[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
02 ตุลาคม 2565 20:37:02 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก เวบบอร์ด ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

  แสดงกระทู้
หน้า:  1 2 3 [4] 5 6 ... 96
61  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: บรรยากาศเนื่องในวาระครบรอบ ๒๖๐๐ พุทธยันตี ภาค 1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2555 10:33:00
รัก
62  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: บรรยากาศเนื่องในวาระครบรอบ ๒๖๐๐ พุทธยันตี ภาค 1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2555 10:31:52


พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ {บุคคลผู้เลิศผู้ประเสริฐที่สุดในโลก}พระองค์

ทรงเป็นผู้ห่างไกลจากกิเลสโดยประการทั้งปวง(อรหันต์)ทรงตรัสรู้โดยชอบได้โดย

พระองค์เอง(สัมมาสัมพุทธะ)ในวันที่พระองค์ทรงตรัสรู้นั้นพระองค์เสด็จไปที่ใต้ต้น

พระศรีมหาโพธิ เมื่อพระอาทิตย์ยังไม่อัสดงคต(ยังไม่ตกดิน)พระองค์ทรงชนะมาร คือ..............................

เทวปุตตมารซึ่งเป็นเทวดาในสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสสวัตตีที่มารังควานพระองค์ ด้วย

พระบารมีที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลานานถึง{๔ อสงไขยแสนกัปป์}ที่จะ

เสด็จมาประทับนั่งที่โพธิบัลลังก์ซึ่งใคร ๆ ก็ไม่สามารถทำให้พระองค์เคลื่อนจากฐานะนี้

ได้ แต่ในขณะนั้นยังไม่ทรงตรัสรู้ จนทั่งถึงเวลาใกล้รุ่งของวันนั้น{วันเพ็ญเดือน ๖}

พระองค์ำก็ได้ทรงตรัสรู้ ชนะมารคือกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้นกิเลสทั้งหลายไม่

สามารถเกิดขึ้นได้อีก ชาตินั้นเป็นชาติสุดท้ายสำหรับพระองค์ไม่มีภพใหม่อีกต่อไป

สำหรับเรื่องมารนั้น มีรายละเอียดที่หลายหลายมากถ้าจะกล่าวโดยประมวลแล้ว{วัฏฏะ}

เป็นมาร พระอรหันตสัมมาัสัมพุทธเจ้า ทรงชนะมาร คือ {วัฏฏะ}ทั้งสิ้นแล้วพระองค์ทรง

ค้นค้นนายช่างผู้สร้างเรือนคือโลภะได้แล้วทรงดับโลภะได้อย่างหมดสิ้น ไม่เป็นเหตุ

ให้พระองค์ต้องเกิดในภพใหม่อีกต่อไป

ดังนั้น..........ในวันก่อนที่พระองค์จะทรง{ตรัสรู้}นั้นทรงชนะมารที่เป็น  เทวปุตตมาร แต่ที่

จะทรงชนะมารคือกิเลสได้ก็ในขณะที่พระองค์ทรงตรัสรู้ ในเวลาใกลุ้รุ่งของวันเพ็ญเดือน ๖

สิ่งที่พระองค์ทรงตรัสรู้นั้น คือ อริยสัจจ์ ๔ ประการได้แก่ ทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์

ความดับทุกข์ และหนทางที่เป็นไปเพื่อความดับทุกข์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีจริงทั้งหมดทุก

ประการพระองค์ทรงตรัสรู้ตามความเป็นจริง เมื่อทรงตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็น

จริงแล้วทรงมีพระมหากรุณาที่จะเกื้อกูลสัตว์โลกให้ได้เข้าใจในสิ่งที่มีจริงเหมือน

อย่างที่พระองค์ทรงเข้าใจจึงทรงแสดงพระธรรมประกาศพระศาสนาแก่สัตว์

โลกซึ่งมีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากพระธรรม ตามระดับขั้นของความเข้าใจของแต่ละ

บุคคลสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ถึงความเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่าง ๆ สูงสุดถึง

ความเป็นพระอรหันต์ มีเป็นจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

ท่านเหล่านี้ก็ตรัสรู้ความจริง คือ สัจจะทั้ง ๔ ประการนั้นแต่ไม่ได้ตรัสรู้เองเหมือน

อย่างพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าต้องเป็นผู้ที่ได้ฟังพระธรรมได้ฟังความจริงที่

พระองค์ทรงแสดงจึงสามารถตรัสรู้ได้ซึ่งจะเห็นได้ว่าสัจจะคือสิ่งที่มีจริงเหล่านี้ทำให้

บุคคลผู้รู้แจ้งถึงความเป็นพระอริยะได้เมื่อเห็นอริยสัจจ์ ๔ ตามความเป็นจริงก็จะเป็น

เหตุให้ไม่ต้องวนเวียนไปใน{วัฏฏะ}อีกต่อไป




บทความจาก............

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

๑๗๔/๑ ซอยเจริญนคร ๗๘ แขวง

ดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐


63  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: บรรยากาศเนื่องในวาระครบรอบ ๒๖๐๐ พุทธยันตี ภาค 1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2555 10:30:33

ทั้งหมด - ทั้งปวงนี้เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา

เว็บไซต์ สุขใจ เป็นเว็บ ฯ กึ่ง ๆ ธรรมมะจึงเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำภาพเหล่านี้เขาสู่เว็บ ฯ สุขใจเพื่อประโยชน์อันพึงมีต่อไปในภาย

ภาคหน้า ถ้าเจ้าของเว็บ ฯ ไม่ปิดเว็บแบบ เว็บ ฯ {เขากะลา} เหมือนเมื่อก่อนนี้



64  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / บรรยากาศเนื่องในวาระครบรอบ ๒๖๐๐ พุทธยันตี ภาค 1 เมื่อ: 05 มิถุนายน 2555 10:16:15


ภาคที่ ๑ เวียนเทียนนมัสการพระบรมสารีริธาตุ - เรียนธรรมะ

เนื่องในวาระ วันวิสาขบูชา ปี 2555 เป็นวันสำคัญของโลก เป็นธรรมเนียมที่  Sometime ต้องไปเก็บภาพบรรยากาศ วันสำคัญ

วันนี้ให้จงได้ จึงได้ตากแดด - กรำฝนไปถ่ายภาพมาให้ชาว สุขใจ ได้เชยชม แต่ว่าภาพทั้งหมดนี้ถ่ายด้วยกล้องอันแสน

