



ภาพวาด "นางศกุนตลา" ในจินตนาการของครูเหม เวชกร

นี่ฤๅบุตรีพระดาบสงามหมดหาใครจะเปรียบได้
อนิจจาบิดาท่านแสร้งใช้ มารดต้นไม้พรวนดิน
ดูผิวสินวลลอองอ่อน มลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น
สองเนตร์งามกว่ามฤคิน นางนี้เปนปิ่นโลกา
งามโอษฐดังใบไม้อ่อน งามกรดังลายเลขา
งามรูปเลอสรรขวัญฟ้า งามยิ่งบุบผาเบ่งบาน
ควรหรือมานุ่งคากรอง ควรแต่แต่งเครื่องทองไพศาล
ควรแต่เป็นยอดนงคราญ ควรคู่ผู้ผ่านแผ่นไผทฯ

----------------------------
ท้าวทุษยันต์ชมโฉมนางศกุนตลา
จาก "ศกุนตลา"  พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
เรื่องศกุนตลานี้ ต้นเรื่องอยู่ในมหาภารต สมมติว่าเป็นเรื่องราวของกษัตริย์จันทรวงศ์องค์ที่ ๑
ซึ่งเป็นชนกแห่งกษัตริย์โกรพและปาณฑพ ผู้กระทำมหาภารตยุทธ์กันที่ตำบลกุรุเกษตร์
อันเป็นตัวเรื่องแห่งหนังสือมหาภารต




จิตรกรรมผนังพระอุโบสถ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บางกอกใหญ่ กทม.

จงตัดความเถิดในกามกิเลสหมั่นฟังเทศน์ดีกว่าเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง
จะได้เป็นหนทางที่อ้างอิง อย่าประวิงเลยไม่ดีตรงสีกา
ถึงท่านยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่รู้ว่าชีวังจะสังขาร์
อนิจจังหนังเนื้อเป็นเหยื่อกา มรณาถมพื้นปฐพี
คิดผายผันการบุญถึงคุณพระ จงสละฝิ่นยาและอาหนี
ถือศีลห้าสมาทานเป็นการดี จะเป็นที่ช่วยได้เมื่อวายชนม์

----------------------------
จากเรื่อง นิราศเมืองนรก
ผู้แต่งนิราศเรื่องนี้ได้บวชเป็นสามเณร ถือสิกขาบำเพ็ญภาวนา วันหนึ่งขณะนั่งหลับตาภาวนา
ยมบาลได้มาชวนไปชมขุมนรกต่างๆ ได้เห็นพวกสัตว์นรกต่างๆ มากมายกำลังถูกลงทัณฑ์
ซึ่งยมบาลก็อธิบายถึงบาปกรรมของสัตว์นรกแต่ละประเภทให้ฟัง ผู้แต่งได้อาศัยโอกาสนี้
เล่าเรื่องสั่งสอนให้มนุษย์ที่มีชีวิตอยู่จงสร้างแต่กรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว และให้ปฏิบัติธรรม
(ต้นฉบับเดิมจารลงสมุดข่อยถูกทอดทิ้งให้ผุพังไปตามกาลเวลา รองศาสตราจารย์ -
วิเชียร เกษประทุม ได้ปริวรรตเนื้อเรื่องจากอักขระเดิม เป็นอักขระปัจจุบัน.




จิตรกรรมผนังพระอุโบสถ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร บางกอกใหญ่ กทม.

ใครจะไว้ใจอะไรตามใจเถิดแต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า
หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา สองสัตว์เขี้ยวเล็บงาอย่าวางใจ
สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย สี่ผู้หญิงทั้งหลายอย่ากรายใกล้
ห้ามหากษัตริย์ทรงฉัตรชัย ถ้าแม้นใครประมาทอาจตายเอย ฯ

----------------------------
จากเรื่อง นิทานเวตาล

นิทานเรื่องนี้เป็นเรื่องภาษิตและคติทางโลกโบราณเก่าแก่ เดิมเป็นวรรณกรรมสันสกฤตโบราณ
ต้นกำเนิดของเรื่องอยู่ในประเทศอินเดีย สมัยกว่า ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว
พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ (น.ม.ส.) พระนามเดิมว่า พระองค์เจ้ารัชนีแจ่มจรัส
ได้ทรงแปลจากฉบับที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ขอ งริชาร์ด ฟรานซิส เบอร์ตัน




ภาพจาก : วัดพระศรีรัตนศาสดาราม กรุงเทพมหานคร

จะกล่าวกลับจับความไปตามเรื่องถึงบาทเบื้องปรเมฐพระเชษฐา
องค์อภัยมณีศรีโสภา ตกยากอยู่คูหามาช้านาน
กับด้วยนางอสุรีนีฤมิต เป็นคู่ชิดเชยชมสมสมาน
ต้องรักใคร่ไปตามยามกันดาร จนนางมารมีบุตรบุรุษชาย
ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนองค์พระทรงเดช แต่ดวงเนตรแดงดังสุริยฉาย
ทรงกำลังดังพระยาคชาพราย มีเขี้ยวคล้ายพระชนนีมีศักดา
พระบิตุรงค์ทรงศักดิ์ก็รักใคร่ ด้วยเนื้อไขมิได้คิดริษยา
เฝ้าเลี้ยงลูกผูกเปลแล้วเห่ช้า จนใหญ่กล้าอายุได้แปดปี
จึงให้นามตามอย่างข้างมนุษย์ ชื่อสินสมุทรกุมารชาญไชยศรี
ธำมงค์ทรงมาค่าบุรี พระภูมีถอดผูกให้ลูกยา ฯ




ภาพจาก : กว๊านพะเยา  จังหวัดพะเยา

Three Things to wait for
Change    Decay   Death
อนิจจัง  ชรา  มรณะ


สิ่งใดในโลกล้วนเปลี่ยนแปลง
หนึ่งชราหย่อนแรง เร่งร้น
ความตายติดตามแสวง ทำชีพ ประลัยเฮย
สามส่วนควรคิดค้น คติรู้เตรียมคอย ฯ

จาก โคลงสุภาษิตโสฬสไตรยางค์
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)






ราตรีมีมากด้วยดารา
เปรียบประหนึ่งนัยนา มากกลุ้ม
กลางวันพระสุริยา มีเดี่ยว ดวงแม่
แต่โลกนี้มืดคลุ้ม เมื่อไร้แสงตะวัน

จาก ลิลิตพายัพ
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)







๒๔๙.ถึงยามบ่ายกราบกรานลาท่านหญิง เงยหน้าก็ .. งามยิ่ง .. เกินหญิงไหน
ก็รู้ว่า .. กรุ่นหอม .. นั้นหอมใคร พร้อมอุ่นไอไหลแอบลงแนบทรวง
๒๕๐. เนตรนั้นเหมือนชายตอบ .. แต่ลอบเหลียว หากแวบเดียว .. วูบดับจนลับล่วง
ใจเอยนั่น .. จันทร์เพ็ญลอยเด่นดวง ใช่หิ่งห้อยอาจล่วงขึ้นช่วงชิง
๒๕๑. ประสูติใต้ร่มบุญสกุลเจ้ามีรากเหง้าสูงส่ง .. เป็นองค์หญิง
จำเริญในตำหนักที่พักพิง ย่อมเฉกกิ่งดอกฟ้า .. เกินคว้าชม

