[ สุขใจ ดอท คอม บ้านหลังเล็กอันแสนอบอุ่น ] ธรรมะ พุทธประวัติ ฟังธรรม ดูหนัง ฟังเพลง เกมส์ เบาสมอง ดูดวง สุขภาพ สารพันความรู้
20 กรกฎาคม 2567 23:07:21 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
  หน้าแรก   เวบบอร์ด   ช่วยเหลือ ห้องเกม ปฏิทิน Tags เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก ห้องสนทนา  
บุคคลทั่วไป, คุณถูกห้ามตั้งกระทู้หรือส่งข้อความส่วนตัวในฟอรั่มนี้
Fuck Advertise !!

หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: กุศลตามกาล  (อ่าน 3131 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sometime
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2553 23:52:51 »

http://img717.imageshack.us/img717/2184/2580911.jpg
กุศลตามกาล

<table class="maeva" cellpadding="0" cellspacing="0" border="0" style="width: 800px" id="sae1"> <tr><td style="width: 800px; height: 576px" colspan="2" id="saeva1"><script type="text/javascript"><!-- // --><![CDATA[ var oldLoad = window.onload; window.onload = function() { if (typeof(oldLoad) == "function") oldLoad(); if (typeof(aevacopy) == "function") aevacopy(); } // ]]></script><embed type="application/x-mplayer2" src="http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/07.%20Track%207.wma" width="800px" height="576px" wmode="transparent" quality="high" allowFullScreen="true" allowScriptAccess="never" ShowControls="True" autostart="false" autoplay="false" /></td></tr> <tr><td class="aeva_t"><a href="http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/07.%20Track%207.wma" target="_blank" class="aeva_link bbc_link new_win">http://www.se-ed.com/ads/pr/sile/song/07.%20Track%207.wma</a></td><td class="aeva_q" id="aqc1"></td></tr></table>




http://img695.imageshack.us/img695/4062/61926091.gif
กุศลตามกาล




พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 622 [๙๗๘]




คำว่า พึงเปล่งวาจาอันเป็นกุศล ไม่พึงเปล่งวาจาเกิน

ขอบเขต ความว่า พึงเปล่งวาจาอันเกิดขึ้นแต่ญาณ คือ พึงเปล่ง

เปล่งออก เปล่งออกดี ซึ่งวาจาอันประกอบด้วยอรรถ อันประกอบด้วย

ธรรมซึ่งเป็นวาจาประกอบด้วยประโยชน์ มีที่อ้างอิง มีที่สุด ตามกาล

อันควร เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเปล่งวาจาที่อันเป็นกุศล. ชื่อว่า ขอบ

เขต ในคำว่า ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต ได้แก่ ขอบเขต ๒ อย่าง

คือขอบเขตกาล ๑ ขอบเขตศีล ๑.

ขอบเขตกาลเป็นไฉน ภิกษุไม่พึงกล่าววาจาล่วงเกินกาล ไม่พึง

กล่าววาจาล่วงเกินเวลาไม่พึงกล่าววาจาล่วงเกินกาลและเวลาไม่พึง

กล่าววาจาที่ยังไม่ถึงกาล ไม่พึงกล่าววาจาที่ยังไม่ถึงเวลา ไม่พึงกล่าววาจา

ที่ยังไม่ถึงกาลและเวลา.

สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า.......................................

ก็ผู้ใดเมื่อยังไม่ถึงกาลอันควร ย่อมกล่าววาจาเกิน

เวลาผู้นั้นย่อมถูกฆ่านอนอยู่เหมือนลูกของนางนก

ดุเหว่าที่นางกาเลี้ยงไว้ฉะนั้น ดังนี้.......................................

นี้ชื่อว่าขอบเขตกาล

ขอบเขตศีลเป็นไฉน บุคคลผู้กำหนัดไม่ควรกล่าววาจา ผู้โกรธ

เคืองไม่ควรกล่าววาจา ผู้หลงไม่ควรกล่าววาจา แลไม่ควรกล่าว บอก

พูด แสดง แถลง ซึ่งมุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ

นี้ชื่อว่าขอบเขตศีล เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเปล่งวาจาเป็นกุศล ไม่

พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต

อรรถกถาขยายความ

บทว่า วาจํ ปมุญฺเจ กุสลํ พึงเปล่งวาจาเป็นกุศล คือเปล่ง

วาจาอันตั้งขึ้นด้วย ญาณ. บทว่า นาติเวลํ ไม่เกินขอบเขต คือ ไม่พึง

เปล่งวาจาเกินขอบเขต คือ เกินขอบเขตของกาล และขอบเขตของศีล...

Share this topic on AskShare this topic on DiggShare this topic on FacebookShare this topic on GoogleShare this topic on LiveShare this topic on RedditShare this topic on TwitterShare this topic on YahooShare this topic on Google buzz

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2553 00:10:27 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
sometime
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 พฤษภาคม 2553 23:57:25 »

http://img717.imageshack.us/img717/2184/2580911.jpg
กุศลตามกาล

http://img695.imageshack.us/img695/4062/61926091.gif
กุศลตามกาล




พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 623




ไม่ควรคิดที่จะว่าเขาด้วยศีลวิบัติ

[๙๗๙]ชื่อว่า ชน ในคำว่า ไม่พึงคิดเพื่อธรรมคือการว่ากล่าว

ซึ่งชน คือ บุคคลที่เป็นกษัตริย์ เป็นพราหมณ์ เป็นแพศย์ เป็นศูทร

เป็นคฤหัสถ์ เป็นบรรพชิต เป็นเทวดา เป็นมนุษย์ ภิกษุไม่พึงคิด คือ

ไม่พึงยังความคิดให้เกิด ขึ้น ไม่พึงยังความดำริแห่งจิตให้เกิดขึ้น ไม่พึง

ยังมนสิการให้ เกิดขึ้นเพื่อการกล่าว การค่อนว่า การนินทา การติเตียน

การไม่ สรรเสริญ การไม่พรรณนาคุณแห่งชน ด้วยศีลวิบัติ ด้วยอาจาร-

วิบัติ ด้วยทิฏฐิวิบัติ หรือด้วยอาชีววิบัติ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไม่พึง

คิด เพื่อธรรมคือการว่ากล่าวซึ่งชน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า

จึงตรัสว่า..................................................................................