กระจอกของ Sometime Canon Power Shot A 495

อาจมีผู้ไม่หวังดี...........Save ภาพไป POST ต่อ


ถึงอย่างไรก็ห้ามเขาไม่ได้ถ้า (:LOVE:)เขาอยากจะ Save ไปด้วยความคึกคะนอง Sometime เองก็เดินไปเจอรูปของ  

Sometime ในงานนี้เหมือนกันทั้งภาพที่ SCAN จากเครื่อง SCAN ภาพของ Sometime ด้วยเพราะเมื่อก่อนนี้ Sometime เคยใช้

กล้องฟิล์มคือ ถ่ายภาพแล้วนำไปให้ร้านอัดรูปทำออกมาเป็นภาพแล้วเอามา SCAN แล้วนำขึ้นเว็บไซต์อีกที่หนึ่งซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยาก

มากลงทุน - ลงแรง - ลงเงินไม่รู้กี่บาท - ต่อกี่บาทแต่พวกชุบมือเปิบกลับนำผลงานของคนอื่นไปเผยแพร่โดยไม่ต้องลงทุน ก็ขออนุโมทนา

บุญด้วยภาพทั้งหมดถือว่าเป็นสาธารณะประโยชน์ก็ขอให้นำไปใช้ในทางที่ถูกที่ควรก็แล้วกันน่ะ ยังมีอีกหลายร้อยภาพรวมทั้งภาพพระเมรุ

ด้วย

หมายเหตุ.......กว่าจะ POST ได้แต่ละกระทู้แทบตายเลย


ใจสะอาด - ใจสว่าง - ใจสงบ

ภาพถ่ายจากวัน จันทร์ ที่ 4 มิถุนายน 2555

ปลายฟ้า สานฝัน.............http://rompho.multiply.com/
65  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / พหูสูตร เมื่อ: 01 มิถุนายน 2555 20:40:16



ถ่ายภาพประกอบกระทู้โดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย



ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น



เพราะว่าปัญญาจะรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

ต้องอาศัยการฟังเป็น{พหูสูตร}

สภาพธรรมกำลังปรากฏใครที่ลืมไปก็ให้ทราบ และ ระลึกได้ในขณะนี้ว่า

ทางตากำลังมีสภาพธรรมกำลังปรากฏ ทางหูมีสภาพธรรมกำลังปรากฏ

สำหรับผู้ที่อบรมเจริญปัญญาจนรู้ทั่วจะไม่มีตวามสงสัยเลยว่า

สภาพธรรมที่กำลังปรากฏทางตาก็คือปกติอย่างนี้

ขอให้เป็นการ{อบรมเจริญปัญญา}ความรู้ - ความเข้าใจ

ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

ตามปกติไปเรื่อย ๆ

เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่ากว่าจะละคลายการยึดถือ

สภาพธรรมว่าเป็นตัวตนเป็นสัตว์ - เป็นบุคคล  

ปัญญาจะต้องละเอียด  

และต้องรู้ว่าขณะนั้นยังมี{อัตตสัญญา}

ยังมีการนึกถึงลี้นว่า อ่อน หรือ แข็ง จนกว่าจะละ

{อัตตสัญญา}

ไม่มีนั่ง นอน ยืน เดิน แขน ตา กระดูก - เลือด

ไม่มีอะไรทั้งหมด

มีแต่ลักษณะสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ

จริงเมื่อไรปัญญาสามารถที่จะละคลาย

วางการที่เคยยึดถือขันธ์ ๕ ว่าเป็นเรา

ขณะนั้นจะรู้ได้ด้วยตนเองว่าค่อย ๆ คลาย

ไม่ใช่สามารถที่จะหมดไปได้ทันทีอย่างรวดเร็ว

สติของตนเกิดระลึกรู้ลักษณะสภาพธรรม

ที่กำลังปรากฏหรือเปล่า

ไม่ใส่ใจถึงคนอื่นเลยขณะนั้น

จะไม่เป็นเหตุให้เดือดร้อนใจ

ด้วยอกุศลใดๆทั้งสี้น

เพราะฉะนั้นก็รู้ว่าขณะนั้น

เป็นสติที่เกิด

ไม่ใช่เรา

กว่าจะไม่มีเราจริง ๆ

ก็จะต้องรู้ว่าเป็นสติเกิด ๆ ๆ

จนกว่าจะไม่มีเรา



ข้อความบางตอนจาการสนทนาธรรมโดย ท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์และคณะวิทยากร

มูลนิธิบ้านธรรมะ ฝั่งธนบุรี

<a href="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/24.wma" target="_blank">http://www.fungdham.com/download/song/allhits/24.wma</a>

<a href="http://www.youtube.com/v/HDshVkjq2HU?version=3&amp;feature=player_detailpage" target="_blank">http://www.youtube.com/v/HDshVkjq2HU?version=3&amp;feature=player_detailpage</a>
66  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / วารสารบ้านอารีย์ ฉบับที่ 85 เมื่อ: 01 มิถุนายน 2555 17:43:54



ถ่ายภาพโดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย




............................มัชฌิมประภาสปุญสถาน........................


ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญอนุตรวิถี กลับจิตแปรใจ ได้คืนจิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ......................



<a href="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=95538089&amp;access_key=key-1fxz6o1ddxan1i0lazmx&amp;page=1&amp;viewMode=list" target="_blank">http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=95538089&amp;access_key=key-1fxz6o1ddxan1i0lazmx&amp;page=1&amp;viewMode=list</a>

<a href="http://www.fungdham.com/download/song/sec2/2buddhapower/05.wma" target="_blank">http://www.fungdham.com/download/song/sec2/2buddhapower/05.wma</a>
67  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / นาฬิกาตัดกังวล เมื่อ: 01 มิถุนายน 2555 17:08:57




.............................มัชฌิมประภาสปุญสถาน........................


ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญอนุตรวิถี กลับจิตแปรใจ ได้คืนจิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ......................