ภาพประกอบ : ภาพเขียน อาจารย์ จักรพันธุ์ โปษยกฤต


ภาพประกอบ : หลังฉากอุปรากรจีน "งิ้ว" เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์

'ศุภมิตร'
คำว่า ศุภมิตร นี้ แปลตามรูปศัพท์ได้ว่า 'มิตรที่ดีที่ประเสริฐ'
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับคำนี้มาก
ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานไปยัง นายประสาท สุขุม บุตรเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ออกไปเล่าเรียนที่ต่างประเทศด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์
ตอนหนึ่งว่า "เจ้าจงพยายามให้มีเพื่อนไว้มากที่สุดที่จะมากได้ แต่ส่วนมิตรนั้นเจ้าต้องพยายาม
เลือกเฟ้นไว้แต่เฉพาะ 'มิตรแท้' จริงๆ และมีไว้ให้น้อยที่สุด"



ภาพ : การแสดงเอ็งกอ พะบู๊ เทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ จ.นครสวรรค์ ปี ๒๕๖๐

เพื่อนกิน สิ้นทรัพย์แล้วแหนงหนี
หาง่าย หลายหมื่นมี มากได้
เพื่อนตาย ถ่ายแทนชี- วาอาตม์
หากยาก ฝากผีไข้ ยากแท้จักหา

จาก ลิลิตนิทราชาคริต
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
----------------------------
pg.50 al.22




ภาพ : วัดมเหยงคณ์ ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ฝูงชนกำเนิดคล้ายคลึงกัน
ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ แผกบ้าง
ความรู้อาจเรียนทัน กันหมด
ยกแต่ชั่วดีกระด้าง อ่อนแก้ฤๅไหวฯ

พระราชนิพนธ์โคลงสุภาษิต ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)
พระราชทาน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) พระราชโอรส
ครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร
เมื่อครั้งเสด็จประพาสอังกฤษ ใน พ.ศ.๒๔๔๐ นัยความหมายแห่งโคลง ทรงตักเตือน
พระราชโอรสมิให้ทรงถือยศศักดิ์ ที่มีพระชาติกำเนิดประสูติภายใต้พระมหาเศวตฉัตร
ทรงให้มองมนุษย์ว่าทุกคนย่อมมีกำเนิดที่เท่าเทียมกัน คือเป็น "คน" เหมือนกัน
ส่วนฐานะ ความรู้ ตลอดจนยศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นสิ่งที่ปรุงแต่งแสวงหากันได้
แต่สิ่งที่จะทำให้มนุษย์แต่ละรูปนามมีคุณค่าแตกต่างกันนั้นอยู่ที่ การประพฤติดีประพฤติชั่ว



ภาพวาด : ครูเหม เวชกร

แล้วอุ้มน้องเข้าห้องท้ายบาหลีวางกากีลงกับฟูกให้เหนื่อยหาย
ค่อยตะโบมโลมกอดให้เคลื่อนคลาย ขวัญแม่สายสุดที่รักจงคงคืน
อันตัวพี่มีฤทธิ์ในเรือนี้ มิได้มีผู้ใดกล้ามาฝ่าผืน
จะรักเจ้าเฝ้าประจำทุกค่ำคืน ภัยอื่นมิให้น้องได้พ้องพาน ฯ
ราชาธิราช-กากี
นายตำรา ณ เมืองใต้


pg.50 al.22
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 ตุลาคม 2560 17:54:17 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #9 เมื่อ: 25 พฤษภาคม 2560 13:14:20 »




อันว่าความกรุณาปราณีจะมีใครบังคับก็หาไม่
หลั่งมาเองเหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุลาลัยสู่แดนดิน
เปนสิ่งดีสองชั้น พลันปลื้มใจ แห่งผู้ให้และผู้รับสมถวิล
เปนกำลังเลิศพลังอื่นทั้งสิ้น เจ้าแผ่นดินผู้ทรงพระกรุณา ฯ

เวนิสวานิช
พระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)




ถ้าแม้ไม่ทำดีในแดนดิน
จะถวิลถึงสวรรค์นั้นอย่าหา


จากเรื่อง 'เวนิสวานิช'
พระราชนิพนธ์สุภาษิต
ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖





ธรรมชาติย่อมมีของคู่กัน
โลกนี้มีอะไรที่ไม่คู่ได้เห็นอยู่ทั่วถ้วนล้วนเป็นสอง
ดวงจันทร์นั้นยังมีอาทิตย์ปอง เดินพบพ้องบางคราวเมื่อเช้าเย็น ฯ

จากเรื่อง 'เงาะป่า' พระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)

ความตอนนี้เป็นบทรำพึงของซมพลาตอนมาอยู่ในถ้ำที่ตนเลือกไว้
จัดไว้ว่าเป็นภาษิตและเป็นความจริงของโลก ให้แง่คิดว่า เมื่อมีสิ่งหนึ่งก็ต้องมีอีกสิ่งหนึ่งควบคู่กันไปเสมอ
เมื่อมีชายก็มีหญิง มีสุขก็ต้องมีทุกข์ มีความรักก็ต้องมีความชัง มีการพบกันก็ต้องมีการพลัดพรากจากกัน ฯลฯ





The night hath a thousand eyes,  And the day but one;
Yet the light of the whole world dies. With the dying sun.
The mind hath thousand eyes, And the heat but one;
Yet the light of a whole life dies. When love is done
.
 F.W.Bourdillon.

ราตรีมีมากด้วยนัยนา
ราตรีมีมากด้วย นัยนา
ฝ่ายทิวะมีตา หนึ่งไซร้
แต่โลกลบอาภา................................................ มืดหมด
ยามตะวันตกไร้ เริดร้างราศี
มะโนมีมากด้วย นัยนา
ดวงจิตสิมีตา หนึ่งไซร้
แต่ชีพลบอาภา มืดหมด
ยามรักวิโยคไร้ เริดร้างราศี

ศรีอยุธยา, แปล. ดุสิตสมิต เล่มที่ ๕ ฉบับที่ ๘๖ หน้า ๑
หมายเหตุ "ศรีอยุธยา" พระนามแฝง ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว





๏ งามจริงดุจกล่าวอ้าง ทุกอัน
ยามหลับละเมอฝัน ห่อนเว้น
ลืมเนตรนึกกระสัน รักรูป น้องนา
งามจับจิตใจเต้น ติดต้องตามงาม ฯ


๏ งามนักรักแล้วยิ่ง เห็นงอน งามนา
ยิ่งพิศจิตจงสมร สุดปล้ำ
จักใคร่ออกโอษฐ์วอน วรนาฏ เรียมเอย
งามดั่งจักกลืนกล้ำ แกล่ไว้ในทรวง ฯ

จาก โคลงสุภาษิตบางปะอิน พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 มิถุนายน 2560 15:44:24 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #10 เมื่อ: 22 มิถุนายน 2560 16:33:26 »