ภิกษุถูกตักเตือนด้วยวาจา พึงเป็นผู้มีสติชอบใจพึง

ทำลายความเป็นผู้กระด้างในสพรหมจารีทั้งหลายพึง

เปล่งวาจาอันเป็นกุศล ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขตไม่

พึงคิดเพื่อธรรม คือการกล่าวว่าซึ่งชน

ข้อความจากอรรถกถา

บทว่า ชนวาทธมฺมาย คือ เนื้อธรรม คือ การว่ากล่าวชน.

บทว่า น เจต เยยฺ ย คือ ไม่พึงยังความคิดให้เกิด.

บทว่า อิทํ เต อปฺปตฺตํ คือ กรรมนี้ไม่ถึงแก่ท่าน บทว่า อสารุปฺปํ

คือ กรรมนี้ไม่สมควรที่ท่านจะประกอบ. บทว่า อสีลฏฐํ ไม่ดังอยู่ในศีล

คือ ชื่อว่า อสีลฏฐํ เพราะไม่ตั้งอยู่ในศีลอันเป็นความขวนขวายของ

ท่านอธิบายว่า กรรมนี้ไม่เป็นประโยคสมบัติของท่านผู้ตั้งอยู่ในศีล..............................................



http://www.oknation.net/blog/3155

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 23 พฤษภาคม 2553 00:53:52 โดย บางครั้ง » บันทึกการเข้า
เงาฝัน
สุขใจ คนพิเศษ
นักโพสท์ระดับ 15
*

คะแนนความดี: +58/-0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
Thailand Thailand

กระทู้: 7493


ระบบปฏิบัติการ:
Windows XP Windows XP
เวบเบราเซอร์:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: 23 พฤษภาคม 2553 03:46:15 »


พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย มหานิทเทส เล่ม ๕ ภาค ๒ - หน้าที่ 622 [๙๗๘]

คำว่า พึงเปล่งวาจาอันเป็นกุศล ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต
ความว่า พึงเปล่งวาจาอันเกิดขึ้นแต่ญาณ คือ พึงเปล่ง เปล่งออก เปล่งออกดี
ซึ่งวาจาอันประกอบด้วยอรรถ อันประกอบด้วยธรรม
ซึ่งเป็นวาจาประกอบด้วยประโยชน์ มีที่อ้างอิง มีที่สุด ตามกาลอันควร
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเปล่งวาจาที่อันเป็นกุศล.
 

ชื่อว่า ขอบเขต ในคำว่า ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต ได้แก่ ขอบเขต ๒ อย่าง

คือขอบเขตกาล ๑ ขอบเขตศีล ๑.

ขอบเขตกาลเป็นไฉน
 
ภิกษุไม่พึงกล่าววาจาล่วงเกินกาล ไม่พึงกล่าววาจาล่วงเกินเวลา
ไม่พึงกล่าววาจาล่วงเกินกาลและเวลา

ไม่พึงกล่าววาจาที่ยังไม่ถึงกาล ไม่พึงกล่าววาจาที่ยังไม่ถึงเวลา
ไม่พึงกล่าววาจาที่ยังไม่ถึงกาลและเวลา.

สมจริงดังที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า.......................................

ก็ผู้ใดเมื่อยังไม่ถึงกาลอันควร ย่อมกล่าววาจาเกินเวลา
ผู้นั้นย่อมถูกฆ่า
นอนอยู่เหมือนลูกของนางนกดุเหว่าที่นางกาเลี้ยงไว้ฉะนั้น ดังนี้.......................................
นี้ชื่อว่าขอบเขตกาล

ขอบเขตศีลเป็นไฉน

บุคคลผู้กำหนัดไม่ควรกล่าววาจา
ผู้โกรธเคืองไม่ควรกล่าววาจา
ผู้หลงไม่ควรกล่าววาจา

แลไม่ควรกล่าว บอก พูด แสดง แถลง ซึ่งมุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ
นี้ชื่อว่าขอบเขตศีล
เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า พึงเปล่งวาจาเป็นกุศล ไม่พึงเปล่งวาจาเกินขอบเขต



ยิ้ม   ยิ้ม   ยิ้ม
ไม่พึงเพ่งโทษผู้ใด ด้วย ชอบ ชัง โดยไม่เลือกกาละเทศะ
อนุโมทนาสาธุธรรมค่ะ น้อง "บางครั้ง" สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
บันทึกการเข้า
คำค้น: พระไตรปิฏก สุตันตะ บางครั้ง ธรรมมะ พระสูตร ข้อคิด 
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  


คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
คุณ ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขข้อความได้
BBCode เปิดใช้งาน
Smilies เปิดใช้งาน
[img] เปิดใช้งาน
HTML เปิดใช้งาน

Powered by MySQL Powered by PHP
Bookmark and Share

www.SookJai.com Created By Mckaforce | Sookjai.com Sitemap | CopyRight All Rights Reserved
Mckaforce Group | Sookjai Group
Best viewed with IE 7.0 , Chrome , Opera , Firefox 3.5
Compatible All OS , Resolution 1024 x 768 Or Higher
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.271 วินาที กับ 31 คำสั่ง

Google visited last this page 24 กันยายน 2566 00:46:55