(:LOVE:)คำว่า ปรุงแต่ง รัก


ปรุงแต่ง ในที่นี้ ก็ต้องเข้าใจว่า อะไรที่ปรุงแต่ง เมื่อจิตเกิดขึ้น ก็ต้องมีเจตสิกเกิด

ร่วมด้วย สภาพธรรมที่เป็นเจตสิก ชื่อว่า ปรุงแต่ง คือ ปรุงแต่งให้จิตเกิดขึ้นนั่นเอง

เพราะฉะนั้น ขณะใดที่จิตใดจิตหนึ่งเกิดขึ้น ชื่อว่า ปรุงแต่งแล้ว เพราะโดยมาก ความ

เข้าใจเดิม เข้าใจกันว่า ขณะใดที่เป็นอกุศลจิต ชื่อว่า ปรุงแต่ง แต่ในความเป็นจริง

จิตทุกประเภทที่เกิดขึ้น ปรุงแต่งแล้ว ขณะนี้เห็น ยังไม่เป็นกุศล อกุศลเลย ปรุงแต่ง

แล้ว ด้วยเจตสิกทีเกิดขึ้น แม้ขณะที่กุศลจิตเกิด ไม่ใช่อกุศลจิต ก็ปรุงแต่งแล้วด้วย

เจตสิกที่ปรุงแต่งให้กุศลจิตเกิดขึ้นนี่คือ ความละเอียดของคำว่าปรุงแต่ง

ใน{สังสารวัฏฏ์}ที่เกิดมา เราได้สะสมกิเลสมามาก กิเลส เป็นเครื่องเศร้าหมองของ

จิตใจ เป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่าง เมื่อสะสมกิเลสมามาก กิเลสจึงเกิดมากเป็นธรรมดา

ในแต่ละวัน ๆ อกุศลจิตเกิดขึ้นเป็นไปมากทีเดียว เทียบส่วนกันไม่ได้เลยกับกุศล  

เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร

ทั้งสิ้น จะบังคับไม่ให้เกิดก็ไม่ได้แม้จะได้พบพระพุทธศาสนาแต่ก็ได้ฟังพระธรรม

น้อยกว่าฟังเรื่องอย่างอื่น ปัญญาจึงน้อย เจริญช้า ดังนั้น เมื่อปัญญายังน้อยก็ไม่มีกำ

ลังที่จะทำอะไรกับกิเลสได้กิเลสจึงเกิดบ่อยมากในชีวิตประจำวัน ทั้งโลภะ ความติด

ข้องต้องการ โทสะ ความโกรธ ความขุ่นเคืองใจ โมหะ ความหลงความไม่รู้ อิสสา

ความริษยา มัจฉริยะ ความตระหนี่



บ้านอารีย์..................http://www.baanaree.net/


<a href="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=44408330&amp;access_key=key-25byzwji6ehbpz7y1jug&amp;page=1&amp;viewMode=list" target="_blank">http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=44408330&amp;access_key=key-25byzwji6ehbpz7y1jug&amp;page=1&amp;viewMode=list</a>

<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae1"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva1"><script type="text/javascript"><!-- // --><![CDATA[ var oldLoad = window.onload; window.onload = function() { if (typeof(oldLoad) == "function") oldLoad(); if (typeof(aevacopy) == "function") aevacopy(); } // ]]></script><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/21.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/21.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.fungdham.com/download/song/allhits/21.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc1"></td></tr></table>
68  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / A STUDY OF RIGHT LIVELIHOOD IN BUDDHISM เมื่อ: 01 มิถุนายน 2555 15:22:09



(:LOVE:)ศึกษาสัมมาอาชีวะในพระพุทธศาสนา รัก

กว่าจะทำได้แต่กระทู้แทบตายบร์อดไม่รับ Code ต่างเผ่า




<a href="http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=69134549&amp;access_key=key-gpjbx41ly8fi1yipnqm&amp;page=1&amp;viewMode=lis" target="_blank">http://d1.scribdassets.com/ScribdViewer.swf?document_id=69134549&amp;access_key=key-gpjbx41ly8fi1yipnqm&amp;page=1&amp;viewMode=lis</a>



พุทธจริยา................พุทธจริยา

Sometime Home........http://poerlife.fx.gs/index.php?topic=1200.0

............................มัชฌิมประภาสปุญสถาน........................

ขอบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้กระทำนี้จงเป็นปัจจัยเกื้อหนุนสรรพชีวิตทั้งหลายให้ได้บำเพ็ญอนุตรวิถี กลับจิตแปรใจ ได้คืนจิตเดิม มีความสงบเย็นใจกาย ปราศจากเสียซึ่งสรรพกำทุกข์ ปลอดพ้นจากภัยเวร สงครามข้าวยาก ด้วยเดชะบุญนี้ จงช่วยค้ำชูบิดา - มารดา ครูบาอาจารย์ - ผู้มีพระคุณ ญาติสนิท - มิตรรัก ศัตรูหมู่มาร สรรพเจ้ากรรมนายเวร เทวาทุกชั้นฟ้า อารักษ์ทั่วชั้นดิน เหล่าภูติ นาคา - นาคี เหล่าวิญญา - หมู่เปรต - อสูรกายเหล่าสัตว์ใด ๆ จงเป็นผู้ได้รับอานิสงค์เดชะแห่งผลบุญนี้ท่วนทั่วทุกคนเทอญ......................


<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae2"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva2"><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/23.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/23.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.fungdham.com/download/song/allhits/23.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc2"></td></tr></table>
69  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: ถาม - ตอบปัญหาธรรมเรื่อง"การฆ่าสัตว์เป็นบาป" เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 21:04:54



ตอบ.......เรามาเข้าใจก่อนว่า

กรรมที่เป็นกุศลหรืออกุศลอยู่ที่{เจตนา}เป็นสำคัญองค์ของ

การฆ่าสัตว์ที่จะเป็น{ปาณาติบาต}ต้องครบ 5 ข้อคือ.........................

องค์ของปาณาติบาตนั้นมี ๕ อย่าง คือ............................

๑. ปาโณ สัตว์มีชีวิต

๒. ปาณสัญญิตา รู้ว่าสัตว์มีชีวิต

๓. วธกจิตตัง มีจิตคิดฆ่า

๔. อุปักกโม มีความพยายาม

๕. เตนมรณัง สัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น

ดังนั้น........จะเป็นบาปหรือไม่ คือ จะเป็นการฆ่าสัตว์ที่เป็น ปาณาติบาตหรือไม่ สำคัญว่า................