วโส อิสฺสริยํ โลเก
อำนาจเป็นใหญ่ในโลก  
...สคาถวรรค สยุตตนิกาย


พระราชวังโบราณ-วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา


พระราชวังโบราณ-วัดพระศรีสรรเพชญ์ พระนครศรีอยุธยา

อยุธยายศล่มแล้ว         ลอยสวรรค์ ลงฤา
สิงหาสน์ปรางค์รัตนบรร เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรร         ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า   ฝึกฟื้นใจเมืองฯ
...นิราศนรินทร์.... นายนรินทรธิเบศร (อิน) ประพันธ์



ภาพประกอบ : สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา
จิตรกรรมผนังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก

๏  พระพี่พระผู้ผ่าน ภพอุตดมเอย
ไป่ชอบเชษฐ์ยืนหยุด ร่มไม้
เชิญการร่วมคชยุทธ์         เผยอเกียรติ ไว้แฮ
สืบว่าสองเราไซร้ สุดสิ้นฤามี ๚ะ  

จาก ลิลิตตะเพลงพ่าย พระนิพนธ์สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงนิพนธ์ได้นำ
เหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงมีชัยชนะเหนือพระมหา -
อุปราชาของพม่ามานิพนธ์ยอพระเกียรติ

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทอดพระเนตรเห็นพระมหาอุปราชาประทับอยู่กับคอช้างภายใต้ร่มต้นไม้ใหญ่
ก็ทรงตะโกนไปด้วยพระสุรเสียงอันดังว่า    “เจ้าพี่ เหตุไฉนจึงยังทรงช้างอยู่ใต้ร่มไม้เช่นนั้นเล่า เชิญเสด็จ
ขับช้างออกมาสิ มาสู้กันตัวต่อตัว ดังเราได้เคยฝึกหัดทดลองมาแล้วในยามศึกษาให้ทหารของเราได้ดู
แลเห็นเป็นขวัญตา ให้เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่ากษัตริย์ยังมีความกล้าหาญอยู่เช่นกาลก่อน และยังมีความ
ชำนาญในการรบตัวต่อตัว และยังกระทำยุทธหัตถีได้”



เจดีย์วัดใหญ่ชัยมงคล อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธา
อนุสรณ์สถานแห่งชัยชนะศึกยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

“ปีขาลวันอังคารเดือนหน้า ตกฟากเวลาสามชั้นฉาย
เจ้ากรุงจีนเอาแก้วอันแพรวพราย         มาถวายพระเจ้ากรุงอยุธยา
ให้ใส่ไว้ในยอดเจดีย์ใหญ่ สร้างไว้ตั้งแต่ครั้งกรุงหงษา
เรียกวัดเจ้าพระยาไทยแต่ไรมา ให้ชื่อว่าพลายแก้วอันแววไว...”

วัดใหญ่ชัยมงคล แต่เดิมเรียกกันว่า วัดเจ้าพระยาไทย เนื่องจากวัดนี้เคยเป็นที่ประทับ
ของสมเด็จพระสังฆราช และเรียกพระสงฆ์ว่า “เจ้งไทย”  และชื่อวัดเจ้าพระยาไทยก็ยังปรากฏ
ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำเนิดพลายแก้ว

สมเด็จพระนเรศวรทรงได้รับการสถาปนาเป็นพระมหาอุปราชครองเมืองพิษณุโลก พ.ศ.๒๑๑๔

๏  บุญเจ้าจอมภพพื้น แผ่นสยาม
แสยงพระยศยินขาม ขาดแกล้ว
พระฤทธิ์ด่งงฤทธิราม รอญราพ แลฤๅ
ราญอริราชแผ้ว แผกแพ้ทุกพาย ๚ะ๛


สมเด็จพระนเรศวรทรงนำทหารมานมัสการพระพุทธชินราช และสวดชยมงคลคาถาก่อนการรบ
และภายหลังการรบได้นำศัตราวุธมาถวายเป็นพุทธบูชาทุกครั้ง



สมเด็จพระนเรศวรทรงกระทำยุทธหัตถีมีชัยชนะพระมหาอุปราชา
ณ หนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี พ.ศ.๒๑๓๕

๏ ไพรินทร์รนาศเพี้ยง พลมาร
พระด่งงองค์อวตาล แต่กี้
แสนเศิกห่อนหาญราญ รอฤทธิ์ พระฤๅ
ดาลตระดกเดชลี้ ประลาศเหล้าแหล่งสถาน ๚ะ๛


สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิศรภาพ โดยหลั่งทักษิโณทกเหนือแผ่นพสุธา
ด้วยพระสุวรรณภิงคาร ณ เมืองแครง พ.ศ.๒๑๒๗

๏ เสรจ์เสวยสวรรเยศอ้าง ไอศูริย์ สรวงฤๅ
เย็นพระยศเดือนปูน เด่นฟ้า
เขษมศุขส่องสมบูรรณ์ บานทวีป
สว่างทุกข์ทุกธเรศหล้า แหล่งล้วนสรรเสรอญ ๚ะ๛


จาก ลิลิตตะเพลงพ่าย พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส
ผู้ทรงนิพนธ์ได้นำเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยา ที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ทรงมีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชาของพม่ามานิพนธ์ยอพระเกียรติ
(คัดโดยคงอักขรวิธีการสะกด การันต์ตามเดิม)
ภาพประกอบ : จิตรกรรมผนังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.พิษณุโลก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 ธันวาคม 2560 16:51:07 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 25 มิถุนายน 2560 17:14:03 »


๏ ในเพลงปี่ว่าสามพี่พราหมณ์เอ๋ย ยังไม่เคยชมชิดพิสมัย
ถึงร้อยรสบุปผาสุมาลัย จะชื่นใจเหมือนสตรีไม่มีเลย
พระจันทร์จรสว่างกลางโพยม ไม่เทียมโฉมนางงามเจ้าพราหมณ์เอ๋ย
แม้นได้แก้วแล้วจะค่อยประคองเคย ถนอมเชยชมโฉมประโลมลาน ฯ

พระอภัยมณี - สุนทรภู่
ภาพจาก : พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
(MUSEUM OF CONTEMPORARY ART) กรุงเทพมหานคร




๏ ถึงม้วยดิน สิ้นฟ้า มหาสมุทร ไม่สิ้นสุด ความรัก สมัครสมาน
แม้อยู่ใน ใต้หล้า สุธาธาร ขอพบพาน พิศวาส ไม่คลาดครา
แม้นเนื้อเย็น เป็นห้วง มหรรณพ พี่ขอพบ ศรีสวัสดิ์ เป็นมัจฉา
แม้เป็นบัว ตัวพี่ เป็นภุมรา เชยผกา โกสุม ปทุมทอง
แม้เป็นถ้ำ อำไพ ใคร่เป็นหงส์ จะร่อนลง สิงสู่ เป็นคู่สอง
ขอติดตาม ทรามสงวน นวลละออง เป็นคู่ครอง พิศวาส ทุกชาติไป ...
ที่มา : พระอภัยมณี - สุนทรภู่
ภาพจาก : พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
(MUSEUM OF CONTEMPORARY ART) กรุงเทพมหานคร



ภาพจาก : พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย
(MUSEUM OF CONTEMPORARY ART) กรุงเทพมหานคร

