[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
05 มิถุนายน 2563 03:07:59 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงปู่คำมี พุทธสาโร วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.ลพบุรี  (อ่าน 95 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
自由人
สุขใจ๊ สุขใจ
นักโพสท์ระดับ 11
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

Thailand Thailand

กระทู้: 1588


ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Mozilla รองรับ Mozilla รองรับ


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 11 ตุลาคม 2562 16:25:07 »




หลวงปู่คำมี พุทธสาโร
วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.ลพบุรี

หลวงปู่คำมี พุทธสาโร วัดถ้ำคูหาสวรรค์ อ.เมือง จ.ลพบุรี พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองลพบุรี ช่วงปี พ.ศ.2500-2520 งานพิธีปลุกเสกพระเครื่องของวัดต่างๆ ในจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง จะนิมนต์พระเกจิชื่อดังมาร่วมงานหลายรูป

แต่หลวงปู่คำมีจะได้รับเกียรติให้เป็นผู้นำของพระสายเมืองลพบุรี ด้วยมีคุณวุฒิและอาวุโสสูงสุด

มีนามเดิม คำมี พระวิเศษ เกิดเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2416 ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 8 ปี มะโรง เวลาเที่ยงตรง ในราชอาณาจักรลาว

ช่วงเยาว์วัย มีอุปนิสัยฝักใฝ่ในทางธรรม เพื่อให้ได้ศึกษาและเจริญก้าวหน้าในทางธรรมยิ่งขึ้น อายุ 14 ปี เข้าพิธีบรรพชา ที่วัดชุมพรพิสัย แขวงสะหวันนะเขต เมืองเวียงจันทน์ สปป.ลาว โดยมีพระครูพล เป็นพระอุปัชฌาย์

ระหว่างนั้น สามเณรคำมีศึกษาปฏิบัติธรรม และวิชาต่างๆ กับพระครูพล อยู่ที่วัดชุมพรพิสัย เมื่อท่านศึกษาปฏิบัติจนแก่กล้าแล้ว จึงขออนุญาตพระครูพล ออกธุดงค์เพื่อแสวงหาสถานที่สัปปายะเหมาะแก่การเจริญธรรม เป็นเวลา 2 ปี

ท่านจากถิ่นฐานบ้านเกิด ธุดงค์ในป่าประเทศลาวเเพียงลำพัง กระทั่งมีโอกาสได้กราบฝากตัวเป็นศิษย์ของสมเด็จลุน อยู่รับใช้อุปัฏฐากและศึกษาวิชาต่างๆ จากสมเด็จลุนอย่างเคร่งครัด เมื่อเห็นว่าสามเณรคำมี ร่ำเรียนวิชาต่างๆ จากท่านจนหมดสิ้นแล้ว ท่านจึงให้สามเณรคำมี กลับไปเผยแผ่ธรรม และโปรดโยมบิดามารดาของท่านที่สะหวันนะเขต จึงได้กราบลาสมเด็จลุนมาด้วยความอาลัย

ครั้นกลับมาจำพรรษาอยู่ที่วัดชุมพรพิสัยได้ระยะหนึ่ง ท่านเกิดความตั้งใจที่จะเดินทางไปไหว้พระธาตุพนมที่ฝั่งไทย จึงลาพระครูพล เพื่อเดินทางมาทางฝั่งไทย

ทราบข่าวบารมีความเก่งกล้าของพระครูศรีทัต แห่งอำเภอท่าอุเทน เมื่อนมัสการพระธาตุพนมเสร็จ ท่านจึงยังไม่กลับไปสะหวันนะเขตแต่มุ่งหน้าสู่อำเภอท่าอุเทน เพื่อไปกราบนมัสการพระครูศรีทัต และขอฝากตัวเป็นศิษย์ เมื่อพระครูศรีทัตทราบความเป็นมา จึงรับสามเณรคำมีไว้เป็นศิษย์

หลวงปู่ศรีทัต มีความเข้มงวดมาก ตั้งแต่เรื่องพระธรรมวินัย จนไปถึงการศึกษาวิชาต่างๆ

จนเมื่อสามเณรคำมีอายุครบบวช จึงลาหลวงปู่ศรีทัต กลับไปยังฝั่งลาว เพื่อเข้าพิธีอุปสมบท

ท่านกลับมายังแขวงสะหวันนะเขต และเข้าพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูพล เป็นพระอุปัชฌาย์ ที่วัดชุมพรพิสัย

อยู่จำพรรษาโปรดโยมบิดามารดาที่วัดชุมพรพิสัยอยู่ 2 พรรษา ด้วยความต้องการแสวงหาวิมุตติธรรม จึงลาโยมบิดามารดาของท่าน ออกธุดงค์ข้ามมายังฝั่งไทยอีกครั้ง ธุดงค์ไปหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานของไทยหลายพรรษา จนกระทั่งเข้าสู่เมืองโคราช ได้ยินชื่อเสียงความเคร่งครัดของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล วัดป่าสาลวันพระอาจารย์ใหญ่แห่งสายกองทัพธรรม

