[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
01 ตุลาคม 2563 00:41:12 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประโยชน์ของการฟังธรรม โดย พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ  (อ่าน 249 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Maintenence
ผู้ดูแลระบบ
นักโพสท์ระดับ 9
*

คะแนนความดี: +0/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
Thailand Thailand

กระทู้: 666


[• บำรุงรักษา •]

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
เวบเบราเซอร์:
Chrome 83.0.4103.116 Chrome 83.0.4103.116


ดูรายละเอียด
« เมื่อ: 03 กรกฎาคม 2563 14:41:26 »

.





ประโยชน์ของการฟังธรรม

การฟังธรรมตามกาลตามเวลาตามวาระ พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่าเป็นมงคลอย่างยิ่ง เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นประโยชน์สุขต่อจิตใจ เพราะการฟังธรรมนี้เหมือนกับการอัดฉีด เป็นการให้กำลังใจต่อผู้ศึกษาต่อผู้ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ครูบาอาจารย์ทางสายปฏิบัติท่านให้ความสำคัญต่อการแสดงธรรมอบรมสั่งสอนอย่างมากโดยเฉพาะหลวงตามหาบัว สมัยที่ไปอยู่กับท่าน ช่วงแรกๆ ช่วงนั้นท่านยังไม่มีญาติโยมไปรบกวนท่านมาก ท่านเลยมีเวลาอบรมสั่งสอนพระเณรอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทุก ๔ – ๕ วัน ท่านก็จะเรียกพระเณรมาอบรม มาแสดงธรรมให้ฟัง ๑ ครั้ง ทุกครั้งที่ได้ยินได้ฟังธรรม หลังจากที่ได้ยินแล้วก็จะรู้สึกมีกำลังจิตกำลังใจที่จะปฏิบัติมากขึ้น ก่อนแสดงธรรมนี้เหมือนกับคนจะตาย คนหมดเรี่ยวหมดแรง ถ้าเป็นต้นไม้ก็กำลังจะเฉากำลังจะเหี่ยว พอฟังธรรมปั๊บนี่เหมือนกับต้นไม้ได้น้ำ จิตใจได้ธรรมนี้เหมือนจิตใจได้น้ำ ความหมดเรี่ยวหมดแรงนี้หายไปหมด กำลังวังชาไม่รู้มาจากที่ไหน มีศรัทธามีวิริยะขึ้นมาอย่างมากมาย พร้อมที่จะกลับไปสู้กับกิเลสต่อไป ฟังธรรมเสร็จกลับไปก็เดินจงกรมต่อได้ นั่งสมาธิต่อได้ วันไหนที่ไม่ได้ฟังธรรมนี้ จะรู้สึกไม่ค่อยอยากจะปฏิบัติเท่าไหร่ นี่แหละคือประโยชน์ของการฟังธรรม เป็นการอัดฉีดเป็นการเพิ่มพลังให้กับจิตใจในการที่จะต่อสู้กับกิเลสตัณหาโมหะอวิชชา ผู้ที่คอยฉุดลากจิตใจให้ติดอยู่กับวัฏสงสาร วัฏฏะแห่งการเวียนว่ายตายเกิด คือ เกิดแก่เจ็บตาย ซ้ำแล้วซ้ำอีกไม่รู้จักจบจักสิ้น

อย่างพวกเราที่มาเกิดกันในชาตินี้ เดี๋ยวก็ต้องเจอความแก่ความเจ็บความตายกัน จะเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่เท่านั้นเอง ต่างกันตรงนี้ เพราะชาตินี้พวกเราโชคดีได้มาพบกับพระพุทธศาสนา ได้มาฟังพระธรรมคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่จะพาให้เราได้หลุดออกจากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้ ที่จะทำให้การแก่การเจ็บการตายของเราในชาตินี้เป็นครั้งสุดท้ายได้ ถ้าพวกเราศึกษาแล้วก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติแบบสุปฏิปันโณ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ปฏิบัติแบบถูกต้อง ปฏิบัติแบบเต็มร้อย ปฏิบัติดีก็เต็มร้อย ปฏิบัติชอบก็ถูกต้องตามคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกๆ ประการ การฟังธรรมจะได้ให้เรารู้ว่าการปฏิบัติของเราจะพาเราไปสู่ที่ใดบ้าง การปฏิบัตินี้เป็นเหมือนกับการเดินทาง การเดินทาง ถ้าเราเดินทางไปในทางที่เราไม่เคยไป เราก็จะต้องคอยดูแผนที่ เพราะเราจะได้รู้ว่าเราจะไปถึงที่ไหนบ้างอย่างไรนั้นเอง ถ้าไม่มีแผนที่เราก็ไม่รู้ว่า เอ๊ะไปถึงไหนกัน การศึกษาธรรมนี้จึงเป็นเหมือนกับการดูแผนที่ ดูจุดหมายปลายทางที่เราจะไปกัน ว่าจะไปอย่างไร จะต้องผ่านจุดไหนบ้าง ถึงจะไปถึงจุดหมายปลายทางที่เราต้องการไปกันได้ ธรรมะคำสั่งคำสอนของพระพุทธเจ้านี้เป็นคำสอนที่จะพาจิตใจของพวกเราให้ก้าวไปสู่ที่สูงขึ้นตามลำดับ จนในที่สุดจนถึงขั้นสูงสุด ขั้นหลุดออกจากวัฏสงสาร หลุดออกจากกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิด

ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้าจึงมีแบ่งไว้เป็น ๒ ระดับด้วยกัน คือ ระดับโลกิยะ และระดับโลกุตตระ ระดับโลกิยะนี้คือระดับที่ยังติดอยู่ในวัฏสงสาร ติดอยู่ในไตรภพ คือ กามภพ รูปภพ และอรูปภพ แล้วก็มีธรรมะอีกระดับหนึ่งที่เรียกว่าโลกุตตรธรรม โลกุตตรธรรมนี้เป็นธรรมที่จะพาให้ผู้ที่ปฏิบัติโลกิยธรรมที่ขั้นสูงสุดได้ก้าวออกจากโลกแห่งการเวียนว่ายตายเกิดได้ ออกจากวัฏสงสาร ออกจากไตรภพ นี่คือธรรม ๒ ระดับด้วยกันที่พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราปฏิบัติกัน ธรรมระดับโลกิยะนี้มีอะไรบ้าง ธรรมระดับโลกิยะก็มี ๑.คือการทำบุญทำทาน ๒.การรักษาศีล ๓.การฝึกสมาธิทำจิตใจให้สงบ ให้เข้าฌานในระดับต่างๆ นี่คือธรรมระดับโลกิยะที่มีอยู่ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะมาบวชมาปฏิบัติ ธรรมเหล่านี้มีผู้ศึกษามีผู้ปฏิบัติกันมาอยู่ทุกยุคทุกสมัย แต่เป็นธรรมที่ไม่สามารถที่จะทำให้ผู้ปฏิบัตินั้นหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดได้ ต้องรอให้มีคนฉลาดอย่างพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ ที่จะมาศึกษามาปฏิบัติแล้วก็มาค้นคว้าหาโลกุตตรธรรม มาต่อยอด ต่อยอดจากการปฏิบัติทาน ศีล สมาธิ คือขั้นที่ ๔ ขั้นโลกุตตรธรรมคือขั้นปัญญา ปัญญานี้แหละจะเป็นผู้ที่จะปลดเปลื้องจิตใจของสัตว์โลกที่ติดอยู่ในกองทุกข์แห่งการเวียนว่ายตายเกิดนี้ ให้หลุดออกจากการเวียนว่ายตายเกิดได้อย่างถาวรได้อย่างสมบูรณ์ ปัญญานี้คือสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือน ๖ ที่เราเรียกว่าวันวิสาขบูชา วันที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่โคนต้นโพธิ์ และตั้งสัจจะอธิษฐานว่าจะนั่งปฏิบัติเจริญภาวนาไปจนกว่าจะได้พบโลกุตตรธรรม ถ้าตราบใดยังไม่พบกับโลกุตรธรรม พระองค์จะไม่หยุดการปฏิบัติ ถ้าเลือดในร่างกายจะเหือดแห้งไปก็ยอมให้มันเหือดแห้งไป แต่จะไม่หยุดไม่ลุกจากที่นั่งอันนี้ไปเป็นอันขาด จะนั่งปฏิบัติภาวนาไปจนกว่าจะได้พบกับธรรมที่จะพาให้พระทัยของพระองค์นี้หลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง นี่คือธรรม โลกุตตรธรรมขั้นปัญญา ที่ไม่มีอยู่ในโลกนี้ในช่วงที่ไม่มีพระพุทธเจ้า จะมีได้ก็มีในช่วงที่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้เท่านั้น ช่วงที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ ก็จะมีแต่ธรรมระดับ ทาน ศีล สมาธิ แต่พอมีพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติมาตรัสรู้ ก็จะมีธรรมขั้นปัญญาที่จะเป็นผู้ที่จะพาให้จิตใจของสัตว์โลกที่ติดอยู่ในวัฏสงสาร อยู่ในไตรภพนี้ได้หลุดออกจากไตรภพ ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิด ไม่ต้องกลับมาเกิดแก่เจ็บตายอีกต่อไป


ธรรมะหน้ากุฏิ
วันที่ ๒๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๖๓
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

บันทึกการเข้า

[• สุขใจ บำรุงรักษาระบบ •]
คำค้น:
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน


หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้
หัวข้อ เริ่มโดย ตอบ อ่าน กระทู้ล่าสุด
บรมสุข : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 220 กระทู้ล่าสุด 23 สิงหาคม 2562 15:35:24
โดย Maintenence
โรคจิต โดย พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ จังหวัดชลบุรี
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 1 305 กระทู้ล่าสุด 29 สิงหาคม 2562 16:58:03
โดย Maintenence
กฎกติกาของผู้ที่จะสู้กับกิเลสตัณหา : พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 189 กระทู้ล่าสุด 30 กันยายน 2562 11:43:11
โดย Maintenence
สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเราก็คือใจ-พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 139 กระทู้ล่าสุด 02 ธันวาคม 2562 09:59:16
โดย Maintenence
จุดเริ่มต้นของความเป็นมงคลทั้งหลาย โดย พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต วัดญาณสังวรารามฯ
สมถภาวนา - อภิญญาจิต
Maintenence 0 119 กระทู้ล่าสุด 15 มิถุนายน 2563 10:08:17
โดย Maintenence
Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.326 วินาที กับ 32 คำสั่ง

Google visited last this page 19 กันยายน 2563 12:33:25