มีเจตนาฆ่าหรือไม่ในขณะนั้นหรือเปล่าเช่น เดินเหยียบมดขณะนั้นไมได้มี

เจตนาฆ่า แม้สัตว์นั้นจะตาย แต่ก็ไม่เป็นปาณาติบาต เพราะไม่มี(เจตนาฆ่า)

เพราะฉะนั้น.........ขอบเขตที่เป็น(ปาณาติบาต)จึงอยู่ในองค์ 5 ข้อที่กล่าวมา โดยสำคัญ

ที่เจตนาเป็นสำคัญว่ามีเจตนาทุจริตไม่ดี มีเจตนาฆ่าหรือไม่ถ้าไม่มีเจตนาฆ่า

แม้สัตว์นั้นะตายก็ไม่เป็น(ปาณาติบาต)

ส่วนประเด็นเรื่องที่ถามว่า.........................

แต่ทุกวันเรายังบริโภคเนื้อสัตว์เป็นอาหารแล้วเราจะอธิบายสิ่งนี้ว่าอย่างไร หรือยกเว้น

สัตว์ที่เป็นอาหาร ?

ถามว่าขณะที่ทานเนื้อขณะนั้นมีเจตนาฆ่าหรือเปล่า ? ไม่มีเจตนาฆ่าในขณะนั้น  

แต่มีเจตนาที่จะบริโภคถามต่อว่าคนที่ทานมังสวิรัติกับคนที่ทานเนื้อจิตขณะนั้น

ต่างกันไหม ? ถ้าเป็นปุถุชนจิตขณะนั้นมีความต้องการ(โลภะ)เหมือนกันไหม ?

ก็เจตนาที่จะทานเหมือนกันโลภะเหมือนกันพระอรหันต์ไม่มีกิเลสทานเนื้อกับ

ปุถุชนทานมังสวิรัติจิตของคนทั้งสองที่ทานต่างกันไหม ? พระอรหันต์ติดในรสไหม  

พระอรหันต์มีเจตนาฆ่าเนื้อตอนนั้นไหมปุถุชนทานมังสวิรัติ ติดในรสไหม ? ถ้าติดใน

รส(โลภะ)เป็นบุญหรือบาป ถ้าเป็นโลภะ  

ดังนั้นอาหารจะทำอะไรได้ถ้าจิตมากไปด้วยกิเลสสัตว์จะบริสุทธิ์ได้มิใช่เพราะ

อาหารแต่เพราะปัญญาที่เกิดจากการฟังคำสอนของพระพุทธเจ้าขอยกข้อความ

ในพระไตรปิฎกว่าบุญ - บาป อยู่ที่เจตนาและเรื่องพระพุทธเจ้าเสวยเนื้อหรือไม่ ?




จาก......บร์อดสนทนาธรรมมูลนิธิบ้านธรรมะโดยท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์และคณะวิทยากร



<a href="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/13.wma" target="_blank">http://www.fungdham.com/download/song/allhits/13.wma</a>
70  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / ถาม - ตอบปัญหาธรรมเรื่อง"การฆ่าสัตว์เป็นบาป" เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 20:57:50




ถ่ายภาพประกอบโดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย



ถาม........ศีลข้อหนึ่งของพระพุทธศาสนาคือ การไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต อยากทราบว่าศีลข้อนี้มี

ขอบเขตครอบคลุมเพียงใด? ซึ่งผมมีคำถามว่า ถ้าหากการฆ่าสัตว์ทุกชนิดเป็นบาป

ไม่เว้นว่าจะเป้็นสัตว์ประเภทใดก็ตาม แต่ทุกวันเรายังบริโภคเนื้อสัตว์เป็นอาหาร แล้ว

เราจะอธิบายสิ่งนี้ว่าอย่างไร หรือยกเว้นสัตว์ที่เป็นอาหาร ?
71  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: อริยสาวิตรีบูชา เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 15:50:15


พระไตรปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่มที่ 47 หน้าที่ 439


ก็ในบทนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสหมายถึงอริยสาวิตรีนี้ว่า พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ

ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ อันเป็นเบื้องต้นแห่งพระไตรปิฎกซึ่งเป็น

พระปรมัตถเวทอันพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ผู้เป็นพราหมณ์ชั้นเยี่ยมประกาศแล้ว

สมบูรณ์ด้วยอรรถและพยัญชนะเเม้หากว่าพราหมณ์พึงกล่าวอย่างอื่นพระผู้พระ

ภาคเจ้าก็จะตรัสกะพราหมณ์นั้นว่า....ดูก่อนพราหมณ์นี้มิใช่สาวิตรีในวินัยของพระอริยะ

อย่างแน่นอนเพราะเหตุนั้น ครั้นพระองค์ทรงแสดงถึงความไม่ใช่

{สาวิตรี}แก่พราหมณ์นั้นจึงทรงให้พราหมณ์ตั้งอยู่ในสาวิตรีนี้แล........................




ข้อความบางตอนจาก อรรถกถา สุตตนิบาต สุนทริกสูตร




<a href="http://www.youtube.com/v/_o5lFgdR6FA?version=3&amp;feature=player_detailpage" target="_blank">http://www.youtube.com/v/_o5lFgdR6FA?version=3&amp;feature=player_detailpage</a>


สัตว์โลก ได้อาศัย พระไตรรัตน์

จึงพ้นชาติ ปราศทุกข์ สุขเกษม

พระธรรม ชำระใจ ให้อิ่มเอม

ยังให้เต็ม ด้วยบุญ คุณความดี



72  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: อริยสาวิตรีบูชา เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 15:46:46


อริยสาวิตรีบูชา (อริยสาวิตฺติปูชา)

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ

ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ

สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

พระสัมพุทธเปรียบดุจดังจันทร์เพ็ญ

อริยธรรม เป็นเช่น รัศมี

พระสาวก ดุจโลก อันเปรมปรีดิ์

ศิริศรี เพราะมีแสง จันทรา

สรณะนี้ พระผู้มี พระภาคตรัส

เกื้อสัตว์ ก้าวสู่ พระศาสนา

เทวดา มนุษย์ น้อมบูชา

อริย สาวิตรี ปรีดิ์เปรม

สัตว์โลก ได้อาศัย พระไตรรัตน์

จึงพ้นชาติ ปราศทุกข์ สุขเกษม

พระธรรม ชำระใจ ให้อิ่มเอม

ยังให้เต็ม ด้วยบุญ คุณความดี

พระสัมพุทธ เปรียบดุจ ดังจันทร์เพ็ญ

อริยธรรม เป็นเช่น รัศมี

พระสาวก ดุจโลก อันเปรมปรีดิ์

ศิริศรี เพราะมีแสง จันทรา

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ

ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ

สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

อริยสาวิตรีบูชา(อริยสาวิตฺติปูชา)