มาดแม้นจะหาดวง วิเชียรช่วงเท่าคีรี
หาดวงพระสุริย์ศรี ก็จะได้ดุจดั่งใจ
จะหาโฉมให้เหมือนนุช        . จนสุดฟ้าสุราลัย
ตายแล้วและเกิดใหม่ ไม่ได้เหมือนเจ้านฤมล

พระรามครวญถึงนางสีดา
บทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)



ภาพจาก : พระตำหนักแดง ภายในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร  กรุงเทพมหานคร

โอ้ว่าอนิจจาความรัก พึ่งประจักษ์ดั่งสายน้ำไหล
ตั้งแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป ไหนเลยจะไหลคืนมา
สตรีใดในพิภพจบแดน        . ไม่มีใครได้แค้นเหมือนตัวข้า
ด้วยใฝ่รักให้เกินพักตรา จึงมีแต่เวทนาเป็นเนืองนิจ

ที่มา : อิเหนา  ตอนอิเหนาลานางจินตะหรา  
บทพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ ๒)




๏ งามดวงพระภักตร์เพี้ยง เพ็ญแข
งามเนตรชำเลืองแล เล่ห์ล้ำ
งามขนงก่งศิลป์แปร มาเปรียบ ปานฦๅ
กรรณดุจกลีบบัวก้ำ เกษคล้ำดำนิล
นาสิกสิ้นสุดพร้อม เพราคม
โอฐเอี่ยมเทียมชาดสม สะอาดแท้
ปรางค์เปล่งปลั่งน่าชม เชยชื่น จิตพ่อ
ศอดั่งศอหงส์แล้ เล่ห์ล้ำกลกลึง
ลิลิตพระฦๅ
ผู้แต่ง : พระราชครูพิเชต (กลัด) กวีเก่าเกิดครั้งรัชกาลที่ ๑
ภาพ : ภาพวาดฝีมือ อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต



ภาพวาดด้วยปากกาลูกลื่นสีดำ ดินสอ 4B และ 6B

สาหํ กมลคร๎ภาภัม์ อปัศ๎ยัน์ตี ห๎ฤทิ ป๎ริยัม์
๏ โอ้ว่าบดีกมละครรภ ปิยสัพพะทรามเชย
ห่างรักฤดีบ่มิสเบย ดุจะมืดบ่มีไฟ
น วิน์ทาม๎ยมรป๎รข๎ยัม์ ป๎ริยัม์ ป๎ราเณศ๎วรัม์ ป๎รภุม์ ฯ
๏ ดังฤๅจะพบปิยบดี วรศรีสถิตใจ
จอมปราณธปานอมรไตร             ทศะเทพะเทวัน ฯ
ตาม์ อัศ๎รุปริปูร๎ณาก์ษีม์ วิลปัน์ตึ ตถา พหุ           
๑๑๏ สิ้นวาจะทรามเสน่ห์ ปริเทวะรำพรรณ
อันอัสสุชลนั้น ฤก็นองณสองตา

จากเรื่อง พระนลคำหลวง
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว



๏ ระริกริ้วลิ่วคลื่น เลือนหาย
สุดโศกตรึงไม่คลาย จิตมั่น
บุญ-กรรมนำสืบสาย. ตายเกิด สืบเนื่อง
ทวิภพใครขีดคั่น เสมอฟ้า ร่วงดิน ๚ะ
Kimleng : ประพันธ์
"โคลงสี่สุภาพ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ธันวาคม 2560 13:35:08 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2560 15:38:28 »


ภาพวาดระบายสีน้ำ

แม้เวียนวัฏปัฏิสนธิ์สถานใด     ขอให้ได้สมสุขเสน่หา
จนพบประสบสร้อยศาสดาอันโอฬาริกภาพจงพร้อมกัน
* เพลงยาวเจ้าฟ้าสังวาลย์ (สำนวนเดิม)

เจ้าฟ้าสังวาลย์ ทรงเป็นพระธิดาของเจ้าฟ้าเทพ (พระราชธิดาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) กับพระองค์เจ้าแก้ว (พระโอรสที่เกิดจากพระสนมในสมเด็จพระเพทราชา)

ภายหลังต่อมา เจ้าฟ้าสังวาลย์ ตกเป็นพระสนมเอกของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ทรงเป็นสตรีต้องห้าม ที่นำพาให้เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง) เข้าสู่หายนะแห่งชีวิต ด้วยอาชญากรรมอันเป็นมหันตโทษ ดับสูญไปตามวิถีกรรม แม้หากเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ทรงสามารถดำรงพระราชอิสริยยศต่อมาได้อีกประมาณ ๓ ปี ก็จักได้เสวยราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาสืบต่อจากสมเด็จพระราชบิดา (ภายหลังเจ้าฟ้ากุ้งสิ้นพระชนม์ประมาณ ๓ ปี - สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จสวรรคต ด้วยพระโรคชรา เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๐๑)


อกเอ๋ยเคยสังวาส กรรมบำราศคลาศคลาสมร
นับเดือนเลื่อนปีจร ห่อนเห็นแล้วแก้วตาเรียม
พุ่มพวงดวงดอกฟ้า ในใต้หล้าหาไหนเทียม
โฉมงามทรามเสงี่ยม      เรียมรักเจ้าเท่าดวงใจ.
"เห่สังวาส" บทพระนิพนธ์ในเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์




ตะปูดอกใหญ่ตรึ้ง         บาทา อยู่เฮย
จึงบอาจลีลา คล่องได้
เชิญผู้ที่เมตตา         แก่สัตว์ ปวงแฮ
ชักตะปูนี้ให้   ส่งข้าอัญขยม ฯ
...โคลงพระราชปรารภความทุกข์....
พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕)

ทรงเปรียบเทียบให้เห็นถึงวิกฤติแห่งปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ก่อให้เกิดความขัดข้อง
ราวกับ ตะปูดอกใหญ่ตรึ้งบาทา อยู่เฮย



เริ่มเรียนให้เร่งรู้         ทั้งสี่องค์ประมาณหมาย
หนึ่งฟังอย่าฟังดาย ให้ตั้งจิตกำหนดจำ
หนึ่งให้อุตสาหะ        เอาจิตคิดพินิจคำ
หนึ่งห้ามอย่าเอื้อมอำ ฉงนใดให้เร่งถาม
หนึ่งให้พินิจคิด         ลิขิตข้อสุขุมความ
พร้อมองค์จึงทรงนาม ว่าศิษย์แท้ที่ศึกษา

คำฉันท์ หลักหัวใจนักปราชญ์ ใน หนังสือสอนอ่าน "ประถมมาลา"

นักศึกษา-ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ ที่เรียกว่า "นักปราชญ์" จะต้องประพฤติตาม สุ.จิ.ปุ.ลิ (หัวใจนักปราชญ์)
๔ ข้อนี้ ให้เป็นจริยาวัตรของตนทีเดียว   ในสมัยโบราณ การบันทึกข้อความ (ลิขิต) นับว่าสำคัญมาก
เพราะผู้รู้มีน้อย ท่านจึงตั้งไว้เป็นหัวใจตัวสุดท้าย เพราะสำคัญที่สุดของนักปราชญ์ การบันทึกความรู้ไว้
เป็นลายลักษณ์อักษร มีประโยชน์แก่ผู้ศึกษารุ่นหลังจะได้ดำเนินรอยตามและใช้ประโยชน์ในการค้นคว้า
นั้นๆ ต่อไป ตัวอย่างบันทึกในอดีต เช่น จดหมายเหตุของหลวงจีนฟาเหียน ที่ไปสืบพุทธศาสนาในอินเดีย
หลักศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกมหาราชในอินเดีย หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง กรุงสุโขทัย เป็นต้น
 