จึงเดินทางไปกราบขอฝากตัวเป็นศิษย์ รับแนวทางปฏิบัติจากท่านหลวงปู่เสาร์

หลวงปู่คำมีบอกเล่าว่า "หลวงปู่เสาร์ มีความเชี่ยวชาญแก่กล้าทางด้านกสิณเป็นอันมาก โดยเน้นให้ความสำคัญทางด้านกสิณ 4 อันเป็นปฐมของธาตุทั้งมวลในโลก คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ" ซึ่งหลวงปู่คำมี ยึดเป็นแนวทางปฏิบัติในการตั้งธาตุปลุกเสกวัตถุมงคลในกาลต่อมา

ต่อมา กราบลาหลวงปู่เสาร์เพื่อธุดงค์ต่อไป ท่านเดินธุดงค์มาถึงอำเภอพระพุทธบาท สระบุรี ไปกราบนมัสการรอยพระพุทธบาท และเดินธุดงค์มาทางจังหวัดลพบุรี พบถ้ำเอราวัณ ท่านเห็นว่าเป็นสถานที่สัปปายะ เหมาะแก่การหลบหลีกจากความวุ่นวายทั้งหลาย จึงอาศัยเป็นที่พำนักในการเจริญธรรม

ชาวบ้านดงจำปานิมนต์หลวงปู่ให้ไปโปรดญาติโยมและช่วยสร้างวัดที่นั่น หลวงปู่ไปช่วยสร้างวัด และอุโบสถจนเป็นที่สำเร็จ หลวงปู่ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดดงจำปาระยะหนึ่ง (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นวัดใหม่จำปาทอง) ท่านจึงกลับไปพำนักที่ถ้ำเอราวัณอีกครั้ง ท่านอยู่จำพรรษาที่ถ้ำเอราวัณ 3 พรรษา ในช่วงนั้นได้เกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นบุกขึ้นประเทศไทย

ท่านย้ายจากถ้ำเอราวัณ จำพรรษาอยู่ที่ถ้ำคูหาสวรรค์ ซึ่งต่อมากลายเป็นวัดถ้ำคูหาสวรรค์

ในช่วงสงครามอินโดจีน ท่านจัดเครื่องรางแจกทหารหาญที่ไปรบ ทหารทุกคนที่ได้รับเครื่องรางของขลังจากท่านและนำติดตัวไปสงคราม ปรากฏว่าปลอดภัยกันทั่วหน้า

ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง หลวงปู่คำมีมรณภาพอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลมิชชั่น กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2524 สิริอายุ 105 ปี พรรษา 80

บรรดาคณะศิษย์เคลื่อนย้ายสังขารของท่านไปไว้ที่วัดถ้ำคูหาสวรรค์ จ.ลพบุรี ตามคำสั่งของท่านที่ว่า เมื่อท่านมรณภาพไปแล้วห้ามนำร่างของท่านไปเผาหรือฝังเด็ดขาด

ปรากฏว่า สังขารของหลวงปู่คำมี ไม่เน่าเปื่อย และมีเส้นผมงอกขึ้นมาอีกด้วย
ข่าวสดออนไลน์

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
ปรางค์สามยอด แดนดินถิ่นวานรของฝูงลิงอารมณ์ดี : อ.เมือง จ.ลพบุรี
สุขใจ ไปเที่ยว
Kimleng 2 2162 กระทู้ล่าสุด 28 ธันวาคม 2559 15:58:52
โดย Kimleng
ขอเชิญร่วมบุญกับท่านเจ้าคุณอลงกต ติกฺขปญ วัดพระบาทน้ำพุ อ.เมือง จ.ลพบุรี
ห้องประชาสัมพันธ์ ทั้งทางโลก และทางธรรม
Maintenence 0 1154 กระทู้ล่าสุด 21 กุมภาพันธ์ 2560 11:02:53
โดย Maintenence
หลวงพ่อทองเพชร จันทโชโต วัดชลธาราราม บ้านท่าแพ ต.เมือง อ.เมือง จ.เลย
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
自由人 0 812 กระทู้ล่าสุด 21 กุมภาพันธ์ 2560 20:15:38
โดย 自由人
หลวงปู่คำมี สัมปุณโณ วัดบ้านเหล่าจั่น ต.แกดำ อ.แกดำ จ.มหาสารคาม
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
自由人 0 503 กระทู้ล่าสุด 23 กุมภาพันธ์ 2561 16:17:19
โดย 自由人
หลวงพ่อถม ธัมมทีโป วัดเชิงท่า ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี
ประวัติพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ในยุคปัจจุบัน
自由人 0 88 กระทู้ล่าสุด 15 กันยายน 2562 17:05:10
โดย 自由人
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.255 วินาที กับ 33 คำสั่ง

Google visited last this page 02 พฤษภาคม 2563 19:05:46