บทประพันธ์โดย อ.อรรณพ หอมจันทร์{วิทยากรของมูลนิธิบ้านธรรมมะ}



73  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / อริยสาวิตรีบูชา เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 15:42:32



ถ่ายภาพโดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมายภาพจากพระเมรุ ที่ท้องสนามหลวงถ่ายภาพเมื่อ 24 มีนาคม 2555



พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ

ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ

สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ




(:LOVE:)อริยสาวิตรี รัก



สาวิตรี เป็นยอดของคำฉันท์(คำประพันธ์)ทั้งหลายมีลักษณะพิเศษ ซึ่งมีเพียง ๓ บท

บทละ ๘ อักขระเท่านั้นเวลาจะกล่าวบทต่าง ๆ นั้นก็จะกล่าวนำด้วยสาวิตรีฉันท์เสมอ

ในศาสนาอื่นก็มีเช่นในลัทธิ"พราหมณ์"ก็มีสาวิตรีของพวกพราหมณ์

แต่ถ้าในพระพุทธศาสนาแล้วเป็น{อริยสาวิตรี}

อริยสาวิตรี มีเฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้นคือ

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ (ข้าพเจ้าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง)

ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ (ข้าพเจ้าขอถึงพระธรรมเป็นที่พึ่ง)

สังฆัง สรณัง คัจฉามิ(ข้าพเจ้าขอถึงพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง)

เป็นการแสดงถึงการมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ซึ่งการมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งนั้น

พึ่งด้วยการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงให้

เข้าใจเป็นปัญญาของตนเอง ผลสูงสุดของการมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งคือสามารถรู้แจ้ง

อริยสัจจธรรม ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ถึงความเป็นพระอรหันต์

อันเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง

74  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / Re: ตายแล้วเกิดใหม่ เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 14:06:24


ตอบ.........คำว่าโลกนี้ โลก มีหลายความหมาย คือ สังขารโลก คือ สภาพธรรมทีเกิดขึ้นและ

ดับไปมี จิต เจตสิก รูป ชื่อว่า สังขารโลก  สัตวโลก คือ หมู่สัตว์ และ โอกาสโลก คือ

ที่อยู่ของหมู่สัตว์ทั้งหลาย เพราะฉะนั้น เมื่อกล่าวถึง โลกนี้ ตามความเข้าใจกัน คือ

โอกาสโลก ที่เป็นที่อยู่ของหมู่สัตว์ เช่น โลกมนุษย์ สวรรค์ นรก เป็นต้น ชื่อว่า โลก

โดยเป็นโอกาสโลก โลกนี้ จึงหมายถึงที่อู่ของหมู่สัตว์ที่กำลังเป็นไปอยู่ คือ กำลังอยู่

ในชาตินี้ ยังไม่สิ้นชีวิตไปนั่นเอง ชื่อว่า โลกนี้

คำว่าโลกหน้า หรือ สัมปรายภพ หมายถึง ผู้ที่ตายจากชาตินี้ คือ จุติจิตเกิด สิ้นสุด

ความเป็นบุคคลนี้ เมื่อยังมีกิเลส ก็ทำให้เกิดในภพภูมิใหม่ การเกิดในภพภูมิใหม่ ใน

ภพภูมิใดภพภูมิหนึ่ง ภพภูมิที่เกิดใหม่นั้น ชื่อว่าภพหน้า ชาติหน้า หรือ สัมปรายภพ

เพราะฉะนั้น ภพหน้าไม่จำเป็นจะต้องเป็นโลกนี้ คือ เป็นโลกมนุษย์ โลกหน้า ภพ

หน้า จึงเป็น นรก ก็ได้ สวรรค์ก็ไกด้ สำหรับผู้ที่ตายไป แล้วไปเกิดในภพภูมินั้น

ซึ่ง คำว่า ภพ มี 2 นัย คือ ภพ โดย ความเป็นการเกิดขึ้นของสภาพธรรมกับ{ภพ}

โดยนัยของ เป็นที่อยู่ของหมู่สัตว์ อันมีควาหมมายเดียวกับโอกาสโลก เพราะ

ฉะนั้นภพหน้า ก็คือ ที่อยู่ของหมู่สัตว์ในชาติหน้าหลังจากสิ้นชีวิตไปแล้วมี 31

ภพ - ภูมิ มี นรก  สวรรค์ มนุษย์ เป็นต้นเพราะฉะนั้นโลกมนุษย์ก็เป็น{ภพหน้า}

ได้ สำหรับคนที่ตายไปแล้ว กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ สวรรค์ก็เป้นภพหน้าของบุคคล

ที่ตายไปแล้วไปเกิดบนสวรรค์ก็ได้..................


จากบรอร์ดชมรมบ้านธรรมมะ....................http://www.dhammahomefellowship.com/

<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae3"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva3"><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/24.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.fungdham.com/download/song/allhits/24.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.fungdham.com/download/song/allhits/24.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc3"></td></tr></table>
75  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / ถามตอบปัญหาธรรมเรื่อง"ตายแล้วเกิดใหม่" เมื่อ: 30 พฤษภาคม 2555 14:03:18


ถาม..........พระพุทธศาสนสอนเรื่อง การเวียนว่ายตายเกิด

ดังนั้น มักมีคำพูดเสมอว่า เมื่อสั่งสม

ความดีมากย่อมเกิดเป็นสิ่งที่ดีในภพหน้า และเมื่อทำความดีมากขึ้นอาจเกิดในชั้นที่

สูงกว่า เช่น ในชั้นของเทพ จึงมีคำถามว่า ภพหน้า หรือชาติหน้าหมายถึงอะไรเป็น

อีกชาติภพนอกเหนือจากโลกนี้หรือ? หรือว่าหมายถึงโลกนี้ ถ้าหมายถึงโลกนี้ คนที่

ได้เกิดเป็นเทพเทวดา แล้วทำไมเราไม่เห็นท่านเหล่านั้น ? ท่านเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ?

แล้วเทพมีเรือนร่างและเพศไหม ?