"โฉมเฉลาเยาวภาอย่าเฉลียว               พี่เคยเที่ยวเจนจิตทุกทิศา
ไม่เคยเห็นนารีที่ต้องตา จนพบแก้วกัลยาจึ่งสร้านรัก
พี่ขอร่ำคำขาดในชาตินี้      ไม่ขอมีคู่อื่นให้เสียศักดิ์      
แม้นนวลน้องไม่ปองปรองดองรัก ขอเชิญชักดาบฟันพี่บรรลัย”  

พระราชนิพนธ์ ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว





ภาพวาด : ครู เหม เวชกร

"แม้นเขารักอย่าดื้อทำถือสัตย์              เร่งเคร่งครัดกลัวภัยใหญ่มหันต์
คำนับนอบสามีทุกวี่วัน อย่าดุดันดื้อดึงตะบึงตะบอน
ครั้นสิ้นแสงสุริยาอย่าไปไหน จุดไต้ไฟเข้าไปส่องในห้องก่อน
ระวังดูปูปัดสลัดที่นอน    ทั้งฟูกหมอนอย่าให้มีธุลีลง     
ถ้าแม้นว่าภัสดาเข้าไสยาสน์    จงกราบบาททุกครั้งอย่าพลั้งหลง     
แม้นเมื่อยเหน็บเจ็บปวดในทรวดทรวง ช่วยบรรจงนวดฟั้นให้บรรเทา” 

สุภาษิตสอนหญิง : "ภู่" - (กรมพระยาดำรงราชานุภาพสันนิษฐานว่าคือ "สุนทรภู่")
วรรณกรรมนี้ สะท้อนฐานะของอดีตสตรีไทยตามที่เป็นมาในประวัติศาสตร์
ส่องให้เห็นคุณค่าของผู้หญิงที่ถูกกำหนดให้มีฐานะเป็นเมียที่ดี เป็นช้างเท้าหลัง
เป็นบุปชาติ และทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของชายที่เป็นใหญ่ หาเลี้่ยงครอบครัว กุมอำนาจเหนือกว่า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 พฤษภาคม 2561 19:32:38 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #13 เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2561 19:39:11 »




Photo by Mckaforce (แอ็ดมิน www.SookJai.com)  

"โอ้องค์พระทรงนาค             พระแบ่งภาคมาล้างภัย
ริดเสี้ยนให้ตักษัย สงบสิ้นทั้งโลกา
ทั้งจักรสังข์บัลลังก์ทรง มาตามองค์พระจักรา
หวังรอนซึ่งพารา    ให้แหลกหล่มบรรลัยลาญ"    

จากเรื่อง รามเกียรติ์  ตอน ศึกนาคบาศ

"โขน" มรดกศิลป์แผ่นดินชั้นสูง
ปัจจุบันคนไทยมักไม่ใคร่ให้ความสำคัญในด้านวัฒนธรรมของชาติ หากเรายังคงละเลย
ไม่ส่งเสริมฟื้นฟูอนุรักษ์ศิลปแขนงนี้ไว้ ย่อมเป็นภัยอย่างใหญ่หลวงต่อการดำรงความ
เป็นเอกลักษณ์ของชาติเรา  จึงสมควรที่เราจักตระหนักในคุณค่าของสิ่งที่เป็นสมบัติ
ทางวัฒนธรรมไทยให้ดำรงอยู่คู่ชาติไทยตลอดชั่วกาลนาน.



จิตรกรรมฝาผนังวัดโอกาส ถ.สุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม

๏ งามพระเกียรติรถยศยง       . งามดังขุนหงส์
  สง่าสุวรรณพรรณราย    
๏ งามราชรถเลิศเฉิดฉาย       . กนกกอบลาย
  ลงยาราชาวดีศรี    
๏ งามราชธวัชตวัดวี       . พื้นแดงแสงสี
  สลับกับลายเงินทอง    
๏ งามพลนิกายก่ายกอง       . ธงทิวปลิวฟ่อง
  เขียวเหลืองระยับสลับแดง    
๏ งามสรรพาวุธรุทแรง       . แดดวับจับแสง
  สาตราประหนึ่งแววมณี    
๏ งามศุภฤกษ์ยามดี       . ให้ยกโยธี
  คลาจากนครบาดาล    
ฯ เชิด ฯ

จากเรื่อง  พระเกียรติรถ
สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม ทรงพระราชนิพนธ์ พ.ศ.๒๔๕๙
พระราชนิพนธ์เรื่องนี้ไม่มีหมายเหตุ ไม่ทราบว่าทรงประดิษฐ์เรื่องขึ้นหรือทรงใช้เนื้อเรื่องมาจากไหน




ทั้งโลกเปรียบเหมือนโรงละครใหญ่ ชายหญิงไซร้เปรียบตัวละครนั่น
ต่างมียามเข้าออกอยู่เหมือนกัน คนหนึ่งนั้นย่อมเล่นตัวนานา
คือแบ่งเป็นเจ็ดปางอย่างนี้ไซร้.    หนึ่งลูกอ่อนนอนไห้อยู่จ้าจ้า     
ในวงแขนพี่เลี้ยงกล่อมเกลี้ยงมา, จนกว่าจะสามารถอาจเลี้ยงตน.
สองคือเด็กนักเรียนแรกเขียนอ่าน        ถือย่ามผ่านไปพรางทางพร่ำบ่น
หน้าแฉล้มแจ่มปานพระสุริยน,    ไปโรงเรียนชอบกลราวหอยคลาน.   
ฯลฯ

ที่มา "ตามใจท่าน"
พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 สิงหาคม 2561 18:40:15 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #14 เมื่อ: 20 สิงหาคม 2561 19:20:56 »


ขอขอบคุณภาพจาก : www.bloggang.com

วานรวรราชเรื้อง พาลี
เรียกอนุชอุดมศรี       แน่งน้อย
องคตยศยงมี    ใจเสน่ห์    
มากล่าวพจนาพร้อง ถี่ถ้วนขบวนความ
--------------------  
นักสนมกรมชะแม่แม้น       สาวสวรรค์
นางในไพบูลย์พรรณ    แน่งน้อย  
เฝ้าไทภูทรงธรรม์       ธิปราช
อย่าใฝ่ในเสน่ห์คล้าย    เนตรเลี้ยวเลียมแสวง    
--------------------    
เมื่อเฝ้าเช้าค่ำคล้อย สกลกาล
จะย่อมออมกระยาหาร       หย่อนไว้
อย่ากินสิ้นเสร็จประมาณ  ประมูล ขนาด
เกลือกกวนป่วนท้องได้           ยากย้ายในวัน  
--------------------    
อนึ่งของกองโกศไว้       ในคลัง
อย่าคิดปิดแสวงหวัง    อาจเอื้อม    
เอาออกนอกคลังรัง แรงโทษ
อย่าได้มีใจเงื้อม       เงื่อนร้ายสลายคุณ
"โคลงพาลีสอนน้อง"
พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช

โคลงพาลีสอนน้อง เป็นโคลงสี่สุภาพ พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งเป็นยุคกวีเฟื่องฟูหรือยุคทองแห่งวรรณคดี สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี  ทรงมีพระราชปรารถนาอบรมสั่งสอนข้าราชสำนักและข้าราชการทั่วไป มีถ้อยคำสำนวนโวหารไพเราะ มีคุณค่าทางสุภาษิต เป็นแบบอย่างการประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในทำนองคลองธรรม มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต พระองค์ทรงหยิบยกเอา “พาลี” ในวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ ขึ้นมาพระราชนิพนธ์

ในรามเกียรติ์ตอนนั้นมีอยู่ว่า พาลีผู้ครองเมืองขีดขิน เมื่อใกล้จะถึงแก่ความตายด้วยศรพระราม ได้เรียกสุครีพ (น้องร่วมมารดา) และองคต (ผู้เป็นบุตร) มาสั่งสอนข้อปฏิบัติในการที่จะรับราชการอยู่กับพระรามต่อไป  (สุครีพและองคตนี้ คือทหารเอกของพระราม)  ความสำคัญก็คือ เรียกทั้งน้องและลูกมาฟังคำสอน เช่นสอนว่า อย่าใฝ่ใจในเสน่ห์และห้ามทำชู้กับนางสนม นางใน ของพระเจ้าแผ่นดิน, ก่อนจะเข้าเฝ้าพระเจ้าแผ่นดินให้บริโภคอาหารแต่พอประมาณ อย่ากินมากเกินไป เพราะอาจทำให้ท้องปั่นป่วนในขณะเข้าเฝ้าได้ และไม่ยักยอก ฉ้อโกงทรัพย์ของหลวง เพราะจะได้รับโทษอย่างร้ายแรง เป็นต้น  




ภาพเขียนอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต

ผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงจริงๆ เท่านั้น ที่ข้าพเจ้าต้องการแต่งงานด้วย
บ๊อบ โฮ้พ "Bob" Hope

.... บ๊อบ โฮ้พ ผู้นี้เป็นดาราตลก เขากล่าวในฐานะผู้ชายจริงๆ
ไม่ใช่ดาราตลก    และกล่าวเมื่อมีผู้รุมขอคำแนะนำจากเขาว่า
ควรจะแต่งงานกับหญิงชนิดใด
 





กระดึงพรวน ประดับศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก
วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา

"ใบโพสุสวรรณห้อย       รยาบย้อยบรุงรัง
ลมพัดกระดึงดัง        เสนาะศัพทอลเวง
เสียงดุจสังคีต    อันดึงดีดประโคมเพลง     
เพียงเทพบรรเลง รเรื่อยจับระบำถวาย"
ที่มา : ปุณโณวาทคำฉันท์
ของพระมหานาค วัดท่าท่าย  (กล่าวถึง "กระดึงพรวน")

กระดึงพรวน  เป็นเครื่องลั่นทำให้เกิดเสียง ใช้แขวนตามชายคาพระอุโบสถ พระวิหาร มณฑป  และริมปากบัวฝาละมีในพระสถูปเจดีย์   

กระดึงพรวน ทำด้วยโลหะหล่อเป็นรูปทรงคล้ายถ้วยชาคว่ำ ห้อยลูกตุ้มอยู่ข้างใน (เรียกว่า ลูกเน่ง) ตอนปลายตุ้มติดห่วงห้อยใบพานทำด้วยแผ่นโลหะเป็นรูปใบโพธิ์ เป็นที่สำหรับพานลมให้กวัดไกว เมื่อตุ้มไปกระทบตัวกระดึงทำให้เกิดเสียงดังกังวาน ไพเราะ

กระดึงพรวนนี้ นอกจากให้ใช้เป็นเครื่องให้เกิดเสียงแล้ว ยังเป็นเครื่องประดับอาคารอีกด้วย  และในปัจจุบัน กระดึงพรวนยังได้รับความนิยมแพร่หลายไม่จำกัดอยู่แต่ภายในศาสนสถานอย่างสมัยโบราณเท่านั้น แต่มีการนำไปใช้แขวนตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่างๆ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 พฤศจิกายน 2562 15:13:05 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2561 14:18:23 »


วโส อิสฺสริยํ โลเก - อำนาจเป็นใหญ่ในโลก  
...สคาถวรรค สยุตตนิกาย...

จะหาไหนได้เหมือนกรุงแล้ว ดังดวงแก้วอันสิ้นแสงใส
นับวันแต่จะยับนับไปที่ไหนจะคืนคงมา
ไป่ปรากฎเหตุเสียเหมือนดังนี้         มีแต่บรมสุขา
ครั้งนี้มีแต่พื้นพสุธา      อนิจจาสังเวทนาใจ
ทั้งนี้เป็นต้นด้วยผลเหตุ จะอาเภทกษัตริย์ผู้เป็นใหญ่
มิได้พิจารณาข้าไท เคยใช้ก็เลี้ยงด้วยเมตตา
ไม่รู้รอบประกอบในราชกิจ ประพฤติการแต่ที่ผิดด้วยอิจฉา
สุภาสิตท่านกล่าวเปนราวมา      จะตั้งแต่งเสนาธิบดี
ไม่ควรอย่าให้อรรคฐาน จะเสียการแผ่นดินกรุงศรี
เพราะไม่ฟังตำนานโบราณมีจึงเสียทีเสียวงศ์กษัตราฯ
ที่มา : เพลงยาวเรื่องตีเมืองพม่า
พระราชนิพนธ์ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท
(คัดคงตัวสะกดเดิม)




"ครานั้นขุนแผนแสนสนิท เรืองฤทธิ์ราวีจะมีไหน
เมื่อถึงคราวจะมีเหตุเภทภัยก็เกิดลางร้ายใหญ่หลายประการ
ผึ้งมาจับกกรูบูรพทิศ         วิปริตมากมายหลายสถาน
เห็ดขึ้นกลางเตาเท่าลำธาร     เต่าก็คลานขึ้นไปขี้บนที่นอน
แมวออกลูกห้าตัวหัวเป็นเต่า หมามีเขาขึ้นที่หน้าคล้ายกาสร
รุ้งกินน้ำในกระถางอ่างมังกร เหี้ยขึ้นหอนเห่าคนบนหลังคา..."

ที่มา : กลอนเสภาขุนข้างขุนแผน
คนแต่ก่อนถือลางชั่ว ลางร้ายบอกเหตุ หรือสิ่งอัปมงคลต่างๆ กันมาก
บทเสภานี้เกิดเหตุต่างๆ ขึ้นที่บ้านขุนแผน เป็นเสภาตลกที่ได้กล่าวถึงสิ่งที่คนไทยแต่ก่อนถือเป็นลางบอกเหตุร้าย
คัดจาก หนังสือธรรมคดี งานเขียนของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช
จัดพิมพ์โดย สำนักพิมพ์ดอกหญ้า 2000





• ความพยายาม ถ้าพยายามกระทำกิจอันเปนประโยชน์ก็นับว่าพยายามดี
แต่ถ้าพยายามในกิจซึ่งไร้ประโยชน์ และกลับจะให้โทษแก่ผู้อื่น จะนับว่าพยายามดี ด้วยฤๅ?