76  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / สามเณรปังปอนด์บรรยายธรรม เมื่อ: 29 พฤษภาคม 2555 20:28:15




ถ่ายภาพประกอบโดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย




พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม 3 ภาค 4 - หน้าที่ 393


(:LOVE:)เอกราชชาดก รัก


(:LOVE:)คุณธรรมคือขันติและตบะ รัก


{๕๑๐}ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นเอกราชพระองค์

เสวยกามคุณอันบริบูรณ์อย่างยิ่งในกาลก่อน

มาบัดนี้ พระองค์ถูกโยนลงในบ่ออันขรุขระ

เหตุไรจึงมิได้ละพระฉวีวรรณและพระกำลังกาย

ที่มีอยู่แต่เก่าก่อนเสียเลย

{๕๑๑}ข้าแต่พระเจ้าทุพภิเสน ขันติและตบะ

เป็นคุณธรรมที่หม่อมฉันปรารถนามาแต่เดิม

แล้วบัดนี้ หม่อมฉันได้สิ่งปรารถนานั้นแล้ว

เหตุไรจะพึงละฉวีวรรณและกำลังกายที่มีอยู่

แต่เก่าก่อนเสียเล่า

{๕๑๒}ข้าแต่พระองค์ผู้เปรื่องยศ มีปัญญาญาณ

ทนทานได้เป็นพิเศษ ได้ทราบมาว่า กิจที่ควร

ทำทุกอย่าง หม่อมฉันทำให้สำเร็จแล้ว ทั้ง

ได้ยศอันยิ่งใหญ่อันมีในกาลก่อน หม่อมฉัน

จึงไม่ละฉวีวรรณและกำลังกายที่มีอยู่แต่เก่าก่อน

{๕๑๓}ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมแห่งปวงชน

สัตบุรุษทั้งหลายบรรเทาความสุขด้วยความ

ทุกข์ หรือบรรเทาความทุกข์อันยากที่จะทน

ได้ด้วยความสุข เพราะเป็นผู้มีจิตเยือกเย็น

ยิ่งนัก ในความสุขและทุกข์ทั้งสองอย่าง

ย่อมเป็นผู้มีจิตเป็นกลางทั้งในความสุขและทุกข์



(:LOVE:)ดังตราชูฉะนั้น รัก


(:LOVE:)จบ......เอกราชชาดกที่ ๓ รัก


<a href="http://www.trueplookpanya.com/true/flvplayer/playerPlookpanya.swf?URLofFile=http://www.trueplookpanya.com/true/flvplayer/player_cms.xml.php?mul_source_id=5895" target="_blank">http://www.trueplookpanya.com/true/flvplayer/playerPlookpanya.swf?URLofFile=http://www.trueplookpanya.com/true/flvplayer/player_cms.xml.php?mul_source_id=5895</a>

ขบวนรถอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตู POST ไว้ที่ อนาลยา{analaya}

กระทู้อ้างอิง........http://www.analaya.com/index.php?option=com_kunena&func=view&catid=6&id=70&Itemid=190
77  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / ในเวลาเช้าของวันเพ็ญ เดือน 6 วันวิสาขบูชา เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2555 23:30:34



ในเวลาเช้าของวันเพ็ญ เดือน 6 วันวิสาขบูชา ขณะนั้นมีพระชนมายุ 35 พระชันษา

ขณะนั้นทรงประทับที่ต้นไทร{นางสุชาดา}นำข้าวมธุปายาสที่ใส่ถาดทองมาถวายพระ -

โพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ทรงรับและเสวยข้าวมธุปายาสแล้วได้เสด็จไปที่ท่าน้ำเนรัญชรา

พระองค์ทรงอธิษฐานว่าหากเราได้เป็นพระพุทธเจ้าก็ขอให้ถาดลอยทวนน้ำไปเมื่อ

พระองค์ทรงปล่อยถาดลงในกระแสน้ำ ถาดนั้นก็ลอยทวนกระแสน้ำและได้จมลงไปใน

ที่อยู่ของนาคราชเมื่อถึงเวลาเย็นนาย{โสตถิยะ}ก็ถวายหญ้า 8 กำกับพระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์ทรงวางหญ้าที่โพธิบัลลังก์ที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ทรงประทับนั่งแล้ว

อธิษฐานว่าหากเรายังไม่บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณแล้วแม้เนื้อและเลือดจะเหือดแห้ง

ไปก็จะไม่ลุกไปเด็ดขาดพระองค์ทรงกำจัดมารในเวลาเย็นในเวลาปฐมยามทรง

ระลึกชาติได้แต่ยังไม่เป็นพระพุทธเจ้าเวลา{มัจฌิมยาม}พระองค์ทรงเห็นสัตว์เกิดสัตว์

ตายด้วยพระญาณแต่ไม่เป็นพระพุทธเจ้าเวลาปัจฉิมยามทรงพิจารณา{ปฏิจจสมุปบาท}

ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในเวลาใกล้รุ่งของวันวิสาขบูชา




มื่อพระองค์ทรงตรัสรู้ได้เปล่งพระอุทานที่พระพุทธเจ้าทั้งปวงมิได้ทรงละว่า.......................................
                      
เราเมื่อแสวงหานายช่าง(คือตัณหา)ผู้กระทำ
        
เรือนเมื่อไม่ประสบได้ท่องเที่ยวไปยังสงสารมิใช่
    
น้อยความเกิดบ่อย ๆ เป็นทุกข์ดูก่อนนายช่างผู้
      
กระทำเรือนเราเห็นท่านแล้วท่านจักทำเรือนไม่ได้
        
อีกต่อไปซี่โครงทั้งปวงของท่านเราหักแล้วยอด
    
เรือนเรากำจัดแล้ว"จิต"ของเราถึง{วิสังขารนิพพาน}
      
แล้วเราได้ถึงความสิ้นตัณหาแล้ว

สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คืออะไร

ในปัจฉิมยามพระองค์ทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาทนั่นก็คือพระองค์ทรงตรัสรู้สัจจะ

ความจริงที่เป็นสภาพธรรมที่มีจริงในขณะนี้ ทรงตรัสรู้ ความจริงที่เป็นเพียง{จิตเจตสิก}

รูป นิพพาน ไม่ใชสัตว์ บุคคล อาศัยเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้นเพราะมีความไม่รู้จึงมีสภาพ

ธรรมอื่น ๆ เกิดวนเวียนเป็น{สังสารวัฏฏ์}ไม่มีที่สิ้นสุดแต่เมื่อวิชชา คือปัญญาเกิดก็

สามารถดับสังสารวัฏฏ์ได้พระองค์ตรัสรู้ความจริงที่เป็นเพียงสภาพธรรมด้วยปัญญา

ของพระองค์ ตามความเป็นจริงการจะรู้ความจริงจึงรู้ขณะนี้ด้วยการฟังการศึกษาให้

เข้าใจสภาพธรรมทำหน้าที่เองให้ปัญญาเจริญขึ้นจนประจักษ์แจ้งสภาพธรรมที่มีในขณะนี้


<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae4"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva4"><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.fungdham.com/download/song/sec2/2buddhapower/08.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.fungdham.com/download/song/sec2/2buddhapower/08.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.fungdham.com/download/song/sec2/2buddhapower/08.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc4"></td></tr></table>

Sometime Home............http://poerlife.fx.gs/index.php?topic=1195.0
78  สุขใจในธรรม / พุทธประวัติ แห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า / Re: ภาพพุทธศิลป์ & ศิลปะภาพวาดพุทธประวัติ เมื่อ: 28 พฤษภาคม 2555 23:00:45


รัก รัก รัก

(:LOVE:)จ๋วย จ๋วย จ๋วย รัก

(:LOVE:)เดี๋ยวขอ POST มั่ง ตอนนี้ขอนอนก่อนเอาแรง รัก

(:LOVE:)สาธุ สาููธุ สาธุ รัก


79  สุขใจในธรรม / ธรรมะทั่วไป ธารธรรม - ธรรมทาน / พูดดีมีประโยชน์ เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2555 12:04:43



ถ่ายภาพประกอบกระทู้โดย Sometime สงวนลิขสิทธิ์



ภาพสัตว์ป่าหิมพานต์จากพระเมรุในการพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระภคินีเธอเจ้าฟ้าเพรชรัตร์ราชสุดา สิริโสภาพัณวดี


คนโบราณพูดว่า ปากเป็นเอก หมายความว่า คนจะสามัคคีปรองดองกันได้ ก็เพราะการพูด จะแตกสามัคคีกัน ก็เพราะคำพูด ทั้งการที่จะยกทรัพย์สินเงินทองให้ผู้อื่นก็ดี การจะรบราฆ่าฟันกันก็ดี การที่สามีภรรยาหย่าร้างกันก็ดี ล้วนแล้วเกิดเพราะคำพูดทั้งนั้น เพราะฉะนั้น การที่ท่านกล่าวว่า ปากเป็นเอก ก็เพื่อเตือนผู้พูดให้ระมัดระวังคำพูด ซึ่งคำพูดที่ดี ท่านเรียกว่า วาจาสุภาษิต

อันวาจาที่จะเป็นสุภาษิตได้นั้น จะต้องประกอบด้วยองค์ 5 ประการ คือ...........................................

1. พูดตามกาล คือพูดถูกกาลเทศะ

2. พูดแต่คำสัตย์

3. พูดแต่คำไพเราะอ่อนหวาน

4. พูดคำที่ประกอบด้วยประโยชน์

5. พูดด้วยจิตมีเมตตา

พูดถูกกาลเทศะ กาละ ได้แก่ เวลา เทศะ ได้แก่ สถานที่ ก่อนที่จะพูด ก็ต้องดูเวลาก่อนว่าเวลานี้เขาพูดเรื่องอะไรกัน เช่น เขาพูดเรื่องเกี่ยวกับการทำสาธารณประโยชน์ ควรทำอย่างนี้อย่างนั้น มีประโยชน์อย่างนั้นอย่างนี้ แต่กลับไปพูดตรงกันข้ามเสียว่าไม่มีประโยชน์ ถ้าพูดถูกกาลเทศะก็มีประโยชน์ จัดเป็น วาจาสุภาษิต

พูดแต่คำสัตย์ คำสัตย์ตรงกันข้ามกับคำเท็จ ผู้พูดคำเท็จย่อมขาดความเชื่อถือของคนทั้งหลาย ส่วนคำสัตย์นั้นดี มีประโยชน์ ดังคำว่า คำสัตย์เป็นวาจาไม่ตาย คือคนใดพูดคำสัตย์และเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น แม้ตัวจะตาย แต่คำพูดนั้นก็ไม่ตาย

พูดไพเราะอ่อนหวาน ซึ่งเป็นที่ชอบใจของคนทุกชั้น มารดาบิดาเจรจากับบุตรธิดาด้วยคำอ่อนหวาน คำนั้นย่อมจับใจของบุตรธิดา ทำให้เกิดความรัก บุตรธิดาผู้รู้จักพูด ก็ย่อมเป็นที่รักของมารดาบิดา ท่านผู้เป็นใหญ่ฉลาดในการปฏิสันถาร กล่าวคำทักทายปราศรัยโปรยปรายแก่ผู้น้อยทั่วหน้า ย่อมยังตนให้เป็นที่รักนับถือของคนทั้งหลาย อาจยังผู้น้อยให้มีแก่ใจทำงานด้วยความภักดี อันวาจาไพเราะอ่อนหวาน เปรียบดังอาหารมีโอชารส ยังผู้กินให้พอใจ ติดใจ ต้องการกินอีก

พูดคำที่ประกอบด้วยประโยชน์ คือ เมื่อจะพูดแต่ละครั้งก็ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ฟัง เช่น พูดชี้ชวนให้ผู้ฟังมีความขยันทำงาน โดยชี้โทษของความเกียจคร้านให้ผู้ฟังเห็นว่า เป็นเหตุให้ยากจน ไม่มีคนนับถือ มีแต่ความลำบาก และชี้คุณของความขยัน อดทนทำงานโดยสุจริต คือ มีทรัพย์สมบัติ สามารถตั้งตัวได้ ไม่ลำบาก มีคนเคารพนับถือ หรือพูดแนะนำให้ผู้ฟังเกิดอุตสาหะ คือ ทำสิ่งที่ไม่ผิดกฎหมายและศีลธรรม ทั้งทางตรงและทางอ้อม และพูดแนะนำให้ผู้ฟังกลัวบาป คือ ความผิด ซึ่งมีผลตรงกันข้ามกับบุญ คือ ความดี