• อันภาษิตบุราณกล่าวว่า จงฝนทั่งให้เปนเข็ม แต่ถ้าจะมีผู้พยายามฝนทั่งจนเป็นเข็มจริงๆ
จะเปนประโยชน์อย่างใดบ้าง เพราะภาษิตบทนี้เป็นการเปรียบเทียบพอเปนอุทาหรณ์แห่ง
ความพยายาม เพราะฉนั้นผู้จะใช้ความพยายามจงไตร่ตรองเสียให้พอๆ ก่อนจะดี.
   

ดุสิตสมิต เล่ม ๑๑ ฉบับที่๑๒๖ (พ.ศ.๒๔๖๔) หน้า ๑๕๐
สุภาษิตพระราชนิพนธ์ ของ สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร
มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
คัดโดยคงพยัญชนะและตัวสะกดเดิม



ภาพวาด ครูเหม เวชกร

การโค่นกล้วยอย่าไว้          . หน่อแนม
มักจะเสือกแทรกแซม     สืบเหง้า
โค่นพาลพวกโกงแกม          . กุดโคตร มันแฮ
จึ่งจักศูนย์เสื่อมเค้า     เงื่อนเสี้ยนศัตรู

โคลงสุภาษิตประจำภาพในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

สำนวนนี้หมายถึง การจะทำลายล้างคนพาลสันดานโกงให้สิ้นซาก ก็ต้องกำจัดให้หมดทั้งโคตรวงศ์ตระกูล
ไม่ให้เหลือเชื้อสายที่จะเกิดใหม่ได้ จึงจะปราบศัตรูได้หมดสิ้น




ภาพจาก วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขกสีลม) กรุงเทพฯ

คนเรา จะเป็นผู้ถือสัญชาติใด และถือศาสนาใดก็ตาม
ย่อมไม่ชอบและไม่ไว้ใจบุคคลที่ไร้ธรรม


จากเรื่อง พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร
พระราชนิพนธ์ ใน สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 มีนาคม 2562 18:17:49 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #16 เมื่อ: 28 มีนาคม 2562 18:24:31 »



กามินทร์มือยุดเท้า          . เหยียดหยัด
มือหนึ่งเท้าเข่าขัด     สมาธิ์คู้
เข้าฌานช่วยแรงดัด. ทุกค่ำ คืนนา
ระงับราคอยากจะสู้     โรคร้ายภายใน ฯ

โคลงฤๅษีดัดตน
(ดัดตนแก้เส้นมหาสนุกระงับ)



ภาพจาก วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ

๏ แลดูอรุณไขแสง              แสงแดงเรื่อเรืองเวหา
ดูแชล่มเหมือนแก้มกัญญา โสภาแรกรุ่นดรุณราม
ดาวเดือนเลือนลับเวหน สุริยนผ่องพื้นภูมิสาม
แสงจับยอดไม้ใบงาม วามวามน้ำค้างเคลือบใบ
แสงจับรถแก้วแวววับ แสงจับเกราะทหารน้อยใหญ่
ดูพลสะพรั่งพร้อมไป ผ่องใสราวพลเทวัญ
จาก ศกุนตลา พระราชนิพนธ์ ใน สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤศจิกายน 2562 14:55:49 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 18 พฤศจิกายน 2562 14:12:29 »









ภาพเขียนสีน้ำอย่างวิจิตร ๔ ภาพ ฝีมือนายริโกลี ประกอบโคลงภาษิตของนักรบโบราณ

ภาษิตของนักรบโบราณ

นักรบฝรั่งเศสโบราณมีภาษิต สำหรับเป็นบรรทัดฐานแห่งความประพฤติของเขา ๑ บท
เป็นภาษิตที่น่าจับใจยิ่งนัก, มีข้อความดังต่อไปนี้


"Mon âme au Dieu,
Mon bras au roi,
Mon Coeur aux dames,
L’honner â moi."

ภาษิตบทนี้เป็นที่จับพระราชหฤทัยแห่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวยิ่งนัก
จึงได้ทรงพระราชนิพนธ์เป็นคำโคลงภาษาไทยขึ้นว่า


มะโนมอบพระผู้        เสวยสวรรค์
แขนมอบถวายทรงธรรม์       เทอดหล้า
ดวงใจมอบเมียขวัญ และแม่
เกียรติศักดิ์รักของข้า มอบไว้แก่ตัวฯ

แล้วได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตรกรชาวอิตาลีในกรมศิลปากร
ชื่อนายคาร์โล ริโกลี (Mr.Carlo Rigoli) เขียนภาพขึ้นไว้ ๔ ภาพ
เพื่อประกอบโคลงบทนั้น บาทละภาพ
 

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 พฤศจิกายน 2562 15:14:07 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #18 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2562 15:09:25 »


องค์สมเด็จพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้พระปรมาภิเษกสัมโพธิญาณ
อยู่บนรัตนบัลลังก์ใต้ควงไม้มหาโพธิ์ ในเย็นวันวิสาขะ ที่จะตรัสรู้

ภาพวาด ครูเหม เวชกร

๏ วาระพระประสูติ             ศุภกาล
อีกตรัสะรู้สัม โพธิ
อีกปรินิพพาน วันเอก อุดมแฮ
เราก็ควรน้อมศิ โรตม์ก้มวันทา
. .
๏ กายามะนัสน้อม นมัสการ
รำลึกพระคุณพระ โลกนาถ
ในเมื่อวิศาขวาร เพ็ญเพียบ
เทียนธูปอีกมาลาศ พรั่งพร้อมทูลถวาย
. .
๏ ด้วยกายและจิตพร้อม             วาจา
เคารพพระมุนินทร์ ศากยะ
ขอเดชพระมหา ไตรรัตน์
คุ้มขจัดพิบัติผละ โทษร้ายภัยพาล ฯ
จาก โคลงมหาวิชชุมาลี "สุโข พุทธานํ อุปปาโท" (ธรรมะบท, ขุททะกะนิกาย)
พระราชนิพนธ์ ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่หนังสือพิมพ์ดุสิตสมิต (ตีพิมพ์ในหนังสือ "ดุสิตสมิต" เล่ม ๒ ฉบับที่ ๒๒ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๖๒)





เมื่อทศกัณฐ์แปลงกายเป็นฤๅษี ไปซุ่มเงียบแอบดูนางสีดา ก็หลงใหลความงามของนาง
ดังบทละครในเรื่อง รามเกียรติ์ พระราชนิพนธ์ ใน รัชกาลที่ ๑ ให้ทศกัณฐ์รำพันว่า


๏ พิศพักตร์ผ่องพักตร์ดังจันทร     พิศขนงก่งงอนดังคันศิลป
พิศเนตรดังเนตรมฤคิน พิศทนต์ดังนิลอันเรียบราย
พิศโอษฐ์ดังหนึ่งจะแย้มสรวล พิศนวลดังสีมณีฉาย
พิศปรางดังปรางทองพราย พิศกรรณคล้ายกลีบบุษบง
พิศจุไรดังหนึ่งแกล้งวาด พิศศอวิลาสดังคอหงส์
พิศกรดังงวงคชาพงศ์ พิศทรงดังเทพกินรา
พิศถันดังปทุมเกสร พิศเอวเอวอ่อนดังเลขา
พิศผิวผิวผ่องดังทองทา พิศจริตกิริยาจับใจ ฯ

ทศกัณฐ์ชมโฉมนางสีดาว่า “พิศเนตรดังเนตรมฤคิน”  มฤคิน คือ กวาง หรือ เนื้อ การเปรียบเทียบดวงตาของสตรีกับตากวาง ไม่ต่างจากบทละครสันสกฤต เรื่อง “มาลตีมาธว” ของ ภวภูติ กวีแขกที่พรรณนาว่า   “...นับแต่วันที่ข้าเห็นมาลตีเป็นครั้งแรก ดวงตาที่งามประดุจตากวาง ทำให้ข้าบังเกิดความเสน่หาในตัวนางอย่างลึกล้ำ...”  