พูดด้วยจิตเมตตา คือผู้พูดมีเมตตาอยู่ในใจ ปรารถนาดีแก่ผู้ฟัง ไม่ใช่ปรารถนาร้าย เพราะการไม่เบียดเบียนกัน เป็นสุขด้วยกันทั้งสองฝ่าย ดังคำสอนว่า ความไม่เบียดเบียนกันเป็นสุขในโลก เป็นความจริงถ้ามนุษย์เราเว้นจากการเบียดเบียนกัน มีเมตตาต่อกัน ต่างฝ่ายต่างทำมาหากินตามฐานะของตน ไม่ต้องกังวลถึงภยันตรายอันจะพึงมีเพราะความเบียดเบียน จะนั่ง จะนอน จะยืน จะเดิน ก็เป็นสุข

ดังนั้น ผู้พูดแต่คำที่ดี ไพเราะ ย่อมจะทำให้ผู้ที่ได้ยิน ได้ฟัง เกิดความชื่นใจ สบายใจ สุขใจ ทำให้คนรักใคร่นับถือ แต่ถ้าตรงกันข้าม คือ พูดชั่ว นอกจากจะทำให้ตนเองเสียชื่อเสียงแล้ว ย่อมกลับทำลายคนรอบข้างในทางอ้อมอีกด้วย ดังคำที่นักกวีท่านประพันธ์ไว้ว่า

ถึงบางพูด พูดดี เป็นศรีศักดิ์

มีคนรัก รสถ้อย อร่อยจิต

แม้นพูดชั่ว ตัวตาย ทำลายมิตร

อันถูกผิด ในมนุษย์ เพราะพูดจา



สามเณรปลูกปัญญาธรรมวันลาสิกขาจากสามเณร


<a href="http://www.youtube.com/v/9_YjE0dRLMw?version=3&amp;feature=player_detailpage" target="_blank">http://www.youtube.com/v/9_YjE0dRLMw?version=3&amp;feature=player_detailpage</a>
80  นั่งเล่นหลังสวน / สุขใจ ตลาดสด / 大肚女童 เมื่อ: 27 พฤษภาคม 2555 11:48:37


สำนักข่าวไชนาเดลี่ รายงานว่า แพทย์ในโรงพยาบาลทหารประจำกรุงปักกิ่งได้เร่งช่วยเหลือหนูน้อยวัย 4 ขวบ นามว่า หูหยุนซิง ชาวเมืองยุ่นเฉิง มณฑลซานสี ประเทศจีน หลังจากเธอป่วยท้องโตผิดปกติ และดูเหมือนใกล้จะแตกออกมาโดยหูเทียนเผิง พ่อของหนูน้อยหยุนซิง ซึ่งเป็นชาวนา เล่าว่า หนูน้อยเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2549 และหลังจากอายุได้ 8 เดือน ท้องของหนูน้อยก็เริ่มโตขึ้นเรื่อย ๆ

ครอบครัวจึงได้พาไปหาหมอในโรงพยาบาลที่เมืองยุ่นเฉิง แต่ก็ยังไม่ทราบสาเหตุของอาการท้องโตว่าเกิดจากอะไร จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ.2550 พ่อแม่ได้พาหยุนซิงไปตรวจที่โรงพยาบาลเด็กในกรุงปักกิ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยอย่างแน่ชัด ผ่านมาอีกหลายปี จนถึงขณะนี้รอบเอวของหนูน้อยมีขนาดถึง 106 เซนติเมตรเข้าไปแล้ว ซึ่งแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันที่ปกติจะมีรอบเอวอยู่ที่ 20 - 30 เซนติเมตรเท่านั้น

กระทั่งเมื่อต้นปีนี้ หูเทียนเผิง ได้ดูข่าวที่นำเสนอเรื่องราวของเด็กชายชาวเสฉวนคนหนึ่ง ที่มีท้องโตเช่นเดียวกับลูกสาวของเขา และแพทย์ได้วินิจฉัยว่า เด็กชายเป็นโรคบัดด์-ไคอารี ซินโดรม (Budd-Chiari syndrome) ก่อนจะเข้ารับการผ่าตัดสำเร็จในโรงพยาบาลทหารปืนใหญ่ที่ 2 ของกองทัพประชาชนจีน ในกรุงปักกิ่ง ดังนั้นแล้ว หูเทียนเผิง จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากทางโรงพยาบาล

เมื่อโรงพยาบาลได้รับรู้เรื่องนี้ ก็รับหนูน้อยหยุนซิงมารักษา ซึ่งนายแพทย์เปี้ยน เซ่อ แพทย์ประจำโรงพยาบาลทหารปืนใหญ่ที่ 2 ของกองทัพประชาชนจีน ในกรุงปักกิ่ง วินิจฉัยเบื้องต้นว่า เด็กน้อยเป็นโรคบัดด์-ไคอารี ซินโดรม ซึ่งเกิดจากการอุดตันของเส้นเลือดดำภายในตับ ทำให้เกิดของเหลวอัดแน่นในท้อง สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้อยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นหยวน หรือประมาณเกือบ 4 แสนบาท

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวหูไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาแต่อย่างใด เพราะกลุ่มแองเจิล มัม ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่ทำงานช่วยเหลือครอบครัวคนยากจน จะช่วยออกค่ารักษาให้ทั้งหมด พร้อมกับได้เปิดบัญชีธนาคารให้ผู้ใจบุญร่วมบริจาคค่ารักษาพยาบาลเด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้มาตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาแล้ว โดยนอกจากหยุนซิงแล้ว ยังมีเด็กอีก 4 คนที่เคยป่วยเป็นโรคนี้มาก่อนหน้า

ทั้งนี้หูเทียนเผิง ยังบอกด้วยว่า ตอนที่ลูกสาวยังท้องไม่ใหญ่มาก เธอเป็นเด็กน้อยร่าเริง ชอบเต้นรำมาก แต่เมื่อท้องค่อย ๆ ใหญ่ขึ้น เธอก็ไม่ได้ออกไปเล่นกับเด็ก ๆ คนอื่น หรือเต้นรำอีก เพราะรูปร่างไม่เอื้ออำนวย



<a href="http://www.youtube.com/v/mZYyWZLXk-s?version=3&amp;feature=player_detailpage" target="_blank">http://www.youtube.com/v/mZYyWZLXk-s?version=3&amp;feature=player_detailpage</a>


Credit By................http://health.kapook.com/
หน้า:  1 2 3 [4] 5 6 ... 96
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.628 วินาที กับ 27 คำสั่ง

Google visited last this page 26 มีนาคม 2565 09:10:13