ที่เปรียบเทียบดวงตาสตรีกับตากวางเพราะถือว่าดวงตาที่งามควรมีลักษณะเหมือนตากวาง คือ กลมโต ดำสนิท ใสแจ๋ว ซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสา จึงจะถือว่างามพร้อม

นางสีดานับได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญ ที่เป็นจุดเริ่มของเหตุการณ์ที่โยงไปสู่การรบกันระหว่างพระรามกับทศกัณฑ์ ก่อนที่จะลงมาเกิดเป็น นางสีดา เธอคือ พระลักษมี เป็นมเหสีเอกของพระนารายณ์ ที่อวตารลงมาเกิดเพื่อเป็นคู่ครองพระนารายณ์ หรือก็คือ พระราม นั้นเอง  

ขอขอบคุณที่มาภาพ-ข้อมูล : คอลัมน์ จ๋าจ๊ะ วรรณคดี "งาม-งอม" หนังสือ มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับประจำวันที่ ๒๙ พ.ย.- ๕ ธ.ค. ๒๕๖๒ และ เว็บไซต์ teen.mthai.com
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 ธันวาคม 2562 16:22:11 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
Kimleng
'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น อะไรที่ชอบก็บอกของนั้นดี อะไรที่ไม่
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 14
*

คะแนนความดี: +5/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 3936


'อกุศลธรรม' เป็นสิ่งเกิดขึ้นจากการตามใจคนทั้งนั้น

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #19 เมื่อ: 08 ธันวาคม 2562 16:42:38 »



รูปหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส "ผีเสื้อสมุทร" ที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย นครปฐม
แรกเริ่ม ผู้ปั้น (อาจารย์ดวงแก้ว พิทยากรศิลป์ และคณะ)  กำหนดไว้ว่า จะสร้างรูป
ผีเสื้อสมุทรเป็นรูปยักษีที่ีมีหน้าตาดุร้าย น่าเกลียดน่ากลัว แต่จากการศึกษาค้นคว้า
ผีเสื้อสมุทรมีความน่ากลัวแต่เพียงชื่อ "นางยักษีผีเสื้อสมุทร" ในบทนิพนธ์ของท่าน
สุนทรภู่ น่าสงสารมาก ความน่าเกลียดน่ากลัวของผีเสื้อสมุทร ถูกความน่าสงสาร
น่าเห็นใจบดบังหมดสิ้น ดังนั้น อาจารย์ดวงแก้วจึงเปลี่ยนรูปแบบจากการสร้างรูปยักษ์
ที่น่ากลัวมาสร้างรูปยักษ์ที่น่าสงสารแทน.

๏ นิจจาเอ๋ยเคยอยู่เป็นคู่ชื่น    ทุกวันคืนค่ำเช้าไม่เศร้าหมอง
จนมีลูกปลูกเลี้ยงเคียงประคอง      มิให้ข้องเคืองขัดพระอัชฌา
อยู่ดีดีทิ้งเมียมาเสียได้ เสียน้ำใจน้องรักเป็นนักหนา
จึงอุตส่าห์พยายามสู้ตามมา ขอเป็นข้าบาทบงสุ์พระทรงธรรม์ฯ

จากวรรณกรรมเรื่อง พระอภัยมณี : นางผีเสื้อสมุทรรำพันถึงความรัก ความจงรักภักดีที่มีต่อพระอภัยมณี

พระอภัยมณีถูกพระบิดาไล่ออกจากเมือง ได้เดินทางดั้นด้นมาถึงริมทะเล ได้พบพราหมณ์ ๓ คน ชื่อ โมราผู้ชำนาญการผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์ท่องทะเล  วิเชียรผู้สามารถยิงธนูได้คราวละ ๗ ดอก และสานน ผู้สามารถเรียกลมฝนได้ตามใจปรารถนา พราหมณ์ทั้ง ๓ คนเกิดสงสัยในวิชาเป่าปี่ของพระอภัยว่าจะวิเศษสักเพียงใด พระอภัยมณีจึงเป่าปี่ให้ฟัง ทุกคนในที่นั้นถูกเสียงปี่สะกดจนหลับหมด ขณะนั้น นางผีเสื้อสมุทรซึ่งอาศัึยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลผ่านมาเห็นพระอภัยมณีก็นึกรัก จึงสะกดพระอภัยมณีแล้วพาไปไว้ในถ้ำ แปลงตัวเป็นหญิงสาวสวยคอยปรนนิบัติ  ส่วนพระอภัยดูดวงตา เห็นไม่มีแววก็รู้ว่าไม่ใช่มนุษย์ แต่ต้องจำทนอยู่กินกับนางผีเสื้อสมุทร จนมีลูกชื่อ สินสมุทร

พระอภัยมณีเมื่อได้โอกาสจึงหนีนางผีเสื้อสมุทร โดยอาศัยลูกคือสินสมุทร ซึ่งมีอำนาจและพละกำลังเหมือนแม่ วางแผนออกอุบายให้นางผีเสื้อสมุทรไปจำศีลสะเดาะห์ แล้วสินสมุทรช่วยเปิดหินซึ่งปิดปากถ้ำออก แล้วพระอภัยมณีกับสินสมุทรก็มุ่งตรงไปยังเกาะแก้วพิสดารซึ่งมีพระโยคีผู้วิเศษพำนักอยู่.

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 ธันวาคม 2562 16:54:42 โดย Kimleng » บันทึกการเข้า



กิมเล้ง @ สุขใจ ดอท คอม
สูตรอาหาร ทำกับข้าว เที่ยวไปทั่ว
คำค้น:
หน้า:  [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
"ต้องศรกามเทพ" สำนวน "รักแรกพบ"
สุขใจ จิบกาแฟ
Kimleng 0 1831 กระทู้ล่าสุด 18 มกราคม 2559 16:38:48
โดย Kimleng
ความแตกต่างระหว่าง สำนวน สุภาษิต คำพังเพย
สุขใจ จิบกาแฟ
The Monkey Mum 0 15 กระทู้ล่าสุด 20 ตุลาคม 2563 20:15:04
โดย The Monkey Mum
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 1.546 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 23 ตุลาคม 2563 11:32:52